พิธีกร : ครับ ก็เรื่องสถานการณ์ข้าว ผมมีความรู้สึกว่าภูมิใจมากเลยที่ได้เกิดมาในประเทศไทยที่อุดมสมบูรณ์นะครับอาจารย์ เดี๋ยวจะบอกว่า ตอนนี้หลาย ๆ ประเทศที่เป็นมหาอำนาจทางด้านอุตสาหกรรม ต้องกลับมานั่งนึกถึงปากท้องแล้วครับ เพราะว่ามัวแต่ไป push เรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอะไรนั่นรุดหน้า แต่เรื่องของ... สุดท้ายแล้วมันก็กลับมาที่การกินการอยู่ของประชาชนในประเทศ
ศ.ดร.จีระ : แล้วตอนนี้จีรวัฒน์คิดมากขึ้นหรือน้อยลงเรื่องเกษตร
พิธีกร : อย่างบทความล่าสุดของอาจารย์ใน The economist เรื่องของ The silence Tsunami ผมอ่านแล้วฮือ เขาบอกว่า ราคาข้าวที่สูงขึ้นขณะนี้ ทำให้มีคนอดอยากทันที
ศ.ดร.จีระ : ประมาณ 33 ประเทศ
พิธีกร : ทันทีเลยไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคน ซึ่งฟังแล้วแบบโอ้โห ใจหายมาก แล้วมีความรู้สึกว่า จริง ๆ แล้วเราพัฒนาโลกนี้ไปถึงไหน เพื่ออะไร ถ้าเกิดมันเกิดทำให้ปากท้องอยู่กันแล้วไม่รอด
ศ.ดร.จีระ : การพาดหัวของเขา The economist เล่มนี้ดีนะ มัน silence มันเงียบ ๆ แต่มันรุนแรง แล้วก็ประเทศส่งออกกับประเทศนำเข้าจะต้องหารือกันว่า ข้าวมันแปลก มันไม่ถึงมือคนกิน มันไม่เกิดอดอยาก แล้วเกิดปัญหาสังคมมาก เพราะว่ายากจน แล้วก็ไม่มีอะไรจะกินด้วย ผมชอบที่ จีรวัฒน์คิด นี่คือสังคมการเรียนรู้ของคุณ
พิธีกร : ครับ
ศ.ดร.จีระ : ก็จะพูดถึงหนังสือเล่มนี้ เผอิญผมโชคดี ผมได้เจอนักเขียนคนนี้ แล้วก็ได้คุยกับเขา
พิธีกร : William Malek
ศ.ดร.จีระ : แล้วก็จะออกรายการ TNN 2 วันพุธที่ 7 พฤษภา คือในบทความผมนี่ ผมถามเขานะ เออ..คุณเป็น...เขาสอนที่ Stanford แล้วก็มีเพื่อน 4 – 5 คน ช่วยกันเขียน 3 คน แล้วก็ส่วนมากจะเป็นอาจารย์ ส่วนมากเวลานักเขียนมา ผมจะบอก คุณ apply case ใน Asia บ้างหรือเปล่า คราวนี้เขารีบพูดเลย คุณรู้ไหม เขาเอายกตัวอย่าง apply case อันหนึ่งซึ่งไม่น่าเชื่อเลยคือ National library of Singapore คือระบบ...
แล้วก็ National library of Singapore นี่ เขามี Purpose อยู่อันหนึ่งนะจีรวัฒน์ ซึ่ง Purpose อันนี้ ถึงเขามี แล้วรัฐบาลไทยไม่มี กระทรวงศึกษาไม่มี แต่ผมมีนะ Purpose อันนี้ เขาบอก Investing for learning nation น่าสนใจนะ Investing for the learning nation แล้วเขาก็ไม่พูดถึงการศึกษา เขาเน้นระบบห้องสมุด เขาบอกห้องสมุดสมัยก่อนมันโบราณ ฉะนั้น นาย William แกก็เลยพูดให้เห็นถึง 4 ประเด็น ความจริงมีอีก 2 ประเด็น:ซึ่งมันสำคัญ มันยุ่งยากมาก อธิบายลำบาก เขายกตัวอย่างคำว่า Strategy
ซึ่ง Strategy ใคร ๆ ก็มีได้ ซึ่งการกำหนดว่าจะไปยังไง จุดอ่อน จุดแข็งเป็นยังไง มีแนวทางยังไง แต่ทั้งหมดนี่การกำหนดต้องระมัดระวัง
อันที่หนึ่งเขาเรียกว่า การดู Purpose ขององค์กรเหล่านั้น คือแต่ก่อนเราจะพูดถึง Mission องค์กรนี้จะทำอะไร องค์กรนั้นจะมี Purpose ไว้ก่อน เป้าหมายหลักยังไง เขายกตัวอย่างเลยที่สิงคโปร์ เขาบอกว่า
Purpose ใหญ่ของ National library ของสิงคโปร์ ก็คือ ให้คนสิงคโปร์ เป็นคนมีความรู้ Learning เรียนรู้ เขาไม่ใช่เรียน มีความรู้อย่างเดียว ไม่ใช่ Knowledge person เป็น Learning nation เอาหนังสือไปอ่าน ต้องคิดเป็น วิเคราะห์เป็น ใช้ให้ได้ ของเขาใช้เครื่องมืออันนี้ และแต่ก่อนนี้เราจะใช้ภาษาอังกฤษว่า Idea ใช่ไหมจีรวัฒน์
พิธีกร : ครับ
ศ.ดร.จีระ : ของเขามีมากกว่านั้นอีก ซึ่งผมก็ shockเลยนะ ผมเพิ่งอ่าน เพิ่งจะได้ Idea เขาเรียก Ideation Idea+tion ฉะนั้นเขาบอกว่าใครก็ตามจะทำเรื่อง Strategy ควรจะไม่ได้มองว่าองค์กรนี้ฉันจะทำไร องค์กรนี้มีเป้าหมายหลัก ๆ อย่างไร อันนี้ก็เหมือน Martin Luther King จีรวัฒน์ เขามีเป้าหมายคือให้ผิวขาว ผิวดำเสมอภาคกัน แล้วเขามาดูว่า Strategy ต้องทำยังไง ฉะนั้น Purpose มาจาก Big Idea
แล้วพออันที่สอง เขาพูดถึง Vision แต่เขาไม่ได้พูด Vision เขาพูดถึง Clarity of Vision คือหมายความว่าบอกมาชัด ๆ เลยว่า Vision ก็คือเขาบอกว่าห้องสมุดของสิงคโปร์
1. จะต้องให้คนสิงคโปร์มีที่ที่ access , access หมายความว่า เป้าหมายของเราคือ ให้เขาอยากมาห้องสมุด ลองคิดดูวันนี้ นัก Library ในเมืองไทยทั้งหมด จีรวัฒน์ลองคิดดู ผมก็รู้จักเขาเยอะนะ Purpose มันก็มีเหมือนกัน แต่เล็ก ๆ นะ แล้วก็พอถึง Vision ก็คือ ฉันจะต้องจัดหาสมุด หนังสือให้ดีที่สุด อะไรอย่างนี้ ความจริงแล้วไม่ใช่
ต้องให้คนอยากมาหาความรู้จากห้องสมุด แล้วต้องทำให้ต้นทุนของเขาต่ำที่สุด
พิธีกร : อันนี้น่าสนใจมากนะครับ
ศ.ดร.จีระ : คือวันนี้ห้องสมุดที่ธรรมศาสตร์ ถามจริง ๆ เถอะ ต้นทุนในการไปหาข้อมูลที่ห้องสมุดธรรมศาสตร์มันต่ำไหม ไม่ต้องพูดถึงบรรยากาศนะ จีรวัฒน์
อันที่สองเขา clear เลยว่า เขาจะต้อง....
แล้วอันที่สามนี่ พอเขาได้อันนี้แล้ว เขาจะเอาไป link กับวัฒนธรรมองค์กรของเขา อย่างเขาบอกว่า ห้องสมุด Library ของสิงคโปร์ในอดีตนี่ มันเป็นระบบราชการ ทำตัวแบบข้าราชการ โบราณ เขาจะเปลี่ยนวิธีการให้มันเป็น cultural of customer คำว่า alignment เขาจะบอก alignment อันแรกก็คือ จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมคน เดี๋ยวนี้ Strategy เดิม ไม่มี corporate culture มันก็ไปไม่รอดจีรวัฒน์ เหมือนผมสอนหนังสือทุกวัน ผมไปสอนที่กรมปกครองอย่างนี้ ใส่วิชาการเข้าไป แล้วก็ไม่แนะนำเรื่องเกี่ยวกับศึกษาเกี่ยวกับ culture ต่าง ๆ และนอกจาก culture แล้ว เขาก็มีอีกตัวหนึ่ง สะกดคล้าย ๆ กัน จีรวัฒน์ เขาเรียก Structure เขาบอกว่า Structure ก็คือ องคาพยพทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน กฎระเบียบ เทคโนโลยีต่าง ๆ มันต้อง align กันกับเป้าหมายต่าง ๆ อันนี้ผมว่าเขาพูดดีนะ คือ alignment ตอนหลัง ๆ นี่ เขามักจะมองเฉพาะเรื่องคน เช่น อย่างฝ่ายที่บริษัทจีรวัฒน์นี่ ฝ่ายการเงินกับการตลาดนี่ ลูกศรต้องไปด้วยกัน เมืองไทยบางทีลูกศรสวนกันก็มี เขาไม่ได้พูดแค่นี้ เขาบอกว่า ต้อง align วัฒนธรรมองค์กร แต่ต้อง align structure ด้วย
Structure ก็คือ อย่างในการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของเรานี่ มีโครงสร้างเยอะแยะเลย มีฝ่ายผลิต ฝ่ายส่งบำรุง แต่ไม่ทำงานร่วมกัน เจ๊งนะ ผมขอยกตัวอย่าง จีรวัฒน์ ผมกำลังทำรุ่น 4 ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตอยู่ คราวนี้จะเป็นพวกดารา ผมจะละลายพฤติกรรมเขา วันแรกเขาจะบอกว่า No more Silo
Silo ในที่นี้หมายความว่า แต่ละฝ่ายแต่ก่อนนี้มีฝ่ายนี้ขึ้น ๆ ๆ แต่ละฝ่ายไม่เคยทำงานร่วมกันเลย บางทีผมเรียกว่า structure คือ Cross functional คุณลองนึกถึงตัวคุณเองที่ Emporium ถ้าคุณไม่มี Cross functional คุณจะรอดไหม ใช่ไหม
ฉะนั้นคุณ Malek แกสอนวิชา Strategy กับ Execution อยู่ แกก็เลยมีทั้ง Hard กับ Soft Culture อยู่ ปริญญาตรี แกจบวิศวะมา แล้วคนที่สอนที่ Stanford ส่วนมากก็จะเป็นวิศวะ แล้วก็ต่อย ๆ มาหา เขาเรียกอะไรนะ ความเป็นไปได้ทางการบริหารจัดการ ฉะนั้นสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมชื่นชมเขามากนะ ผมว่าการเป็นวิศวกร แล้วก็มาสนใจเรื่องวัฒนธรรมองค์กร เขาก็บอกว่า เขาก็ไม่ชอบคนที่สอน Strategy แต่ไม่เน้นเรื่อง Fact เรื่องการเงิน เรื่องอะไรใช่ไหม เขาชอบสิ่งเหล่านั้นแข็ง ๆ ก่อน เป็น Hard culture แล้วค่อยมาดูถึงเรื่องวัฒนธรรมองค์กร ดูถึง structure องค์กร เขาบอกว่าระบบของเรา ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน อย่างที่ Emporium ของคุณก็มีระบบ กระทรวงเกษตรก็มีระบบ ระบบสร้างมาตั้งนานแล้ว เป็น Hierarchy บ้าง อะไรบ้าง
และสุดท้าย อันที่สี่นี่ เขาเรียกว่า Engagement
Engagement ในที่นี้ก็คือ มาแรงนะ ก็เหมือนเรา เรารักใคร เราก็จะ ไปหมั้นเขาใช่ไหม การหมั้นกันก็คือสัญญาว่าจะทำงานร่วมกัน อยู่ร่วมกัน Engagement ก็คือตั้งแต่ Engagement ของการมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน ทำงานร่วมกัน และกิจกรรมต่าง ๆ มันจะต้องเชื่อมโยงกัน Engagement จะเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการที่นำเอา Execution ให้เกิดขึ้นที่ อย่างที่สิงคโปร์ National library ทุกคนไม่ว่าจะเป็น HR department หรือ marketing department หรือเทคโนโลยี หรืออื่น ๆ ก็มีความสัมพันธ์ร่วมกันตลอดเวลา อย่างวันนี้ Engagement มาแรงนะจีรวัฒน์ Employee Engagement ก็เป็น Idea หนึ่ง ซึ่งเพื่อนผมชื่อคุณพจนารถ ซีบังเกิด พูดอันนี้บ่อย ก็เลยอยากฝากหนังสือเล่มนี้ไว้ เป็นหนังสือที่กำลังจะมาแรงนะ ตอนนี้ติดอันดับ 1 ใน 3 ของ Mc-Grawhill แล้วก็จะเป็นหนังสือแนวที่มันคล้าย ๆ เอาแนวของ Michael Potter มาบวกกับแนวของ Jack Welch แล้ว Michael Potter จะเก่งเรื่อง Strategy แต่ว่ามี Strategy โดยไม่มี Execution อย่างคุณจีรวัฒน์เคยจำผมได้ ที่ชอบว่าผมชอบทำอะไร ผมชอบทำให้สำเร็จ Get thing done ในหนังสือเล่มนี้เขาก็สอนว่า ถ้าจะให้มีความสำเร็จก็ต้อง Get thing done ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ
พิธีกร : ครับ เดี๋ยวเราคงต้องไปต่อในสัปดาห์หน้าครับ อาจารย์
ศ.ดร.จีระ : ครับผม
พิธีกร : ขอบคุณครับ อาจารย์ครับ สุดท้ายฝากประชาสัมพันธ์เล็กน้อย
งานสวดอภิธรรมศพคุณวิเชียร ตัณฑเศรษฐี นะครับ ที่ศาลา 5 วัดธาตุทอง นะครับ มีจนถึงวันพฤหัสนี้
แล้วก็จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม เวลา 17.00 น. ที่วัดธาตุทองเช่นกันครับ
ท่านที่สะดวกไปได้ ก็เรียนเชิญตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวครับ
วันนี้ผมจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ต้องขอลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ