พิธีกร : ใช่ครับ
ศ.ดร.จีระ : ก็อย่าให้ประเทศที่ผลิตข้าว ซื้อข้าวไม่ได้ ต้องให้ประเทศที่สั่งข้าว ซื้อข้าวไม่ได้ อย่างฟิลิปปินส์อย่างนี้ ของเราไม่ควรที่จะมีการขาดแคลนในเรื่องข้าว ฉะนั้นก็ขอฝากไว้ด้วย
ส่วนเรื่องน้ำมัน ปัญหามันก็คือ ดอลลาร์ คือดอลลาร์มันลง ก็เลยเก็งกำไรกัน แล้วก็มันทำท่าว่าจะโผล่เข้าไป 120 – 130 แล้ว ซึ่งเกินแนวต้านของ Goldman Sachs ที่บอกว่าไม่เกิน 105 เหรียญต่อบาเรล คนไทยต้องรีบปรับตัว บางคนก็รีบเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็น gas อย่างผมใช้รถตู้เยอะ ผมก็จะขอให้รถตู้ที่ใช้ gas นะตอนนี้รถตู้ที่ใช้ gas ส่วนใหญ่เป็นรถตู้ที่วิ่งคล้าย ๆ รถโดยสาร แต่ว่ารถตู้เช่านี่ เขายังไม่ใช้ gas ไม่ว่าจะเป็น NGV หรือ LPG เพราะว่า เขาจะบอกว่าไง รู้ไหม ปั๊ม gas ไม่มีในต่างจังหวัด เพราะฉะนั้นอย่างผมนี่ ผมไปขอนแก่น ราคารถตู้วันหนึ่งประมาณ 1,800 แล้วก็จะบวกค่าน้ำมัน วันนี้ค่าน้ำมันไปขอนแก่นประมาณ 2,500 แล้วละ แต่ถ้าใช้ gas เหลือประมาณ 800 saveไปเยอะเลย อย่างผมใช้รถตู้บ่อย ผมไปต่างจังหวัดบ่อย แล้วก็ขอรถตู้เป็น gas เขาก็บอกยังไม่มี เพราะว่าเติม gas ลำบาก ฉะนั้นถ้าปั๊ม gas มีเยอะ มันก็ไม่มีปัญหาอะไร อย่างการเดินขนส่งของคนที่ทำงานอย่างผม ถ้าใช้รถตู้ gas จะช่วยได้เยอะ อย่างผมวันนี้ก็ใช้รถส่วนตัวน้อย ใช้ taxi เป็นส่วนใหญ่ รถภรรยาผมก็เปลี่ยนเป็น gas เรียบร้อยไปแล้ว จีรวัฒน์ก็คิดให้ดีนะเรื่อง gas
พิธีกร : คิดเหมือนกันครับอาจารย์ เพราะว่าประหยัดเงินมาก
ศ.ดร.จีระ : คิดเสียว่ามันใช้... คนรุ่นหนุ่มอย่างคุณนี่ มันก็จะหมดไปกับค่าขนส่ง บางคนเพิ่มตั้งเดือนละ 3 – 4,000 ก็มี แล้วก็ที่อยู่อาศัยก็ต้องอย่าให้มันไกลนัก
พิธีกร : ครับ มีหลายท่านมองว่า ตอนนี้เราเป็น เรียกว่าผู้นำทางด้านข้าว คือเขาไม่อยากใช้คำว่ามหาอำนาจทางด้านข้าว แต่เนื่องจากเราเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก อาจารย์
ศ.ดร.จีระ : คือส่งออกปีหนึ่งตั้งเกือบ 9 ล้านตัน แล้วก็คุณภาพดีด้วย
พิธีกร : ใช่ครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มีหลายฝ่ายเองก็มองว่า เราเองต้องกลับมามอง core business ของประเทศเราจริง ๆ หรือเปล่าว่า จริง ๆ แล้วข้าว อุตสาหกรรมข้าวนี่ ประเทศไทยเราก็มีความเชี่ยวชาญ แต่ว่ายังไม่มีการลงไปพัฒนา บริหารจัดการ ดูแลกันอย่างเป็นระบบ
ศ.ดร.จีระ : จีรวัฒน์ คุณตรงประเด็น คือ เราเคยชินกับการมีข้าวกิน แต่เราลืมไปว่า เราปลูกข้าวแบบฟุ่มเฟือย คือถางป่าไปเรื่อย ๆ ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า rent for surplus คือขยายพื้นที่การปลูก แต่พื้นที่นี้มันไปชนกับพลังงาน เห็นไหม พื้นที่ก็เลยน้อยลง
ฉะนั้นเราอันแรกก็ต้องปรับ อันไหนพลังงาน อันไหนอาหาร
สอง เอาจริงกับเรื่องชลประทาน + พันธุ์ข้าว + การวิจัย
แล้วก็เอาจริงกับเรื่องสถาบันเกษตร อย่าให้ถูกนักการเมืองพาไป ลากจูงไป อย่างเช่น สหกรณ์การเกษตรอย่างนี้ ท่านผู้ฟังครับ เป็นองค์กรอยู่กันมาตั้งนาน วันนี้ยังไม่มีอันไหนเลยบอกว่าฉันจะเป็นสหกรณ์การเกษตรแบบทันสมัย ส่งออกได้ ก็มีอันหนึ่งที่ท่ายาง ส่งกล้วยหอมไปต่างประเทศ ญี่ปุ่น แต่ว่าสหกรณ์ยุคใหม่ ต้องเป็นสหกรณ์ครบวงจร ผลิต บางแห่งก็จัดเข้าถุงขาย ที่ Tesco Lotus เลย มันต้องทำได้ อยู่ที่การบริหารจัดการ จีรวัฒน์ อันนี้ก็เป็นเรื่องคล้าย ๆ กับการศึกษา การศึกษาก็ต้องบริหารจัดการ เพราะทรัพยากรมันมีจำกัด ซึ่งอันนี้ผมพูดหลายครั้งแล้วนะ ใครจะเชื่อก็ไม่เป็นไร ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร แต่ว่าเกษตรจะร่ำรวยมหาศาลได้ ถ้าทรัพยากรมนุษย์ หรือทุนมนุษย์เข้มแข็ง
ที่ดินเข้มแข็งไม่พอ มันต้องมี...คือเรานี่เคยชินกับการมีความฟุ่มเฟือยทางทรัพยากรธรรมชาติ เราโยนเมล็ดไปอันหนึ่งเราก็ได้กิน กินอย่างเดียวไม่พอ ท่านผู้ฟังครับ กินแล้วต้องเหลือมาขาย วันนี้ราคามันดี มันต้องขายให้พอ ไม่เช่นนั้นก็มีคนเขาบอกว่าก็จะมีบริษัทใหญ่ ๆ ยักษ์ใหญ่บางคนนี่ยิ้มเลย เพราะยักษ์ใหญ่นี่
1. เขามองอนาคต ถ้าเขารู้ว่าแห้งแล้ง เขาก็จะกักตุนไว้แล้ว
2. เขามียุ้งฉางที่จะเก็บได้
3. เขามีมันสมองมากกว่า บางบริษัทนี่ซื้อนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษตรในราคาแพง ฉะนั้น
ปัญญาก็สู้กันไม่ได้อยู่แล้ว ฉะนั้นผมคิดว่า... ก็มีนักคิดคนหนึ่งเขาบอกว่า ในอิสานนี่ อย่างทุ่งกุลาร้องไห้ เราน่าจะมีการจัดการปลูกข้าวหอมมะลิ แต่ว่าเป็น modern management จริง ๆ เอาคนจบ MBA คนบ้าคลั่งบริหารจัดการไปทำธุรกิจข้าวบ้าง เพราะว่ายุคฟองสบู่แตกนี่ก็ เกษตรได้ดีเพราะว่าคนตกงาน คนจบจาก Finance ก็ไปอยู่กับพ่อแม่ อะไรอย่างนี้ มันก็เป็นประโยชน์ แต่ตอนหลังนี่สังเกตดูคนรุ่นใหม่ คนชั้นนำ เขาจะไม่เข้าใจการเกษตรเลย แล้วก็เผลอ ๆ ดูถูกด้วยนะ ฉะนั้นในฐานะที่ผมเป็นนักพัฒนาคน อย่าละเลยสิ่งเหล่านี้ ผมก็โชคดีนะที่ได้รับโอกาส ได้รู้จักกระทรวงเกษตร ความจริงกระทรวงเกษตรมีนักวิทยาศาสตร์เยอะมากเลย แต่ที่ไม่มีคือ นักพัฒนาคนกับนักพัฒนาการเงิน การตลาดไม่มี แล้วก็มองทุกอย่างเป็น supply side หมด คือจะมองการผลิต เก่งเรื่องแมลง เก่งเรื่องปุ๋ย เก่งเรื่องแหล่งน้ำ แต่ไม่เก่งเรื่องอะไรนะ การบรรจุหีบห่อ ไม่เก่งเรื่องโรงสี ไม่เก่งเรื่องการตลาด ไม่เก่งเรื่องการวิจัย ก็ฝากไว้ด้วยละกัน