ถ้าต้องการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่าแท้จริง ทำใมไม่เริ่มที่การลดการใช้กระดาษในสำนักงานล่ะ

ประเทศไทยจะกลายเป็นทะเลทรายเพราะ ต้นกระดาษ

เราไม่มีเจตนาที่จะทำลายหรือป้ายสีอะไรในบริษัท AA ทั้งนั้น
เพียงแต่ต้องการเปิดเผยความจริงแก่ทุกคน
อย่างที่หลายๆคนคงจะเห็นในโฆษณาเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกรหลายคนหันมา
ปลูกต้นกระดาษ โดยอ้างว่าปลูกแล้วจะรวยขึ้นทันตาเห็น
ก่อนอื่นอยากบอกก่อนว่าที่จริงต้นไม้ที่ว่านั้นก็คือ ต้นยูคาลิปตัสที่ได้ทำการดัดแปลงพันธุกรรมแล้วนั่นเอง
เราเป็นนักท่องเที่ยว ที่เพิ่งกลับมาจากแคมป์ปิ้งที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา
ตามทิวเขาจะมีต้นไม้ที่ชาวบ้านนิยมปลูกกันมาก
ต้นไม้เหล่านั้นจะเรียงตัวกันเป็นแถวๆดูแล้วสวยงามสูงใหญ่
ภายหลังได้รู้ว่านั่นก็คือไร่ยูคาลิปตัสจากวิทยากรภายในอุทยานนั้น

ท่านวิทยากรได้พูดให้เราฟังว่า
การนำต้นยูคาลิปตัสหรือต้นกระดาษ มาปลูกนั้นเป็นเรื่องร้ายแรงมาก
ชาวบ้านไม่ควรนำต้นเหล่านี้มาปลูก
เพราะมันเป็นพืชต่างถิ่นท่านวิทยากรก็เสริมว่าต้นยูคาเป็นพืชเชิงเดี่ยว
เมื่อปลูก! แล้วจะส่งผลให้พื้นแผ่นดินในบริเวณนั้นแห้งผาก
เนื่องจากมันจะดูดซึมน้ำอย่างรวดเร็วและต้องการน้ำมาก
ทำให้รากของต้นๆหนึ่งอาจยาวได้ถึง 20 เมตรเลยทีเดียว
เมื่อดินบริเวณนั้นถูกดูดน้ำจนหมดผืนดินก็จะกลายเป็นทะเลทรายในที่สุด
ว่าแล้ววิทยากรก็หยิบดินให้เราดูแล้วโปรยลงพื้นมันคือทรายชัดๆ
แทนที่จะเป็นดินในป่าแบบนี้
แล้วเราอยากให้ทุกคนคิดดูถ้ามีการปลูกต้นกระดาษเป็นจำนวนมาก
ผู้คนได้ผลกำไรอย่างงอกงามในการทำธุร กิจกับแผ่นดินของชาติ
แต่นานๆไปเล่าจะเกิดอะไรขึ้น !
ผืนแผ่นดินไทยในอนาคตก็มีโอกาสจะกลายเป็นทะเลทรายได้
ไม่ใช่ว่าการปลูกต้นไม้ไม่ใช่เรื่องดีนะคะแต่สำหรับเจ้าต้นยูคานี้
เป็นต้นไม้ที่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะปลูกในภูมิภาคแบบประเทศไทยเลย
ดิฉันเป็นแค่คนตัวเล็กๆไม่มีหน้าที่ใหญ่โตอะไรในวงสังคมไม่มีสิทธิ์ห้ามใครได้
แต่อยากให้ทุกคนช่วยเผยแพร่เรื่องนี้ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะที่อ่านมาจนถึงตอนจบ............ 
=============================================================
 เหอๆ ผมก็เคยได้ยินข่าวนี้มาได้สักพักแล้วครับ แต่เพิ่งจะได้อ่านเป็นครั้งแรก ถ้าในมุมมองของคนที่ทำงานใน AA อย่างผมนะครับ เอาเป็นว่ามองอย่างเป็นกลางแล้วกันครับ ไม่ได้เป็นการแก้ตัวแทนบริษัทนะครับ ผมคิดว่าพืชทุกชนิดก็ต้องการน้ำ ปุ๋ย ดินเพื่อการเจริญเติบโตให้งอกงามครับ อย่าว่าแต่ยูคาเลยครับ ถ้าเราปลูกข้าวในที่ดินเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยขาดการบำรุงหน้าดิน แร่ธาตุในดินมันก็ต้องหมดไป และดินก็เสื่อมเป็นธรรมดาครับ ผมเคยเห็นยูคาปลูกในดินลูกรังแห่งหนึ่งครับ ต้นมันยังสามารถเจริญเติบโตได้ผมยังทึ่งเลยครับ แปลงยูคาที่เรามีเราก็ใช้น้ำที่บำบัดแล้วจากกระบวนการผลิตของเราเองครับ และเราก็มีแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ของเราเองซึ่งสามารถใช้ในกระบวนการผลิตได้ทั้งปี ไม่ได้รบกวนจากแหล่งน้ำธรรมชาติเลย ที่เราสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกยูคาเราแบ่งออกเป็นสองประเด็นครับ ประเด็นแรกคือปลูกแซมตามคันนาที่มีการปลูกข้าวอยู่แล้ว เพื่อที่ว่าชาวนาสามารถตัดยูคาไปขาดได้ในช่วงที่ราคาข้าวไม่ดี(ตอนนี้คงไม่ต้องการแล้วมั้งครับ555) เพราะมันไม่ได้ต้องการการบำรุงอะไรมากมายเลยครับ ประเด็นที่สองคือ คนที่มีพื้นที่ว่างเปล่า ถ้าเราปล่อยทิ้งไว้โดยที่ที่ดินไม่เกิดประโยชน์ มันก็ไม่เป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน ถ้าเราเอามาปลูกยูคาซึ่งเป็นพืชโตไว 3-5 ปีก็ตัดมาขายได้แล้วครับ โดยไม่ที่ไม่ต้องการบำรุงอะไรมากมายอย่างที่ว่า มันก็น่าจะมีประโยชน์กว่าที่เราจะปล่อยที่ดินให้ทิ้งร้างไว้เฉยๆ นะครับ แล้วเราก็รับประกันราคาตั้งแต่ชาวบ้านมารับกล้ายูคาไปปลูกแล้วครับ
          แล้วที่เรามีการปรับแต่งพันธุกรรมนั้นก็เพราะว่าอย่างแรกนะครับเพื่อให้สายพันธุ์แต่ละสายพันธุ์มีสามาถเจริญเติบโตได้ในภูมิประเทศ และภูมิอากาศที่แตกต่างกันครับ และอย่างที่สองเพราะให้มีการพลัดใบยูคาเมื่อต้นเจริญเติบโตได้ซักระยะหนึ่งแล้ว เพื่อให้ใบมันมาปกคลุมหน้าดินและกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นเจริญเติบโตต่อไปครับ และอีกอย่างครับ เราไม่ได้ใช้ยูคาอย่างเดียวในการผลิตกระดาษครับเราใช้เยื่อใยยาวจากไม้เมืองหนาวเช่นไม้สนเป็นส่วนประกอบในการผลิตกระดาษด้วยครับ ซึ่งตอนนี้ความต้องการของการใช้กระดาษก็สูงขึ้นเรื่อยๆ เราจึงต้องขยายกำลังการผลิตตามความต้องการของตลาด เราจึงมีการสนับสนุนให้ปลูกในหลายๆ ประเทศ เช่น ลาว อินโดนีเซีย เวียดนาม จีนเป็นต้นครับ
           ถ้าลองมองในทางกลับกันนะครับ พืชอื่นๆ ไม่สามารถเติบโตในพื้นที่ที่เกือบจะเป็นทะเลทรายได้ แต่ยูคาของเราสามารถเจริญเติบโตได้นะครับ และผมก็สงสัยอย่างหนึ่งครับว่า ถ้าเราปลูกยูคาในดินร่วนมันจะทำให้ดินกลายเป็นดินทรายได้เลยเหรอครับ ผมเข้าใจว่าพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายก็น่าจะเป็นทะเลมาก่อน ไม่น่าจะเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ในแล้วทำให้ดินกลายเป็นทรายได้ครับ ถ้าใครทราบก็ช่วยอธิบายให้ผมเข้าใจบ้างนะครับ
         
ผมอาจจะตอบคำถามได้ไม่ดีนักนะครับ เพราะมันเป็นมุมมองของผมเอง ไม่ได้ถามมาจากฝ่ายที่เค้าดูแลเรื่องนี้ ตอบในฐานะของวิศวกรตัวเล็กๆ คนหนึ่งในโรงงานเท่านั้นครับ ทุกคนไม่ต้องคิดมากนะครับ ผมว่าอย่างน้อยเมลล์นี้มันก็ดีอย่างที่ทำให้เราได้มีอะไรคุยกัน แชร์ความคิดเห็นกัน จะได้ไม่ขาดการติดต่อกันงัยครับ ถ้าใครมีความคิดเห็นอะไรก็บอกมาได้เลยนะครับ ผมไม่โกรธแน่นอน โดนชาวบ้านด่าแรงกว่านี้ผมก็เคยมาแล้วครับ มีอะไรจะด่าโรงงานผมก็ว่ามาได้เลยครับ ผมน้อมรับทุกความคิดเห็นอยู่แล้ว หรือจะด่าผมมาตรงๆเลยก็ได้ครับผมไม่โกรธจริงๆ เพราะผมคิดว่าทุกคำด่ามันช่วยเป็นกระจกส่องตัวเราเองครับ ถ้าไม่บอกกันตรงๆ ผมจะโกรธมากกว่าทั้งที่เราก็เป็นพี่น้องที่สนิทกัน
 
ขออภัยที่ตอบยาวไปหน่อย แต่ผมขออย่างนะครับ ไม่ต้อง Forward เมลล์นี้ต่อให้คนอื่นอ่านนะครับ เราเอาไว้คุยกันเองหนุกๆ ดีกว่าครับ
 
คิดถึงทุกคนมากมายครับ
 
ตี่ตี๋
คนไทยตัวเล็กๆ ที่รักประเทศนี้เช่นกัน 555