ได้ฟังความคิดเห็นจากวิศวกรตัวเล็กๆ คนหนึ่งแล้วก็อยากแสดงความคิดเห็นมั่ง
การขาดสภาพความสมดุลทางธรรมชาติเป็นบ่อเกิดของภัยพิบัติต่างๆอีกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นฝนแล้ง น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว ซึนามิ หรือแม้แต่ปรากฏการณ์ฟ้าฝ่าหน้าแล้งโดยไม่มีฝนตก
ล้วนเกิดจากการขาดสมดุลททางธรรมชาติทั้งสิ้น
ไม่เถียงว่าการปลูกไม้ยูคาอาจทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์แต่นั่นอาจเป็นเพราะการปลูกอย่างผิดวิธีที่ขาดการบำรุงดินอย่างสม่ำเสมอ
แต่นี่เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของหายนะที่กำลังคุกครามทำลายล้างโลกใบนี้เท่านั้น
ปรากฏการณ์ภาวะโลกร้อนเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่า
ใครรู้บ้างว่าโอโซนในชั้นบรรยากาศถูกทำลายไปมากเท่าไหร่ สาเหตุหลักๆคือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์(CO2)ในปริมาณมากๆ....
มากจนต้นไม้บนโลกไม่สามารถเปลี่ยนมันเป็นอ๊อกซิเจน(O2)ได้ทันโดยผ่านขบวนการสังเคราห์แสง
การที่โยนความผิดให้คนปลูกยูคาเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ถ้าต้องการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่าแท้จริง ทำใมไม่เริ่มที่การลดการใช้กระดาษในสำนักงานล่ะ
เอกสารที่ไม่จำเป็นทั้งหลายแหล่ไม่ต้องไปปริ๊นมัน กระดาษมีสองหน้าใช้กันคุ้มรึยัง แล้วรู้รึเปล่าว่ามันมีหน้าที่สามสำหรับผู้พิการทางสายตาสามารถใช้ได้อีก
เกษตรกรผู้ปลูกต้นยูคาแทบจะไม่ได้สัมผัสหรือใช้กระดาษเลยนอกจากเศษกระดาษหนังสือพิมพิ์เก่าๆที่ได้มาตอนซื้อกล้วยแขกเท่านั้น
ใครคือผู้ที่ต้องการกระดาษที่แท้จริงล่ะครับ
พนักงานสำนักงานที่ต้องเก็บอากสารจำนวนมากเพื่อการตรวจสอบ(audit) ข้าราชการที่ต้องการเก็บรักษาเอกสารทุกอย่างเพี่อรอวันเผาทำลายกลายเป็น CO2
หรือ เกษตรกรที่กำลังปลูกต้นยูคา......เพื่อสนองความต้องการของใครๆ????
โปรด....พิ-นา
จากวิศวกรตัวใหญ่ๆ(อ้วนๆ) ที่รักโลกใบนี้ไม่แพ้ทุกๆคน