ตามจริงผมอ่านบันทึกนี้เมื่อแรกโพสแล้วครับ รีๆรอๆก่อนที่จะแสดงความคิดเห็น
ขอบคุณที่พี่ช่วยมองให้อย่างละเอียด และทุกแง่มุมการพัฒนาตน
ผมคิดว่าในท่ามกลางปัญหาความขัดแย้ง ณ ตรงนั้น ใช้อารมณ์ในการตัดสิน คงต้องแตกกระจายทั้งสองฝ่าย(อารมณ์ + มิตรภาพ) ผมเลือกใช้วิธี "เงียบ" แต่ค่อยๆมอง แต่เกือบจะอดรนทนไม่ได้ พอเวลาผ่านไปสักพักก็เีขึ้นครับ มองเห็นปมที่ขัดแย้งอยู่
มันเป็นปัญหาของ"เขา" เป็นปัญหาของ "คนอื่น" ที่เราสัมผัส ดังนั้นไม่ต้องเสียแรงไปจัดการ
ผมต้องให้ความ"สมเพช เวทนา"กับคนที่ยังใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง ไม่รับฟังเหตุผลใดๆ .... หากรักจะทำงานพัฒนาไม่ให้ทุกข์ก็คงต้องปรับตัวเอง ตรงนี้ไม่ใช่ปรับธรรมดา คงต้องปรับอีกเยอะ
หัวใจของเสรีชน ที่เป็นอิสระ แต่อัตตาสูงส่ง ...ช่างน่าสมเพชเสียจริง!!! กว่าจะรู้ตัวเองน่ากลัวจะเจ็บปวดไปอีกนาน
การพัฒนาตนเป็นขั้นตอนเพื่อแก้ไขปัญหาความขั้นแย้งที่พี่เขียนในบันทึกผมชอบมากครับ
และเป็นบทเรียนหนึ่งที่เราต้องเรียนรู้ ใช้ประสบการณ์ตรงนั้นมาขัดเกลาตัวเอง..ผมโชคดีที่ได้เจอเหตุการณ์แบบนี้
แก้ที่คนอื่นคงยาก หากไม่ใช่ที่ตน
"คนชอบ ใครชัง ช่างเถิด
ใครชู ใครเชิด ช่างเขา
ใครด่า ใครบ่น ทนเอา
ใจเรา ร่มเย็น เป็นพอ"
ขอบคุณมากครับพี่ยอดดอย
ี้