เมื่อวันที่ 24-26 มีนาคม ที่ผ่านมาผมไปฟัง Fullan ท่านฯ รองสวัสดิ์ อินแถลง ท่านพิชิตพล สุทธิสานนท์ ไปเจาะลึกเรื่องโรงเรียนขนาดเลก กับ Fullan ในวันที่ 27 มีนาคม
ผมกลับมาแล้ว มีโอกาสถ่ายทอดแก่สมาชิกในเขต ผมเลือเอาสาระเกี่ยวกับเขพื้นที่ที่ Fullan เขาพูด และเขียนไว้มาเสนอเป็นยกแรก นำเสนอเสร็จ
ศน. อนันต์ เทียมอ้าย ท่านได้สรุปสิ่งที่ผมนำเสนอ
ไว้ดังนี้ ฉบับเต็มอยู่ในเอกสารที่เขาแจก
ลองอ่านดูนะครับ ว่าสาระที่สรุปได้ เป็นอย่างไร เขตพื้นที่อาจได้ข้อคิดไปทำงานที่ส่งผลถึงคุณภาพของโรงเรียนขนาดเล็ก และทุกขนาดครับ
องค์ประกอบความสำเร็จของสำนักงานเขตพื้นที่ 10 ประการ
1. ผู้นำที่มีการวางกรอบความคิดที่สอดคล้องและกระจ่าง
การปฏิรูปเขตพื้นที่การศึกษาที่ลึกซึ้งนั้นต้องการผู้นำที่วางแผน หรือแนวทางที่จะไปสู่เรื่องหรือกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลง ในการจัดการศึกษา การจัดการเรียนการสอนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ผู้นำต้องมีความรู้และเข้าใจอย่างถ่องแท้ และจะต้องสร้างบุคลากรทางการศึกษาให้รู้ลึกซึ้งในเรื่องการเปลี่ยนแปลง และต้องสร้างทีมงานอย่างเข้มแข็งเพื่อจะบรรลุถึงการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ ผู้นำในองค์กร/หน่วยงานเป็นบุคลากรหลักที่จะต้องมีมุมมองที่เป็นระบบ และสามารถใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า และนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามอำนาจหน้าที่ ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่
ด้านที่ 1 พวกเขาได้รับมอบอำนาจเฉพาะมาจากคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
ด้านที่ 2 พวกเขาได้เห็นภาพรวมขององค์กร เนื่องจากพวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นในองค์กร
ด้านที่ 3 พวกเขาอยู่ในจุดที่สาธารณชนสามารถพบเห็นและรู้จักได้ง่าย
ด้านที่ 4 พวกเขาสามารถเข้าถึงทรัพยากรทางการเงินและทรัพยากรมนุษย์
2. การมีเป้าหมายทางคุณธรรมร่วมกัน
การมีเป้าหมายทางคุณธรรมร่วมกัน มีองค์ประกอบ 3 ประการ ได้แก่
ประการที่ 1 การทำให้เป้าหมายในการยกระดับ และลดช่องว่าง มีความชัดเจนขึ้น
ประการที่ 2 เป้าหมายทางคุณธรรมไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะนักเรียนเท่านั้น บุคลากรที่เกี่ยวข้อง
ทุกฝ่ายต้องมีคุณธรรมและพัฒนาควบคู่ไปพร้อม ๆ กัน
ประการที่ 3 หน่วยงานหลักต้องเป็นองค์กรที่ช่วยขยายผลให้เกิดความสำเร็จทั้งแนวตั้งและ
แนวนอนและต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน ใน
เชิงสร้างสรรค์ไม่ใช่เพื่อการทำลาย
3.พาหนะที่เหมาะสม
จากที่ได้ศึกษาความคิดเห็นของนักการศึกษา จิม คอลลินส์ ได้เปรียบเทียบการจัดที่นั่งบนรถโดยสาร (โครงสร้างและบทบาทของระบบ) เขาไม่เห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างองค์กร โดยยกตัวอย่างโรงเรียนในชิคาโก ที่มีการพัฒนามานานถึงสิบห้าปี โดยใช้แนวคิดระหว่างการรวมอำนาจและการกระจายอำนาจออกจากส่วนกลาง พบว่า โครงสร้างได้รับการชักนำและขัดเกลาโดยค่านิยมและแนวความคิดตามบทเรียนที่หนึ่งและสอง การมุ่งสนใจไปที่การเรียนการสอนโครงสร้างและบทบาทจะต้องสอดคล้องไปในทางเดียวกัน การจัดระเบียบจะช่วยในเรื่องการมุ่งเป้าหมายและความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องกันของส่วนต่าง ๆ สิ่งที่ร่วมอยู่ในแนวทาง การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน คือการจัดทรัพยากรบุคคล โดยสรุป เราต้องสนใจโครงสร้างองค์กรมากกว่าตัวแผนผังองค์กรว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งใด
4. การสร้างศักยภาพและความเป็นผู้นำ
1. ความเป็นผู้นำ( Leadership ) ในทศวรรษนี้ มองใน 2 ประเด็น
ประเด็นที่ 1 ผู้นำแต่ละคนไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาหรือเธอมีผลกระทบต่อการศึกษาขั้นพื้นฐานของนักเรียนมากเท่าใดเมื่อสิ้นวาระตำแหน่งผู้นำ แต่ดูว่า เขาและเธอได้สร้างผู้นำรุ่นหลัง มากน้อยเพียงใด โดยมุ่งที่การพัฒนาผู้นำในอนาคต
ประเด็นที่ 2 ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากจำนวนการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนผู้นำตามวาระ แต่มาจากทิศทางการดำเนินงานที่ไม่ต่อเนื่อง องค์กรที่มีการจัดระบบและมีความร่วมมือร่วมใจกันจะมีความต่อเนื่องในด้านทิศทางการพัฒนา
ประเด็นที่ 3 การพัฒนาทักษะทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นต่อผู้ที่มีบทบาทในการก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน
2. การสร้างศักยภาพ องค์กรต้องกำหนดเป้าหมายให้เด่นชัดเกี่ยวกับศักยภาพที่ต้องการสร้าง ลักษณะใดต้องการสร้างทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และจะประสานงานการสร้างศักยภาพองค์กรอย่างไร ซึ่งคำนึงถึง สถานที่ บุคลากร กระบวนการหรือวิธีการที่เหมาะสม
5. การสร้าง lateral capacity
เป็นกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงโรงเรียนในเขตพื้นที่เดียวกัน เข้าด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาแนวความคิด ทักษะ และการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดการพัฒนาเปลี่ยนแปลง เช่น กรณีตัวอย่าง คณะกรรมการการศึกษาของโรงเรียนในเขต
บริสตอล 19 แห่ง มีโรงเรียน 10 แห่งที่อยู่เหนือรับมาตรฐานของประเทศจากวัด ระดับการดำเนินงานหลาย ๆ อย่าง อีกเก้าโรงเรียนที่เหลืออยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ได้รับการพัฒนาจากโรงเรียนทั้ง 10 แบบจับคู่ทำให้เกิดการพัฒนาและร่วมมือกับปรับปรุงการเรียนรู้ของนักเรียน ตัวอย่างที่ 2 การดำเนินงานโครงการ ของโรงเรียนในเขตชิคาโก ที่มีการนำคณะครูไปศึกษาดูงานโรงเรียนต่าง ๆ แล้วนำตัวอย่างที่ดีมาปรับปรุงงานของโรงเรียนโดยการพัฒนางานควบคู่ไปกับการพัฒนาความสำนึกร่วมกัน ตั้งแต่การตั้งจุดประสงค์ของการพัฒนา มุ่งเน้นการทำงานเป็นทีม
6. การเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง
การกำหนดวิสัยทัศน์ของเขตพื้นที่ ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการนำมาใช้ เขตพื้นที่การศึกษาที่มีประสิทธิภาพมักจะไม่ค่อยมีกลยุทธ์ที่เหมาะสม แต่มีการขัดเกลาปรับปรุงกลยุทธ์ที่นำมาใช้อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยข้อมูลที่เป็นระบบ มีการติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด ส่งเสริมให้มีการแสดงความคิดเห็นและเข้าร่วมดำเนินการด้านการแก้ปัญหา การตรวจสอบ โดยมุ่งเน้นที่การเรียนรู้พร้อมกับการชักนำให้เกิดการปรับปรุงที่ยั่งยืนและลึกซึ้ง
การประเมินด้านการอ่านการเขียนหรือการประเมินเพื่อการเรียนรู้ เป็นกลยุทธ์ในการปรับปรุงโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพ และกลยุทธ์การสร้างศักยภาพจะมีผลกระทบต่อการเรียนรู้ของครูผู้บริหารหรือไม่นั้น เขตพื้นที่การศึกษาต้องดำเนินงานให้สอดคล้องกับความต้องการของบุคลากรในโรงเรียนและต้องรวมถึงชุมชนด้วย
การนำข้อมูลไปใช้ในระบบการศึกษาจะต้องทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้
กลยุทธ์ต่าง ๆเห็นได้ชัด จุดเน้นคือการเรียนรู้ในนักเรียนและนักการศึกษาต้องมีการลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น สำหรับนักเรียนหมายถึงการพัฒนาความสามารถในการอ่านการเขียนและคิดคำนวณ และนำไปสู่การเรียนแบบใหม่ ส่วนนักการศึกษานั้นการใช้การประเมินเพื่อการเรียนรู้และการมุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการเรียนรู้ของโรงเรียน แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการเรียนรู้และการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง
7.ความขัดแย้งเชิงสร้างสรรค์
การปฏิรูปการศึกษาทั่วทั้งเขตมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับคนหลายระดับ จึงก่อให้เกิดข้อซักถามและการไม่เห็นด้วยมากมาย เขตพื้นที่การศึกษาจะประสบความสำเร็จต้องพยายามรักษาความสมดุลในการดำเนินงาน การปฏิบัติที่เคร่งครัดเกินไปจะเกิดการต้านความขัดแย้ง ถ้ายอมแพ้จะทำให้เกิดความล้มเหลว ข้อควรปฏิบัติ
ข้อที่ 1 ผู้นำเขตพื้นที่การศึกษา ต้องมีแยกแยะความขัดแย้งต่าง ๆว่าเป็นความขัดแย้งที่ดีหรือไม่ ถ้าแยกแยะความขัดแย้งเชิงสร้างสรรค์ออกจากความขัดแย้งที่ทำให้เกิดความขัดข้องได้ จะทำให้การทำงานราบรื่นและลดผลกระทบจากความขัดแย้งที่ทำให้เกิดความขัดข้องได้
ข้อที่ 2 องค์กรการศึกษาที่ประสบความสำเร็จจะให้ความสำคัญกับความแตกต่าง ไม่กลัวเมื่อเกิดความผิดพลาดไปจากแผนที่วางไว้ การเรียนรู้จากความผิดพลาดจะขจัดความกลัว และสามารถจัดระเบียบสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วย
ข้อที่ 3 เขตพื้นที่การศึกษาที่กำลังก้าวไปข้างหน้ามีความคิดว่า ความไม่เห็นพ้องต้องกันเป็นเรื่องธรรมดา เขตพื้นที่การศึกษาที่ประสบความสำเร็จจะมีลักษณะของความร่วมมือร่วมใจกัน แต่ก็ไม่ได้มีความสอดคล้องหรือมีความเป็นเอกฉันท์ในทุก ๆ เรื่องเสมอไป ประเด็นที่ไม่สามารถต่อรองหรือยืดหยุ่นได้ เช่น การยกระดับมาตรฐานและลดช่องว่าง การพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ความโปร่งใสของผลสำเร็จ ซึ่งการไม่สามารถต่อรองได้นี้ช่วยลดจำนวนความขัดแย้งลง และนำไปสูการแก้ปัญหาเพื่อพัฒนาต่อไปข้างหน้า
8. กลุ่มวัฒนธรรมที่มีความต้องการสูง
กลุ่มวัฒนธรรมที่มีความเชื่อมั่นสูง มักเป็นกลุ่มที่ต่อต้านครูที่ละเลยต่อหน้าที่ และไม่มีความสามารถเพียงพอ องค์กรที่มีความเชื่อมั่นสูง จะรวมเอาความนับถือ ความตั้งใจส่วนตัว การผสมผสาน และความสามารถเข้าด้วยกัน ครูที่มีความตั้งใจดี หากไม่มีความสามารถในงานที่เขาทำก็ไม่อาจเป็นที่เชื่อถือได้ กลุ่มที่มีระดับความเชื่อมั่นสูงสามารถทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ พวกเขาจะกระตุ้นให้บุคลากรเกิดแรงทำงาน และให้เครื่องมือ หรือวิธีการที่จะช่วยให้การทำงานเป็นผลสำเร็จ กลุ่มเหล่านี้มีความเคร่งครัดเป็นระเบียบและความเชื่อมั่นว่าการดำเนินการตามแนวคิดจะประสบผลสำเร็จในที่สุด และยังยึดถือในเรื่องความสามารถของบุคลากรและจริยธรรมทางวิชาชีพอีกด้วย
9.หุ้นส่วนภายนอก
เขตพื้นที่การศึกษาที่ใดที่พัฒนาไปโดยไม่มีหุ้นส่วนภายนอก และเขตพื้นที่การศึกษาที่มีหุ้นส่วนภายนอก จะมีความก้าวหน้า ขึ้นอยู่กับผู้นำ ว่าเขาได้ทำอะไรอยู่ การเป็นผู้นำในสถานการณ์ยุ่งยากนั้นมีความซับซ้อน บางครั้งอาจได้รับความช่วยเหลือจากภายนอก แต่ถ้าผู้นำไม่มั่นคงในแนวทางที่กำลังทำ หุ้นส่วนภายนอกอาจทำให้สถานการณ์ เล ว ร้ายได้
หุ้นส่วนภายนอกมีบทบาทต่อเขตพื้นที่การศึกษา ประการแรก พวกเขาจะเป็นตัวเร่งในการทำงาน ประการที่สอง หุ้นส่วนภายนอกอาจให้ความช่วยเหลือให้คำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อช่วยเสริมสร้างและหรือช่วยให้การสร้างศักยภาพภายในสมบูรณ์
10.การเติบโตของการลงทุนทางการเงิน
รัฐบาท สาธารณชน ต่างเต็มใจที่จะเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินแก่การศึกษาของรัฐ ไม่ใช่เพียงเราะว่าเงินทุนนั้นมีความจำเป็น แต่เป็นเพราะพวกเขามั่นใจว่าเงินที่ลงทุนไปนั้นจะคุ้มค่า และประสบผลสำเร็จ การทุนของรัฐมีสองเรื่องที่จำต้องเกิด ได้แก่ 1)ทรัพยากรที่มีอยู่แล้งต้องมีการแปร ขบวนใหม่อย่างเคร่งครัด 2)เราต้องรู้ว่าต้องทำอย่างไรให้รัฐบาลมีความเชื่อมั่นที่จะเพิ่มเงินลงทุนใหม่ โดยเชื่อว่าการลงทุนนั้นจะประสบความสำเร็จ คุ้มค่า2