เอาละครับเวลาที่เหลืออยู่นี่ ผมขอเรียนให้ทราบว่า พูดถึงคุณสมัครก่อน ก็ขออวยพรให้ท่านหายป่วย เพราะว่าอายุท่านมากแล้ว ก็ในบทความแนวหน้าผมเขียนถึงท่าน โดยใช้ทฤษฎี 8 H , H เอชในที่นี้ ไม่ใช่เฮช นะ เด็กบางคนชอบอ่านว่าเฮช H ในที่นี้อันหนึ่งที่คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์เขียนก็คือเรื่องของ Health ผมขอเรียนให้ทราบว่า ท่านทั้งหลายที่มีชีวิตอยู่ ตัว H ที่สำคัญที่สุดต้องมาก่อนก็คือ Health เวลาท่านไม่สบาย ผมก็เป็นห่วงท่าน
ผมเป็นห่วงท่านอยู่ 2 อย่างคือ ท่านไม่ค่อยออกกำลังกาย แล้วก็ท่านรู้ไหมครับ เรื่องการออกกำลังกาย ได้มีวิจัยออกมาแล้วที่อเมริกา อันนี้เมืองไทยแย่กว่าเขาเยอะ เขาบอกคนอเมริกาที่ทำงานอยู่ 100 คน ออกกำลังกายแค่ 15 คน 15 % อีก 40 % อยากทำ แล้วก็ทำไม่ค่อยสำเร็จ คือมันไม่มีวินัย ที่เหลืออยู่ก็คือ ไม่ได้ทำ แล้วก็อ้วน แล้วก็ความดัน อย่างผมเอง ผมตัดสินใจเรื่อง Health มาตั้งแต่อายุ 45 นะครับ ผมก็มีวินัยในการวิ่ง แต่ก่อนก็วิ่งไม่ได้ เพราะว่าครั้งหนึ่งอ้วน ครั้งหนึ่งบ้าทำงาน ใครก็ตามเคยเห็นผมตอน 40 กว่า ก็คงรู้สึกว่ามองผมเหมือนคน 55 , 60 แต่ตอนนั้นเราไม่ค่อยรู้สึกอะไร เพราะเราบ้าทำงาน ผมสมัยหนุ่มที่ธรรมศาสตร์ ผมจะบ้าทำงาน วันนี้ก็ยังบ้าอยู่ แต่ว่าฉลาดในการทำงาน
แล้วก็เรื่องคุณสมัครในเรื่องการไปประชุม คือ Summit อันนี้น่าสนใจ เพราะมันมีจีนเข้ามาด้วย แล้วก็จีนก็จะ link กับเราทางด้านยูนนาน เพียงแต่ว่าน่าสนใจ เพราะสื่อก็ประโคม เพราะหนึ่งคุณสมัครไปเสนอประเทศใน GMS ขอเป็นคนดูแลเรื่องทรัพยากรมนุษย์ ผมก็อ่านต่อไปว่า สนใจในด้านไหน สนใจสอนให้คนใน GMS สนใจภาคภาษาอังกฤษ เพราะตั้งแต่ว่าเรามีโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนชั้นนำ ซึ่งอันนี้ผมไม่ได้ว่าอะไร ก็ดี ถ้าจะทำก็ขอทำให้มันต่อเนื่อง แล้วขอให้คนไทยได้ประโยชน์จากภาษาอังกฤษ ของอาจารย์ คืออย่าให้ไปสอน คนลาว คนพม่า คนเขมร และอย่าลืมนะครับ ภาษาอังกฤษนี่ เราไม่ได้เก่งที่สุดนะใน GMS บางคนอาจจะหัวเราะเยาะเราก็ได้ อย่างเวียดนาม ท่านผู้ฟังผมติดตามเขามาโดยตลอด คนเวียดนามนี่หลังจากทำงานแล้วในโรงงาน ชอบอ่านภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ไม่ต้องมีคนมาสอน คือคนเราจะเรียนอะไร เขาใฝ่รู้ด้วยตัวเอง เขาเรียนได้ ของเราต้องรอฝ่ายบริหาร ฝ่าย training มาบอก ฉันจัด course ฉันอยู่แล้ว แล้วก็ส่งอาจารย์เฮงซวยมาอย่างนี้ คืออาจารย์ใช้ไม่ได้ ก็สอนไม่ได้
คราวนี้ เอาละ ผมขอสนับสนุนและขอให้ทำจริง และทำเสร็จแล้วก็รายงานด้วย ว่าทำไปหรือเปล่า ผมอยากเรียนให้ทราบว่า กระทรวงการต่างประเทศ เขามี project เยอะนะครับ แต่ท่านผู้ฟังรู้ไหมครับ นี่เป็นเรื่องจริง กลับมาแล้วก็ต้องปรึกษากระทรวงอื่น กระทรวงวิทยาศาสตร์ มี IT ไหม มี E-learning ไหม อาจจะปรึกษากระทรวงศึกษาธิการ ข้าราชการประจำเมืองไทยนี่ เขาไม่ได้บ้าคลั่งแบบนักการเมืองหรอกครับ นักการเมืองพูดไป เขาไม่อยากทำงานหรอก เขาทำแล้วได้อะไร ฉะนั้นวิธีการทำงาน project base ในนโยบายต่างประเทศนี่ ถ้าเราประเมินออกมา ผมว่าเราได้ไม่ถึง 10 % คือเป็นราคาคุยซะส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นในวิธีการในอนาคต อาจจะต้องเริ่มมีวิธีการแบบใหม่ ๆ ต้องเอาภาคเอกชนเข้ามาหรือมอบงานให้แก่มหาวิทยาลัยไปทำ แล้วก็ทำแล้วเขาได้อะไร ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ
คราวนี้ถ้าผมจะขอแนะนำ เพื่อให้ท่านผู้ฟังได้ทราบ เรายังมีอีก 4 สาขาที่คนใน GMS เขาอยากได้ แต่คุณสมัครไม่ได้พูดถึงเลย อันแรกก็คือ เรื่องการท่องเที่ยว เราเก่งเรื่องนี้ เราพร้อมที่จะเป็นแนวร่วม แล้วเผลอ ๆ นอกจากพร้อมแล้ว เราอาจจะได้ประโยชน์ด้วย ซึ่งเราก็ไม่ได้พูดในการทำงานครั้งนี้
2. ผมว่าเราค่อนข้างจะ advance ในเรื่องการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อส่งออกและการแปรรูปสินค้าเกษตร ซึ่งเราควรจะใช้ GMS เป็นฐาน อย่างเช่น สมัยคุณทักษิณ ทำเรื่อง contract farming นี่ดี เราจะต้องเน้น เรานี่เก่งในเรื่องการแปรรูปสินค้าเกษตร ไม่ว่าจะเป็นปลากระป๋อง ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้
และ 3. ผมคิดว่าเราเก่งเรื่อง Health care เราน่าจะแนะนำ Health care อาจจะบวกถึง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัย หรือสปา
สุดท้ายนี่ ผมว่าเราเก่งเรื่องค้าปลีกแบบ Central วันนี้ Central ก็บุกไปที่เวียดนามแล้ว ทำไมผมรู้ คุณรู้ไหม ผมนี่เป็นคนที่ link กับอินเดีย และที่ผม link กับเขา ผมไม่รู้จักเขานะ เขาจะ search ข้อมูล คนอินเดียวันนี้สนใจประเทศไทยอยู่ 2 เรื่องใหญ่ ๆ ไม่ได้สนใจเรื่องภาษาอังกฤษเลยนะ เขาสนใจเรื่อง ทำอย่างไรระบบการขายปลีกของเขา เขาจะสามารถแข่ง ทำคล้าย ๆ กับ Emporium , Paragon , Central เพราะว่าเขาบอกว่า Department store ของเรา คือของฝรั่งด้วยนะ เป็น Department store ที่ทำงานสำเร็จมากเลย ฉะนั้นอีกหน่อย Central หรือ The Mall ก็บุกเข้าไปเปิดที่อินเดีย และเสร็จแล้วเขาชอบเรื่องสปา
วันนี้คุณรู้ไหม คุณสุรางค์รัตน์ได้เข้าไปเปิดสปา Franchise ที่อินเดีย 4 – 5 แห่ง และอีกหน่อยคนอินเดียนี่ เขาก็สนใจเรื่องสปา Spa ค่อนข้างจะมาก ฉะนั้นสิ่งที่ประเทศไทยจะช่วยหรือเป็นแนวร่วมกับประเทศอื่นได้ ผมคิดว่าเราต้องมาจากความเข้มแข็งของเราก่อน และจะต้องเป็นสิ่งที่เขาอยากได้จากเรา เวลาท่านผู้ฟังครับ อะไรที่มันเกิด value ขึ้นมา มันต้องมาจาก demand driven หรือหมายความว่าเขาจะต้องมีความต้องการก่อน ภาษาอังกฤษนี่เขาก็ต้องการ แต่ว่าผมไม่แน่ใจว่า คนไทยนี่เก่งภาษาอังกฤษจริงหรือเปล่า ฉะนั้นเวลากระทรวงการต่างประเทศ... คือพวกนี้ เขียน speech โดยข้าราชการประจำ แล้วก็บางทีก็ไม่ได้ทำการบ้านอย่างแท้จริง ผมเชื่อว่าข้าราชการวันนี้ ถ้าไม่ไป มีข้อมูล ปรึกษาหารือ อย่างผมเองผมทำอะไร ผมก็จะปรึกษาหารือกับคนที่เก่ง แล้วก็ผมก็จะรู้ว่าอย่างชีวิตผมวันนี้ ผมก็จะทำความสัมพันธ์กับอินเดีย ท่านผู้ฟังจะได้ติดตามผม ผมจะบินไปที่บังกาลอร์ Bangalore เร็ว ๆ นี้
สุดท้าย เวลาเหลือนิดเดียว ก็อยากจะขอเรียนให้ทราบว่า พี่กุหลาบ สายประดิษฐ์ ท่านเป็นนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ แล้ววันนั้นผมไปบ้านท่านด้วย เนื่องจากทำบุญที่วัดแล้ว ที่วัดเทพศิรินทร์แล้ว สำหรับครู ผู้ปกครองอยากให้ลองไปเยี่ยมบ้านกุหลาบ สายประดิษฐ์ ที่อยู่ตรงซอยพระนาง เข้าไปแล้วจะเห็นอะไรรู้ไหมครับ เห็นความเรียบง่าย ภรรยาท่าน คุณชนิดก็ยังมีชีวิตอยู่ 96 แล้ว แล้วก็เห็นหลักฐานทางวรรณกรรม โต๊ะท่านที่เขียน แล้วสำคัญที่สุด ท่านไม่ได้เป็นนักเขียนอย่างเดียวนะ ท่านผู้ฟังครับ ท่านเป็นนักต่อสู้เพื่อความถูกต้อง อะไรที่ไม่ดี โดยเฉพาะเรื่องการเมืองที่ไม่ถูกต้อง ท่านกล้าพูด ซึ่งวันนี้สิ่งสำคัญที่สุดในประเทศไทย เราจะต้องมีคนกล้าหาญแบบนั้นมากขึ้น เพราะถ้าเราไม่มี เดี๋ยวเราจะเป็นแบบซิมบับเวนะครับ ระวัง คือคุณ Mugabe แกสร้างปัญหา 2 อย่างคือ 1 แกทำให้เงินเฟ้อสูงที่สุดในโลกมั้ง เสร็จแล้วการว่างงานของแก 70 – 80 % แกก็ยังอยากจะเป็นประธานาธิบดีต่อไป เพื่ออะไร ผมก็ยังงง และคนซิมบับเว ก็แสดงว่า ยังไม่มีคนกล้าหาญที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นแนวร่วมให้แก่ประเทศ
ตัดรายการ