อาจารย์สังวรณ์ครับ
ขอขอบคุณท่านอาจารย์มากนะครับ ที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น ผมเองเชื่อว่า การที่เด็กเกิดปัญหาการอ่านไม่ออก คงจะมีหลายสาเหตุ นะครับ แต่ผมเองไม่เชื่อว่า "การที่เราไม่ตีเด็ก" เป็นสาเหตุหลัก หรือสาเหตุสำคัญ ผลการวิจัยทั่วโลก ยืนยันว่า คดีอาชญากรรมเกือบ 100 % ล้วนเกิดจาก การที่อาชญากรได้เคยถูกกระทำแบบรุนแรงมาอย่างต่อเนื่องในชีวิต(การตีในโรงเรียนก็ถือเป็นวิธีการที่รุนแรงวิธีหนึ่ง ยิ่งถ้าอยู่บ้านก็ถูกพ่อ-แม่ตี มาโรงเรียนก็ถูกครูตี ยิ่งไปกันใหญ่) ในที่สุดก็ก่อคดีอาชญากรรม
ลูกสาวผมเรียนประถม 1-6 ในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ตลอด 6 ปี ไม่มีข่าวคราวเรื่องโดนตีเลย และครูที่นั่นก็ไม่มีการตีเด็ก แต่จะเน้นการชม การเสริมแรง(การตี เป็นวิธีการควบคุมพฤติกรรมวิธีหนึ่ง การชม/เสริมแรง ก็เป็นกระบวนการควบคุมพฤติกรรม เช่นกัน แต่ทำได้ยากกว่า เพราะบางทีเราไม่คุ้นเคย)แต่อาจารย์เชื่อไหม นักเรียนที่จบ ป.6 ที่นั่น ทุกคน อ่านหนังสือออกหมด จริง ๆแล้ว เขาสอนให้ลูกสาวผมอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน ตั้งแต่เรียนชั้น ป.2 จนในที่สุด ลูกผมก็เป็นนักอ่าน ทั้ง 2 คน แล้ววันหลัง ผมจะเล่ากลยุทธ์การสอนให้เด็กอ่านคล่องของโรงเรียนแห่งนั้น น่ะครับ
ปัญหา การตี-ไม่ตีเด็ก เป็นปัญหาโลกแตกที่นักวิชาการหรือครู มีความเห็นแตกต่างกันหลายกลุ่ม ผมเองก็เคยตีนักเรียน สมัยสอนมัธยม แต่ผมคิดว่า ผมทุ่มเทเวลาเกือบทั้งหมดในชีวิตช่วงนั้นอยู่กับนักเรียน(ทั้ง 7วัน )เพราะเป็นคนโสด วันหยุด ลูกศิษย์ผมจะมาทำอาหารกันที่บ้านพักผม เป็นประจำ ผมสนิทสนมกับเขามาก ๆ เขาดูออกว่า ผมรัก ห่วงใยพวกเขาอย่างจริงใจ อาจารย์เชื่อไหม เมื่อเขาทำผิดหรือมีพฤติกรรมีที่ไม่เหมาะสม ผมจะตีเขา และพร่ำบ่นเสียใจที่เขาไม่เชื่อฟัง ลูกศิษย์ดูออกว่าผมเสียใจจริง ๆ หลายครั้งที่เข้ามากราบขอโทษผม(ทั้ง ๆที่ผมตีเขา) ผมเลยเกิดการเรียนรู้ว่า ครูตีเด็กได้ ถ้าเรามั่นใจว่า "ลูกศิษย์ดูออกว่าเรารักเขาอย่างจริงใจ ทุ่มเททุกอย่างเพื่อเขาตลอดเวลา" การตี จะไม่มีการเพาะบ่มความแค้นเลยในกรณีนี้ แต่ถ้าผมไม่มีเวลาดูแลอย่างใกล้ชิด และนักเรียนดูไม่ออกว่า ผมรัก-ห่วงใยเขาอย่างจริงใจ ในกรณีนี้ การตี จะเป็นการเพาะบ่มความคับข้องใจ ความแค้น เมื่อมีโอกาส เด็กจะแสดงพฤติกรรมความรุนแรงได้ ครับ