โรงเรียนขนาดเล็ก
สามวันนี้ 2-4 พฤษภาคม 2553 มาประชุมอยู่ที่โรงแรมริชมอนด์ นนทบุรี เกี่ยวกับโรงเรียนในฝันผู้ดำเนินการขอให้ที่ประชุม เสนอแนะการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก จึงกลับมาให้โพสต์เรื่องนี้อีกที
ก่อนเสนอแนะก็จะขอตั้งคำถามให้ท่านทั้งหลายตอบ ถ้าตอบได้ก็จะคิดออก ผมจะถามไปตอบไป พอเป็นแนว ใครรับผิดชอบแก้ไข ในระดับนโยบาย หรือ ระดับปฏิบัติการน่าจะคิดเองได้ถ้าไม่ได้ก็ไปจ้างให้คนที่ไม่รู้อะไร ที่เขาเก่งมาทำ ทั้งระดับนโยบายและ ระดับปฏิบัติในระดับบนๆ เพราะคนที่จ้างมาจะได้คิดนอกกรอบน่าจะได้เก่ง กว่าคนที่อยู่ในกรอบ
- โรงเรียนขนาดเล็กคืออะไร
- ประกอบด้วยใคร และอะไรบ้าง
- ผู้ที่เกี่ยวของมีใครบ้าง คนเหล่านั้นเขามาทำหน้าที่อย่างไร
- คนภายในโรงเรียน มี หรือ ไม่มีคุณภาพอย่างไร
- ภาพรวมในความไม่สำเร็จคืออะไร
- ภาพรวมในความสำเร็จ อยู่ที่ โรงเรียนใด อำเภอใด จังหวัดใด ใครเป็นครูใหญ่ ครูน้อย เขาทำงานกันอย่างไร มีอะไรที่จะนำมา เป็นแนวทางพัฒนาโรงเรียนอื่นๆ ได้บ้าง
- ชุมชนรอบข้างโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ และไม่สำเร็จเขาดูแล สนับสนุนโรงเรียนอย่างไร
- ระบบสนับสนุนโรงเรียนด้านทรัพยากร จากเบื้องบนสู่เบื้องล่างเป็นอย่างไร สภาพการใช้ทรัพยากรเป็นอย่างไร
- ระบบการพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนมีสภาพเป็นอย่างไร
- ระบบการนิเทศ สนับสนุนส่งเสริม มีสภาพเป็นอย่างไร
- ระบบการจูงใจ ให้ให้ความก้าวหน้าในวิชาชีพครู เหมือน หรือต่างจากครูทั่วๆ ไป หรือไม่อย่างไร
- ผลการประเมินภายนอกเป็นอย่างไร
- ผลการสอบระดับชาติเป็นอย่างไร
- ระบบการจัดการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กของประเทศไทย เหมือน หรือแตกต่าง ประเทศพัฒนาแล้วอย่างไร มีอะไรที่สามารถนำมาปรับใช้ได้หรือไม่ อย่างไร
เอาละครับ นี้คือคำตอบ
- โรงเรียนขนาดเล็กคืออะไร ตอบ
- โรงเรียนขนาดเล็ก คือ ……..
1.1 โรงเรียนที่ต้องการ (need) ผู้บริหารจัดการทางการศึกษา(โรงเรียนขนาดเล็ก) ระดับบน ที่มีคุณภาพ
1.2 โรงเรียนที่ต้องการปัจจัย ที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น เช่น
-ครูวิชาเอก
-สื่อ อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ
-ผู้จัดการการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
1.3 โรงเรียนที่ต้องการผู้ดูแลสนับสนุน ส่งเสริมที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับ สภาพคุณภาพด้านปัจจัย และกระบวนการของโรงเรียนเพิ่มขึ้น
ที่ผ่านมา ที่รับทราบกันมา โรงเรียนขนาดเล็กคือ โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียน ไม่เกิน 120 คน มีครูไม่ครบชั้น
ผมให้คำนิยามตามประสาผม ที่คิดว่าจะช่วยให้เกิดทางเลือกใหม่ในการพัฒนาโรงเรียนที่เรียกกันว่าโรงเรียนขนาดเล็ก
ขณะนี้แปดจุด 20 น. ของวันที่ 3 กรกฎาคม 2553 คงตอบไมครบทุกข้อ มาช่วยกันตอบนะครับ จะไปเข้าประชุมแล้วครับ
หลังจากที่ได้ข้อคิดจากท่าน ศน.ชัด บุญมา แล้วนับว่าท่านมีแนวคิดที่จะแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กได้ถ้าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความจริงใจ จริงจัง ที่จะแก้ปัญหาเป็นเรื่องที่ไม่ยาก ถ้าจะวางพื้นฐานเบื้องต้น คือ
1. สร้างขวัญและกำลังใจให้บุคลากรในโรงเรียนขนาดเล็ก ยกตัวอย่าง โควต้า 15 % ความชอบ (ครูโรงเรียนขนาดเล็กอยากย้ายไปอยู่โรงเรียนขนาดใหญ่) 10 ปี ไม่เคยได้ 2 ขั้นเลย
2. งบประมาณพื้นฐานโรงเรียนขนาดเล็กต้องตั้งไว้ เช่นค่าสาธารณูประโภค ค่าปรับปรุงซ่อมแซมอาคารสถานที่ ไม่ใช้งบรายหัวนักเรียน
3. ให้ผู้เชี่ยวชาญออกแบบการเรียนรู้แบบรวมชั้นเรียน สร้างห้องเรียนสำเร็จรูป ฯลฯ
4. สร้างมาตรฐานคุณภาพการศึกษาลักษณะพิเศษสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก (ยกเลิก แผนการสอน,การออกแบบการเรียนรู้,แบบหลอกๆ ที่ปฏิบัติไม่ได้) ครูคนเดียวสอน 3 ชั้น ควรจะออกแบบการเรียนรู้ที่ปฏิบัติได้จริงๆ
5. สร้างเกณฑ์คุณภาพ จำนวนนักเรียนมีน้อย ต้องมีค่าผกผันด้านคุณภาพมากกว่าจำนวนนักเรียนที่มีมาก (โรงเรียนขนาดเล็ก มีคุณภาพมากกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่)
ขอฝากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ช่วยกันคิดต่อนะครับ
ผอ.จรัส ครับ
คิดๆ แล้ว เรื่องโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก
อยากจะตั้งชื่อเรียกขานโรงเรียน ขนาดเล็กว่า
โรงเรียนขนาดเล็ก : โรงเรียนที่ท้าทายสำหรับผู้อำนวยการโรงเรียนฝีมือดี
ที่คิดอย่างนี้ก็เพราะเห็นโงเรียนของ ผอ. พัฒนารุดหน้าไปเรื่อยๆ
คืนนี้ ผมขอเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นฐาน 2 ยุทธศาสตร์
1..ทุกคำ.................................ทำให้นักเรียนใช้ทุกคำที่เรียนมาแล้ว สร้างประโยค และเรื่องราวใหม่ๆ อย่างสร้างสรรค์
2.ทุกคน..................................ทำให้ทุกคน ฟัง พูด อ่าน เขียน ถาม ตอบ ทุกวัน
สว้สดีครับ
ท่านอาจารย์ชัดกรุณาถ่ายทอดผลการประชุมเรื่องร.ร.ขนาดเล็กที่ประชุมจากกรุงเทพเมื่อเดือนมีนาคม 2551 หรือขอให้รองฯสวัสดิ์ ถ่ายทอดให้พวกเราฟังก็จะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
เมื่อวันที่ 24-26 มีนาคม ที่ผ่านมาผมไปฟัง Fullan ท่านฯ รองสวัสดิ์ อินแถลง ท่านพิชิตพล สุทธิสานนท์ ไปเจาะลึกเรื่องโรงเรียนขนาดเลก กับ Fullan ในวันที่ 27 มีนาคม
ผมกลับมาแล้ว มีโอกาสถ่ายทอดแก่สมาชิกในเขต ผมเลือเอาสาระเกี่ยวกับเขพื้นที่ที่ Fullan เขาพูด และเขียนไว้มาเสนอเป็นยกแรก นำเสนอเสร็จ
ศน. อนันต์ เทียมอ้าย ท่านได้สรุปสิ่งที่ผมนำเสนอ
ไว้ดังนี้ ฉบับเต็มอยู่ในเอกสารที่เขาแจก
ลองอ่านดูนะครับ ว่าสาระที่สรุปได้ เป็นอย่างไร เขตพื้นที่อาจได้ข้อคิดไปทำงานที่ส่งผลถึงคุณภาพของโรงเรียนขนาดเล็ก และทุกขนาดครับ
องค์ประกอบความสำเร็จของสำนักงานเขตพื้นที่ 10 ประการ
1. ผู้นำที่มีการวางกรอบความคิดที่สอดคล้องและกระจ่าง
การปฏิรูปเขตพื้นที่การศึกษาที่ลึกซึ้งนั้นต้องการผู้นำที่วางแผน หรือแนวทางที่จะไปสู่เรื่องหรือกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลง ในการจัดการศึกษา การจัดการเรียนการสอนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ผู้นำต้องมีความรู้และเข้าใจอย่างถ่องแท้ และจะต้องสร้างบุคลากรทางการศึกษาให้รู้ลึกซึ้งในเรื่องการเปลี่ยนแปลง และต้องสร้างทีมงานอย่างเข้มแข็งเพื่อจะบรรลุถึงการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ ผู้นำในองค์กร/หน่วยงานเป็นบุคลากรหลักที่จะต้องมีมุมมองที่เป็นระบบ และสามารถใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า และนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามอำนาจหน้าที่ ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่
ด้านที่ 1 พวกเขาได้รับมอบอำนาจเฉพาะมาจากคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
ด้านที่ 2 พวกเขาได้เห็นภาพรวมขององค์กร เนื่องจากพวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นในองค์กร
ด้านที่ 3 พวกเขาอยู่ในจุดที่สาธารณชนสามารถพบเห็นและรู้จักได้ง่าย
ด้านที่ 4 พวกเขาสามารถเข้าถึงทรัพยากรทางการเงินและทรัพยากรมนุษย์
2. การมีเป้าหมายทางคุณธรรมร่วมกัน
การมีเป้าหมายทางคุณธรรมร่วมกัน มีองค์ประกอบ 3 ประการ ได้แก่
ประการที่ 1 การทำให้เป้าหมายในการยกระดับ และลดช่องว่าง มีความชัดเจนขึ้น
ประการที่ 2 เป้าหมายทางคุณธรรมไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะนักเรียนเท่านั้น บุคลากรที่เกี่ยวข้อง
ทุกฝ่ายต้องมีคุณธรรมและพัฒนาควบคู่ไปพร้อม ๆ กัน
ประการที่ 3 หน่วยงานหลักต้องเป็นองค์กรที่ช่วยขยายผลให้เกิดความสำเร็จทั้งแนวตั้งและ
แนวนอนและต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน ใน
เชิงสร้างสรรค์ไม่ใช่เพื่อการทำลาย
3.พาหนะที่เหมาะสม
จากที่ได้ศึกษาความคิดเห็นของนักการศึกษา จิม คอลลินส์ ได้เปรียบเทียบการจัดที่นั่งบนรถโดยสาร (โครงสร้างและบทบาทของระบบ) เขาไม่เห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างองค์กร โดยยกตัวอย่างโรงเรียนในชิคาโก ที่มีการพัฒนามานานถึงสิบห้าปี โดยใช้แนวคิดระหว่างการรวมอำนาจและการกระจายอำนาจออกจากส่วนกลาง พบว่า โครงสร้างได้รับการชักนำและขัดเกลาโดยค่านิยมและแนวความคิดตามบทเรียนที่หนึ่งและสอง การมุ่งสนใจไปที่การเรียนการสอนโครงสร้างและบทบาทจะต้องสอดคล้องไปในทางเดียวกัน การจัดระเบียบจะช่วยในเรื่องการมุ่งเป้าหมายและความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องกันของส่วนต่าง ๆ สิ่งที่ร่วมอยู่ในแนวทาง การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน คือการจัดทรัพยากรบุคคล โดยสรุป เราต้องสนใจโครงสร้างองค์กรมากกว่าตัวแผนผังองค์กรว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งใด
4. การสร้างศักยภาพและความเป็นผู้นำ
1. ความเป็นผู้นำ( Leadership ) ในทศวรรษนี้ มองใน 2 ประเด็น
ประเด็นที่ 1 ผู้นำแต่ละคนไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาหรือเธอมีผลกระทบต่อการศึกษาขั้นพื้นฐานของนักเรียนมากเท่าใดเมื่อสิ้นวาระตำแหน่งผู้นำ แต่ดูว่า เขาและเธอได้สร้างผู้นำรุ่นหลัง มากน้อยเพียงใด โดยมุ่งที่การพัฒนาผู้นำในอนาคต
ประเด็นที่ 2 ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากจำนวนการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนผู้นำตามวาระ แต่มาจากทิศทางการดำเนินงานที่ไม่ต่อเนื่อง องค์กรที่มีการจัดระบบและมีความร่วมมือร่วมใจกันจะมีความต่อเนื่องในด้านทิศทางการพัฒนา
ประเด็นที่ 3 การพัฒนาทักษะทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นต่อผู้ที่มีบทบาทในการก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน
2. การสร้างศักยภาพ องค์กรต้องกำหนดเป้าหมายให้เด่นชัดเกี่ยวกับศักยภาพที่ต้องการสร้าง ลักษณะใดต้องการสร้างทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และจะประสานงานการสร้างศักยภาพองค์กรอย่างไร ซึ่งคำนึงถึง สถานที่ บุคลากร กระบวนการหรือวิธีการที่เหมาะสม
5. การสร้าง lateral capacity
เป็นกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงโรงเรียนในเขตพื้นที่เดียวกัน เข้าด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาแนวความคิด ทักษะ และการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดการพัฒนาเปลี่ยนแปลง เช่น กรณีตัวอย่าง คณะกรรมการการศึกษาของโรงเรียนในเขต
บริสตอล 19 แห่ง มีโรงเรียน 10 แห่งที่อยู่เหนือรับมาตรฐานของประเทศจากวัด ระดับการดำเนินงานหลาย ๆ อย่าง อีกเก้าโรงเรียนที่เหลืออยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ได้รับการพัฒนาจากโรงเรียนทั้ง 10 แบบจับคู่ทำให้เกิดการพัฒนาและร่วมมือกับปรับปรุงการเรียนรู้ของนักเรียน ตัวอย่างที่ 2 การดำเนินงานโครงการ ของโรงเรียนในเขตชิคาโก ที่มีการนำคณะครูไปศึกษาดูงานโรงเรียนต่าง ๆ แล้วนำตัวอย่างที่ดีมาปรับปรุงงานของโรงเรียนโดยการพัฒนางานควบคู่ไปกับการพัฒนาความสำนึกร่วมกัน ตั้งแต่การตั้งจุดประสงค์ของการพัฒนา มุ่งเน้นการทำงานเป็นทีม
6. การเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง
การกำหนดวิสัยทัศน์ของเขตพื้นที่ ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการนำมาใช้ เขตพื้นที่การศึกษาที่มีประสิทธิภาพมักจะไม่ค่อยมีกลยุทธ์ที่เหมาะสม แต่มีการขัดเกลาปรับปรุงกลยุทธ์ที่นำมาใช้อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยข้อมูลที่เป็นระบบ มีการติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด ส่งเสริมให้มีการแสดงความคิดเห็นและเข้าร่วมดำเนินการด้านการแก้ปัญหา การตรวจสอบ โดยมุ่งเน้นที่การเรียนรู้พร้อมกับการชักนำให้เกิดการปรับปรุงที่ยั่งยืนและลึกซึ้ง
การประเมินด้านการอ่านการเขียนหรือการประเมินเพื่อการเรียนรู้ เป็นกลยุทธ์ในการปรับปรุงโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพ และกลยุทธ์การสร้างศักยภาพจะมีผลกระทบต่อการเรียนรู้ของครูผู้บริหารหรือไม่นั้น เขตพื้นที่การศึกษาต้องดำเนินงานให้สอดคล้องกับความต้องการของบุคลากรในโรงเรียนและต้องรวมถึงชุมชนด้วย
การนำข้อมูลไปใช้ในระบบการศึกษาจะต้องทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้
กลยุทธ์ต่าง ๆเห็นได้ชัด จุดเน้นคือการเรียนรู้ในนักเรียนและนักการศึกษาต้องมีการลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น สำหรับนักเรียนหมายถึงการพัฒนาความสามารถในการอ่านการเขียนและคิดคำนวณ และนำไปสู่การเรียนแบบใหม่ ส่วนนักการศึกษานั้นการใช้การประเมินเพื่อการเรียนรู้และการมุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการเรียนรู้ของโรงเรียน แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการเรียนรู้และการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง
7.ความขัดแย้งเชิงสร้างสรรค์
การปฏิรูปการศึกษาทั่วทั้งเขตมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับคนหลายระดับ จึงก่อให้เกิดข้อซักถามและการไม่เห็นด้วยมากมาย เขตพื้นที่การศึกษาจะประสบความสำเร็จต้องพยายามรักษาความสมดุลในการดำเนินงาน การปฏิบัติที่เคร่งครัดเกินไปจะเกิดการต้านความขัดแย้ง ถ้ายอมแพ้จะทำให้เกิดความล้มเหลว ข้อควรปฏิบัติ
ข้อที่ 1 ผู้นำเขตพื้นที่การศึกษา ต้องมีแยกแยะความขัดแย้งต่าง ๆว่าเป็นความขัดแย้งที่ดีหรือไม่ ถ้าแยกแยะความขัดแย้งเชิงสร้างสรรค์ออกจากความขัดแย้งที่ทำให้เกิดความขัดข้องได้ จะทำให้การทำงานราบรื่นและลดผลกระทบจากความขัดแย้งที่ทำให้เกิดความขัดข้องได้
ข้อที่ 2 องค์กรการศึกษาที่ประสบความสำเร็จจะให้ความสำคัญกับความแตกต่าง ไม่กลัวเมื่อเกิดความผิดพลาดไปจากแผนที่วางไว้ การเรียนรู้จากความผิดพลาดจะขจัดความกลัว และสามารถจัดระเบียบสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วย
ข้อที่ 3 เขตพื้นที่การศึกษาที่กำลังก้าวไปข้างหน้ามีความคิดว่า ความไม่เห็นพ้องต้องกันเป็นเรื่องธรรมดา เขตพื้นที่การศึกษาที่ประสบความสำเร็จจะมีลักษณะของความร่วมมือร่วมใจกัน แต่ก็ไม่ได้มีความสอดคล้องหรือมีความเป็นเอกฉันท์ในทุก ๆ เรื่องเสมอไป ประเด็นที่ไม่สามารถต่อรองหรือยืดหยุ่นได้ เช่น การยกระดับมาตรฐานและลดช่องว่าง การพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ความโปร่งใสของผลสำเร็จ ซึ่งการไม่สามารถต่อรองได้นี้ช่วยลดจำนวนความขัดแย้งลง และนำไปสูการแก้ปัญหาเพื่อพัฒนาต่อไปข้างหน้า
8. กลุ่มวัฒนธรรมที่มีความต้องการสูง
กลุ่มวัฒนธรรมที่มีความเชื่อมั่นสูง มักเป็นกลุ่มที่ต่อต้านครูที่ละเลยต่อหน้าที่ และไม่มีความสามารถเพียงพอ องค์กรที่มีความเชื่อมั่นสูง จะรวมเอาความนับถือ ความตั้งใจส่วนตัว การผสมผสาน และความสามารถเข้าด้วยกัน ครูที่มีความตั้งใจดี หากไม่มีความสามารถในงานที่เขาทำก็ไม่อาจเป็นที่เชื่อถือได้ กลุ่มที่มีระดับความเชื่อมั่นสูงสามารถทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ พวกเขาจะกระตุ้นให้บุคลากรเกิดแรงทำงาน และให้เครื่องมือ หรือวิธีการที่จะช่วยให้การทำงานเป็นผลสำเร็จ กลุ่มเหล่านี้มีความเคร่งครัดเป็นระเบียบและความเชื่อมั่นว่าการดำเนินการตามแนวคิดจะประสบผลสำเร็จในที่สุด และยังยึดถือในเรื่องความสามารถของบุคลากรและจริยธรรมทางวิชาชีพอีกด้วย
9.หุ้นส่วนภายนอก
เขตพื้นที่การศึกษาที่ใดที่พัฒนาไปโดยไม่มีหุ้นส่วนภายนอก และเขตพื้นที่การศึกษาที่มีหุ้นส่วนภายนอก จะมีความก้าวหน้า ขึ้นอยู่กับผู้นำ ว่าเขาได้ทำอะไรอยู่ การเป็นผู้นำในสถานการณ์ยุ่งยากนั้นมีความซับซ้อน บางครั้งอาจได้รับความช่วยเหลือจากภายนอก แต่ถ้าผู้นำไม่มั่นคงในแนวทางที่กำลังทำ หุ้นส่วนภายนอกอาจทำให้สถานการณ์ เล ว ร้ายได้
หุ้นส่วนภายนอกมีบทบาทต่อเขตพื้นที่การศึกษา ประการแรก พวกเขาจะเป็นตัวเร่งในการทำงาน ประการที่สอง หุ้นส่วนภายนอกอาจให้ความช่วยเหลือให้คำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อช่วยเสริมสร้างและหรือช่วยให้การสร้างศักยภาพภายในสมบูรณ์
10.การเติบโตของการลงทุนทางการเงิน
รัฐบาท สาธารณชน ต่างเต็มใจที่จะเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินแก่การศึกษาของรัฐ ไม่ใช่เพียงเราะว่าเงินทุนนั้นมีความจำเป็น แต่เป็นเพราะพวกเขามั่นใจว่าเงินที่ลงทุนไปนั้นจะคุ้มค่า และประสบผลสำเร็จ การทุนของรัฐมีสองเรื่องที่จำต้องเกิด ได้แก่ 1)ทรัพยากรที่มีอยู่แล้งต้องมีการแปร ขบวนใหม่อย่างเคร่งครัด 2)เราต้องรู้ว่าต้องทำอย่างไรให้รัฐบาลมีความเชื่อมั่นที่จะเพิ่มเงินลงทุนใหม่ โดยเชื่อว่าการลงทุนนั้นจะประสบความสำเร็จ คุ้มค่า2
S6MCu
สวัสดดีครับ อ.ชัด ผมมีโอกาสแวะเวียนมาหลายครั้งหลายหนแต่ก็ไม่มีโอกาสเข้ามาทักทายกับท่าน โรงเรียนผมก็เป็นโรงเรียนขนาดเล็กโรงหนึ่งที่กำลังจะเริ่มพัฒนารูปแบบจัดการศึกษา เพื่อแก้ปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็กทั้งหลายที่ประสบอยู่ ได้ดำเนินการไปส่วนหนึ่ง ซึ่งได้รับความาอนุเคราะห์เป็นอย่างดีจาก สพท.ชม เขต 1 ที่ส่ง ผู้ที่มีความรุ้ความชำนาญ ด้านการบริหารและการจัดการ โรงเรียนขนาดเล็ก คือ ท่านรองสวัสดิ์ อินแถลง ที่เข้ามาช่วยแนะนำให้ความช่วยเหลือ ให้กำลังใจ มากมาย ทำให้พวกเราพร้อมที่จะต่อสู้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กต่อไป
สวีสดีครับ ท่าน ผอ.วสันต์
ดีมากครับที่เข้ามาส่งข่าว แลกเปลี่ยน มี 2 ข่าว เกียวกับเรื่องนี้ที่จะเล่า
ข่าวแรก สพท.ชม. 1 มอบหมายให้ผมทำโครงการเสนอของบประมาณจากสถาบันพัฒนาวิชาชีพครู เพื่อนำมาทำกิจกรรมพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กใน สพท.ชม.1 เสนอไปแล้ว ถ้าได้มาก็จะมีกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้เกิดขึ้น เรื่องที่ 2 ไป สพฐ.มา ทราบว่ากำลังมีการนำ RIT กลับมาใช้
สวัสดีครีบ
ของฝากจากคนบนดอย
TBM 9 กิจกรรม
ของโรงเรียนบ้านแม่ตะไคร้ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1
1.กัลยาณมิตรสัมพันธ์ (เน้นการนิเทศภายในแบบคู่สัญญา)
2.มุ่งมั่นงานวิจัย (มุ่งมั่นพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ด้วย
งานวิจัยในชั้นเรียน)
3.ไฉไลภูมิทัศน์ (เร่งรัดปรับปรุงภูมิทัศน์และสิ่งแวด
ล้อมให้ร่มรื่นและสวยงาม
เป็นโรงเรียนน่าอยู่แห่งทศวรรษ)
4.เคร่งครัดคุณธรรม (พัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้มีวินัยสร้าง
สรรค์และเคารพกติกาของสังคม)
5.ก้าวนำชีววิถี (ดำเนินกิจกรรมตามโครงการชีววิถี
เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ปลอดการใช้สารเคมีในโรงเรียน)
6.สุขภาพดีกีฬามีสปิริต (พัฒนาผู้เรียนให้มีสุขภาพพลานามัย
ที่สมบูรณ์ เล่นกีฬาอย่างอารยชน)
7.ทักษะชีวิตด้วยโครงงาน (มุ่งพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพ
ด้วยกิจกรรมแบบโครงงาน ตามแนว
ทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง)
8.สร้างสรรค์ ICT (จัดหาและพัฒนาผู้เรียนให้สามารถใช้
และก้าวทันเทคโนโลยี)
9.สุนทรียภาพเปี่ยมล้น (พัฒนาทักษะการเล่นดนตรี มี
จินตนาการ และมีความสุนทรียภาพ
ในดวงใจ)
TBM = Teaching with Brian by Mind (สร้างคนด้วยสมองและจิตกุศล)
คำแน่วแน่
1. กัลยาณมิตรสัมพันธ์
2. มุ่งมั่นงานวิจัย
3. ไฉไลภูมิทัศน์
4. เคร่งครัดคุณธรรม
5. ก้าวนำชีววิถี
6. สุขภาพดีกีฬามีสปิริต
7. ทักษะชีวิตด้วยโครงงาน
8. สร้างสรรค์ ICT
9. สุนทรียภาพเปี่ยมล้น
(ศน.ครับ มีทฤษฏีการบริหารใหม่ๆฝากให้คนบนดอยด้วยนะครับ กลัวตกข่าวจัง น้ำมันแพง ไม่ค่อยได้เข้ามาเขตฯหรอกครับ)
ท่าน ผอ.แสง ครับ
ดีใจมากครับที่เข้ามาคุยด้วย
ที่ท่านพูดมา เป็นสิ่งที่ท่านเคยเล่าให้ผมฟัง และเป็นสิ่งที่เพื่อนพ้องของผม ที่ไปเยี่ยมท่านที่โรงเรียนมาแล้ว ล้วนชื่นชม ผลงานของท่านเป็นสิ่งที่สะท้อนออกมาจากความคิดของท่าน นี่ก็เป็นทฤษฎีใหม่ ที่รอการรับไปใช้ หรือปรับใช้จากโรงเรียนอื่น ที่ได้มาสัมผัสกับท่านโรงเรียนของท่าน นักเรียนของท่าน และชุมชนที่ตั้งโรงเรียนของท่าน
การสร้างสรรค์ ผลงานนั้นต้องอาศัย หลักการแนวคิด ของตนเอง
ปฏิบัติด้วยตนเอง ยิ่งทำได้ผล ก็ยิ่งอยากทำ ทำโดยไม่ต้องมารอนโยบาย ทำเพื่องานแท้ ทำด้วยความรู้สึกอยากทำ ต้องสำเร็จแน่นอน
สำเร็จหรือไม่เรารู้ของเรา เรารู้ความสำเร็จของคนอื่น เพื่อทำให้มองเห็นจุดดีจุดด้อยของเราเพื่อเราจะได้ทำให้ดีขึ้นๆ ต่อไป
เรียน ท่าน ศน.ที่เคารพ
ช่วยวิจารณ์ TBM 9 กิจกรรม ด้วยนะครับ
มีอะไรทะแม่งๆช่วยติชมด้วยครับ
น้อมรับด้วยจิตคารวะ
ท่าน ผอ.ครับ
(สร้างคนด้วยสมองและจิตกุศล)
เป็นหลักคิดที่ดีมากครับ
ถ้าแตกรายละเอียด ของหลักคิดนี้ออกไป แล้วตรวจสอบกับ 9 ข้อ อาจจะได้วิธัการอื่นๆ อีก ทฤษฎีพหุปัญญา Brain base learning ก็น่าจะให้ความคิดเพิ่มเติมได้บ้าง หรือ มาจากทั้งสองทฤษฎีนี้แล้ว?????
มีหลักของตัวเอง ก็สุดยอดแล้วครับ
ชัด
วันนี้มาแนะนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ที่ชื่อว่า Digital Library@school ให้แก่คณะครูโรงเรียนขนาดเล็กทุกคน ทุกโรงเรียน
ในช่วงต้นของการนำเสนอ ได้พูดถึงมิติของโรงเรียนขนาดเล็กที่มีหลายมิติ ทีจะต้องเข้าใจ ผมเข้าใจของผมอย่างนี้ ครับ
1. โรงเรียนขนาดเล็ก คือความหวังของผู้ที่เป็นพ่อแม่ ผู้ปกครองของเด็กๆ ในชุมชน
2. โรงเรียนขนาดเล็ก คือ สีสรรค์ของชุมชน
3. หลังจากตื่นนอนในยามเช้า โรงเรียนขนาดเล็กคือความหวังของเด็กๆ ในชุมชน
4. โรงเรียนขนาดเล็ก คือสถานที่แห่งความสุขของเด็กในชุมชน
5. โรงเรียนขนาดเล็ก คือแหล่งประสบการณ์ แรกเริ่มของชีวิต
6. โรงเรียนขนาเดล็ก คือที่ทำงานครั้งแรก ที่ประทับใจไปตลอดชีวิตของคนหนุ่มสาวจำนวนหนึ่ง
7. โรงเรียนขนาดเล็ก คือ โรงเรียนที่ท้าทายความสามารถของผู้บริหาร และครู ทุกคน
8. โรงเรียนขนาดเล็ก คือ โรงเรียนที่ต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง หรือหลายอย่างของ
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในทันที หรือ โดยเร็วที่สุด (มิใช่เอาแต่พูดแต่ไม่ได้ทำอะไร)
เพื่อทำให้
8.1 พ่อแม่ ผู้ปกครองของเด็กๆ ไม่ผิดหวัง
8.2 เด็ก ๆ ในโรงเรียนมีความสุข เรียนรู้ได้ตามมาตรฐาน
8.3 ครูเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพในตำแหน่งครู ในฐานะที่ทำได้
ตามข้อ 8.1 และ 8.2 (ข้อนี้ต้องการให้พิจารณาปรับปรุงวิธีการทำผลงานทางวิชาการของครูที่มักยืดเยื้อ เสียเวลาสำหรับครู ที่จะต้องอยู่ใกล้ชิดนักเรียน)
โรงเรียนขนาดเล็กจะพัฒนาขึ้นได้ ต้องออกแรงกันมากในทุกระดับ นับตั้งแต่ ศธ.ลงมา
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้เสนอแนวคิด 3 ข้อ กับ ผอ. ท่านหนึ่ง
ถามท่านว่า ทำได้ไหม
1. ผอ. พบเด็กวันละ 6 คน ป.1-ป.6 ดูกระเป๋านักเรียน แล้วถามถึงความรู้ความเข้าใจ ที่ครูสอนในวันที่ผ่านมา พร้อมกับสอนเสริมเล็กๆ น้อยๆ
2. การจัดกิจกรรมนักเรียน ทังในและนอกห้องเรียน ให้ยึดหลัก 1. นักเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ 3-6 คน ให้ทุกคน ได้มี โอกาส ฟัง พูด ถาม เขียน ทุกคน ทุกวัน และให้แผนการวางแผน ลงมือปฏิบัติ ประเมินผล ร่วมกันเป็นกลุ่ม ในเรื่องเล็กๆ น้อย กลุ่มละ 1 เรื่อง ใน 1-2 สัปดาห์
3. ครูทุกท่านยึดหลัก นักเรียนต้องรู้จริง ทุกคำที่ปรากฏในหนังสือเรียน สามารถสร้างประโยคใหม่ๆ ได้ด้วยตัวเอง
คิดว่าถ้า ทำได้ทั้ง 3 ข้อ บ่อยๆ จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยยกระดับคุณภาพของโรงเรียนขนาดเล็ก
ใครคิดอะไรดีๆ เล่าเข้ามาบ้างก็จะขอบคุณยิ่ง
เมื่อวานเข้าไปเยี่ยมโรงเรียนขนาดเล็ก
ไปสังเกตการสอนที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้าช่วย
ในโปรแกรมจะมีทุกกลุ่มสาระทุกชั้น
ในโปรแกรมซึ่งแยกเป็นกลุ่มสาระ เป็นเรื่อง แต่ละเรื่อง จะมีผลการเรียนรู้ ทดสอบก่อนเรียน คำสอน ใบงาน หรือกิจกรรม และ ทดสอบหลังเรียน
การใช้เพี่ยงแต่คลิ๊ก คำบรรยาย ภาพ เสียงเพลงประกอบ ก็จะออกมา
ดูครูสอน เด็กเรียน แล้ว ก็เป็นมิติใหม่ในการสอน
ทำให้คิดถึงสื่อ RIT ที่ผมเคยไปร่วมจัดทำเมื่อปี 25-26 ถ้านำมาจัดการกับคอมพิวเตอร์ ก็จะเป็นทางเลือกสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กทางเลือกหนึ่ง เพราะถ้าไปซื้อก็คงแพงน่าดู
ขณะสังเกตการสอน อยากจะเข้าไปแจม แต่ทำได้ยาก
ทำให้คิดถึงปัจจัยพื้นฐานในการเรียนการสอน
ที่โรงเรียนมักจะขาด
คิดว่าถ้าตนเองเป็นครูในวันนี้
จะทำโต๊ะชนิดพิเศษสักตัว รอบข้างมีลิ้นชักหลายๆ ลินชัก ในลิ้นชักจะมี
อย่างละ 1 โหล ดินสอ ไม่บรรทัด ยางลบ ปากกาสีแดง สีนำเงิน กระดาษวาดเขียน กระดาษ A4 กรรไกร ขวดกาว ฯลฯ ที่จำเป็นต้องใช้ในการสอน
ถ้ามีหลายห้อง ไม่มีเงินซื้อ ก็ทำตู้อุปกรณ์เหล่านี้ไว้ในห้องพักครู ใครเอาไปใช้ก็ได้ ใช้แล้วนำกลับเข้าที่ ต้องการเมื่อไหรหยิบใช้ได้ทันที่
การสอนโรงเรียนขนาดเล็กดู ๆ แล้วเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่จริง แล้วยาก
เพราะอยู่ภายใต้ความขาด
ที่ไม่ขาดก็คือความพยายามของครู และผู้เกี่ยวข้อง
จะพยายามถูก หรือไม่ถูกก็ถือว่าเป็นความพยายาม
การสอนที่ยาก อย่างหนึ่งก็คือการสอนวิชาคณิตศาสตร์ การสอนโจทย์ปัญหา
โดยครูที่ไม่มีวิชาเอกเป็นวิชาคณิตศาสตร์
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาฟังการเสนอนวัตกรรมการสนอของครูในงานเคเอ็มของ สพฐ.
ครูท่านหนึ่งท่านสอนคณิตศาสตร์ด้วยนิทาน ผมฟังแล้วก็จินตนาการณ์ การสอนคณฺิตศาตร์ไป ตามประสาคนที่ไม่ได้เรียนเอกคณิตศาสตร์
ถ้ากลับไปสอนคณิตศาสตร์ ช่วงชั้น 2
ผมจะทำอย่างนี้
สมมติว่ามีนักเรียนมี 7 คน
จะฟักสตางค์มาสักร้อย
บอกเด็ก ๆ ว่า วันพุธที่จะถึงซึ่งเป็นวันที่มีตลาดนัดข้างๆโรงเรียน ครูจะให้เด็กๆ ไปซื้อของที่อยากซื้อ ให้นักเรียนซื้อของจำนวนหนึ่งเพื่อนำไปมอบให้พ่อแม่พี่น้องเพื่อนและครู
จะสั่งการอย่างไรก็ได้ที่แฝงไว้ด้วยการบวกลบคูณหารอย่าง่ายๆ
กลับมาแล้ว ให้เด็ก ๆ เขียนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครูซักถามให้เกิดการปรับปรุงแก้ไข ให้เป็นเรื่องราว 1 เรื่อง หรือหลายเรื่อง
เมื่อได้เรื่องมาแล้ว ครูก็ซักไซ้ไล่เรียงเพื่อนำไปสู่การสร้างโจทย์ปัญหาร่วมกัน โดยพยายามให้เด็กๆ ได้สร้างเองได้มากที่สุด
เมื่อได้มาแล้วก็ค่อย ชักนำไปสู่การสอนตามปกติ
การสอนทำนองนี้คิดว่าจะช่วยให้เด็กเข้าใจจริง เพราะมีสิ่งเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงได้กับสถานการณ์จริงที่ได้ประสบพบเห็นมาแล้ว
และแน่นอนการสอนแนวนี้เขามีทฤษฎีอยู่แล้ว
ใครมี ใครสอนทำนองนี้ช่วยส่งทฤษฎี หรือ แผนการสอมาให้บ้างจะได้นำขึ้นเว็บไซท์ให้ดูกัน
คืนนี้นอนไม่หลับ อากาศหนาวเย็น เงียบสงบ
มาเดินเล่นสนามฟุตบอล แหงนดูดาวโอ้ไม่มี
กลับเข้าบ้านก็ยังไม่ง่วงอีก อ่านหนังสือก็อ่านมาทั้งวันแล้ว
กระไรเลยขีดเขียนบรรจงถ้อยร้อยคำดีกว่าน่า
พอจะขีดจะเขียนเป็นบ้าง เลยนั่งทบทวนตัวเองว่าได้ทำอะไร
ให้วงการศึกษาบ้าง พอมีอยู่บ้างมั้ง วันวานถึงวันนี้ทำดีบ้างไหม
นึกถึงท่านชัด ท่านชอบค้นคว้า ของฝากมีมาก ประสบการณ์สูง
หวังดีต่อครูมากๆ ท่านเปิดช่องให้เราทุกคนได้ลิขิตคำคมอยู่แล้ว
ขออาศัยคอลัมน์นี้สาธยาย
"ลงมือทำดีกว่าคำพูดที่สวยหรู" (Ben Fanklin) ดังนี้
เราพากเพียร สร้างโรงเรียน ขนาดเล็ก
สร้างเพื่อเด็ก ได้ทัดเทียม โรงเรียนใหญ่
สร้างทุกสิ่ง สร้างทุกอย่าง สร้างเข้าไป
สร้างสิ่งใด อะไรบ้าง จะเล่าฟัง
ภูมิทัศน์ คือสิ่งแรก รำลึกถึง
เป็นสิ่งดึง ดูดใจคน เหมือนมนตร์ขลัง
ดูผิวเผิน สร้างทำไม ไม่จีรัง
แต่คนยัง พูดแสดง เปลี่ยนแปลงไว
งานวิจัย ในชั้นเรียน เปลี่ยนเรียนรู้
ร่วมกับครู สู้ค้นคิด ผิดแก้ไข
ครูตระหนัก ช่วยกันทำ อย่างทันใด
น่าชื่นใจ ในพากเพียร เพื่อนครูเรา
เศรษฐกิจ พอเพียง เรื่องไม่ง่าย
ต้องอาศัย ใจเด็ดเดี่ยว ห้ามเหี่ยวเฉา
กำลังขวัญ กำลังใจ อย่าให้เบา
เปรีบยเทียบเอา สอนกับทำ ย่อมต่างกัน
คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี ต้องมีก่อน
เพียรขอวอน ผู้ใจบุญ เกื้อหนุนฉัน
สวรรค์มีตา ฟ้าประทาน โดยฉับพลัน
แสวงมัน ก็ย่อมได้ ใครจะรู้
เครื่องแต่งกาย ชุดนักเรียน ก็เพียรเปลี่ยน
ตัวผู้เรียน แสนภูมิใจ ในชุดหรู
รักโรงเรียน รักมากขึ้น รักคุณครู
ชุดเก่าดู เชยบรรลัย ใส่ได้ไง
ชุมชนใด ไกลใกล้เรา เข้าให้ถูก
สิ่งใดผูก พันใจ ให้จำไว้
ทำบ่อยบ่อย ทำซ้ำซ้ำ ทำต่อไป
ประทับใจ ปวงประชา อย่างแน่นอน
พระพุทธรูป ประจำ สถานศึกษา
สิ่งนี้น่า เชิดชู บูรณะก่อน
บารมี องค์ท่าน ช่วยเราแน่นอน
จิตนิวร ฝันร้าย สลายไป
ตัวนักเรียน นั้นสำคัญ ต้องมั่นพบ
ความเคารพ รักคุณครู ดูเลื่อมใส
รู้เด็กมาก รู้ใจเขา รู้กว่าใคร
ความในใจ จะบอกเรา เขาศรัทธา
แล้วค่อยแต่ง เสริมความงาม ตามจิตเกิด
ก่อกำเนิด สิ่งใหม่ใหม่ ตามใฝ่หา
สิ่งแปลกแปลก สร้างขื้นเทอญ เจริญตา
คนอื่นมา ได้เห็น เป็นตะลึง
วิธีสอน วิธีทำ ที่ดูเด่น
เมื่อพบเห็น ศึกษาเอา เข้าให้ถึง
เสวนา พากันทำ พาคำนึง
เป็นผลซึ่ง สถาบัน ประกันได้
สุขแท้จริง จากทำงาน นั่นคือผล
สุขบัดดล สุขทันตา ชั่วอายุขัย
พุทธองค์ ทรงตรัสสอน ไว้ก่อนใคร
สุขที่ใจ ใครไม่รู้ เรารู้เอง
หอมช่อตะไคร้
20 ส.ค.51 02.45 น.
สวัสดีค่ะ หนูเป็นนิสิตคณะครุศาตร์ค่ะ ช่วงอาทิตย์หน้าหนูและเพื่อนๆอีก 10 คน จะต้องไปจัดกิจกรรมที่โรงเรียนขนาดเล็กแห่งหนึ่ง มีนักเรียนประมาณ 40 คน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงป.6 หนูควรจะจัดกิจกรรมในรูปแบบไหนดีคะ และกิจกรรมที่จัดควรคำนึงถึงอะไรบ้าง ขอบคุณค่ะ
ขอขอบคุณท่าน "ผู้ไม่แสดงตน"
ที่ท่านกล่าวมาเป็นของจริง สุดยอดทฤษฎี ขอเชิญชวนคุณครู ไม่ว่าขนาดใหญ่่ หรือ เล็ก
น้อมนำขอเสนอแนะของท่านไปปฏิบัติ ประสบแต่ความสุขความเจริญทั้งครูทั้งเด็กแน่นอนครับ
ขออภัยหนูคณิศร ไม่ได้เข้ามาหลายวัน เพราะต้องเดินสายไปหลายที่
ไม่แน่ใจว่าจะทันการหรือเปล่า ถ้ายังต้องการคำแนะนำแบบรีบด่วนจะโทรไปคุยก็ได้
086 672 3038 หรือ email ไปก็ได้ [email protected]/
หากหนูให้ข้อมูลเพิ่มเติมมา พอที่จะให้คำแนะนำได้ครับ
อยากทราบว่าการที่โรงเรียนขนาดเล็กบางแห่งสามารถผลิตนักเรียนได้มีคุณภาพ
แต่กลับไม่ผ่านการประเมินของสมศ.เพราะอะไรคะ
บังเอิญได้ไปเห็นมาค่ะ เด็กค่อนข้างดี ครูก็มีวิญญาณครูอยู่เต็มตัว
ถ้าจะต้องโดนปิดไปคงน่าเสียดายค่ะ
คุณมณลดา ครับ
ถ้ามีคุณภาพจริงๆ แล้วไม่น่าจะไม่ผ่าน ผู้ประเมินของ สมศ. ก็ไม่น่าจะไม่ได้มาตรฐาน เพราะมีการฝึกฝนฝึกปรือมาแล้ว
การพิจารณาคุณภาพโรงเรียนดูได้หลายส่วน โดยเฉพาะที่ตัวผู้เรียนซึ่งพิจารณาได้จาก
สีหน้าท่าทางที่สดใส กล้าพูด กล้าคุย ถามอะไรก็จะตอบได้คล่องแคล่ว
ให้ลองอ่านหนังสือก็อ่านได้เป็นส่วนใหญ่ ไม่เฉพาะแต่เด็กเก่งๆ
เปิดดูกระเป๋านีกเรียน ดูความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสมุด หนังสือ ก็พอจะเห็นแวว
ซักถามความเข้าใจในสมุดที่จด โครงงานที่ทำ ก็จะรู้ว่าเด็กๆ รู็จริงหรือไม่
อย่างไรก็ดี ถ้าดูแล้วไม่ผ่านอย่างไม่น่าเชื่อ ก็อาจคิดหาวิธีการตรวจสอบผลการประเมินของ
ผู้ประเมินมาใช้ดููเหมือนกัน