พิธีกร : ซึ่งติดตามได้ ทุกสัปดาห์ อาจารย์มีเรื่องราวน่าสนใจเป็น story มาฝากเลย ประมาณครึ่งชั่วโมงใช่ไหมครับอาจารย์

ศ.ดร.จีระ : กว่าครับ มันทั้งหมดชั่วโมงหนึ่ง ก็รายการผมจะเป็น Interview key person 20 นาที แล้วตอนนี้ผมกับคุณชนิตรนันทร์ก็จะมาวิเคราะห์ เจาะลึก 15 นาที เสร็จแล้วเราก็มี case study ของ PACRIM ซึ่งเขาทำงานร่วมกับเราเป็น partner อีกประมาณ 5 นาที

แล้วก็สรุป เอากิจกรรมดี ๆ ที่ผมทำหรือคนอื่นทำมาออก คล้าย ๆ เป็น variety หน่อย ก็ลองดู สำหรับท่านที่มี package เก่าเป็น Fiber optic ไม่ใช่เป็นดาวเทียม รู้สึกจะยังเปิดไม่ได้ อย่างผมเองผมก็ต้องไป.. คือคนรุ่นเก่าที่เคยดู UBC 7 ก็จะไม่ได้เปิด 8 ก็ต้องไปขอเขามาติด ติด box ใหม่ แต่คุ้มครับ เพราะว่า box ใหม่ มันเพิ่มเงินไม่เท่าไร แต่ว่ารายการ TTN 2 นี่คุณสมเกียรติท่านก็จะช่วยแนะนำด้วย ผมก็ได้ออกกับท่านไปแล้ว ก็มี Idea ดี ๆ คือคนเรานี่มันต้องหาความรู้ แล้วตื่นเช้าขึ้นมาจะได้จากอะไร

อันนี้เป็นทฤษฎีที่ผมเรียกว่าตัว A คือมาจากคำว่า Acquire คือถ้าเราได้ความรู้ใหม่ แปลก ๆ มันก็จะช่วยเรา ฉะนั้นถ้าได้มาแล้ว คิดเป็น วิเคราะห์เป็น มันก็จะช่วยได้เยอะ เสร็จแล้วก็เอาไปสร้างมูลค่าเพิ่ม ผมเอง อย่างรายการวิทยุผมก็จะประสานงานกับทีมงาน จีรวัฒน์ แล้วตอนนี้เราก็ถอดเทป อยู่ใน Bloc ของเราแล้ว คิดว่าประโยชน์ที่ได้รับ มันก็คงจะมีมากขึ้น

พิธีกร : ครับ กลับมาที่ Big story วันนี้ อาจารย์มีเรื่องราว

ศ.ดร.จีระ : ครับ ก็จะขอพูดถึง Professor Jeffrey Sachs ก่อน

พิธีกร : เป็นคนหนุ่มไฟแรงครับอาจารย์

ศ.ดร.จีระ : ตอนที่ผมเป็นเลขาธิการมูลนิธิ 1999 ผมก็บินไปที่ ตอนนั้นเขาอยู่ที่ Havard ก็มีความรู้สึกว่า Jeffrey Sachs เขาอ่อนกว่าผมด้วย ปีนี้ผมว่าน่าจะอายุสัก 52 หรือ 53 เขาจะเป็นนักเศรษฐศาสตร์คนเดียวในโลกนะจีรวัฒน์ที่ advise head of state มากที่สุดในโลกเลยนะ แล้วเขาเป็นคนที่เชื่อในระบบ global solution ยกตัวอย่างครั้งหนึ่ง UN เขาเคยมีการแก้ปัญหาความยากจนของโลก เขาเรียกว่า UN Millennium Goal ,

Millennium Goal คือลดความยากจน ลด infant mortality เพิ่มการศึกษานี่ 2015 เขาก็อยากจะทำให้สำเร็จ Jeffrey Sachs เขาเป็นคนที่บ้าคลั่ง global solution เขาก็คล้าย ๆ กับอีกคนหนึ่งที่จีรวัฒน์รู้จักดี ก็คือ Bill Gates ,

Bill Gates นี่คิดถึงเรื่องมาลาเรีย คิดถึงเรื่อง AIDS คิดถึงเรื่องอะไรในลักษณะ global คราวนี้บทความนี้ยังไม่กระทบเราหรอก แต่ว่าแค่พูด ผมว่าก็ทำให้เราต้องคิด แกบอกว่า 21st Century ปัญหามันยุ่งยาก แล้วทุกปัญหา ไม่ว่าพลังงาน ไม่ว่าจะ global warming ไม่ว่าจะ sub-prime นะ ผมว่าคงหมายถึงอันนั้นด้วย มันต้องมี global solution นี้มันก็เลยตรงใจผม ที่บอกว่าโลกเรายังมีรัฐบาลแต่ละประเทศเยอะเกินไป มันไม่มีรัฐบาลรวม คราวนี้รัฐบาลรวมยกให้ UN เดี๋ยวนี้ UN อะไรนะ no action talk only มัน talk a lot

พิธีกร : เป็นที่ปรึกษาของท่านบันคีมูนด้วยนะครับ

ศ.ดร.จีระ : ใช่ ผมไปเป็น APEC จีรวัฒน์ก็คงเห็น ผมว่า 21 ประเทศนี่เหนื่อย บางทีมันเถียงกัน คุณ Jeffrey Sachs ทำให้ผมคิด สมัยหนึ่งมูลนิธิก็เคยจัดสัมมนาอันหนึ่งให้ไป reform ปฏิรูปองค์กรอย่างเช่น IMF หรือ World bank หรือแม้กระทั่ง UN , คือ UN วันนี้ใครไปเป็น นี่มันสบายนะจีรวัฒน์ เงินเดือนสองสามแสน บินทั่วโลกเลย แล้วก็ไม่มี performance ก็อยู่ได้

ผมก็เลยคิดว่ามันเป็น Great Idea ผมคิดว่าคนไทยฟังรายการนี้ 10 คนก็จะบอกว่า เอ๊ะไม่ใช่เรื่องของฉัน แต่ท่านลองคิดดูสิครับ วันนี้ถ้าเรื่อง global warming อย่างเดียว จีรวัฒน์ คุณอย่าคิดเลยนะว่าคุณจะแก้ได้ด้วยตัวของตัวเอง และทุกวันมัน serious ขึ้นทุกที ฉะนั้นใน Big Idea ของแก แกก็เลยสนใจเรื่องนี้ ผมคิดว่า

สำหรับท่านทั้งหลายมี 2 เรื่องที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือ ถ้าเราเป็นนักเรียน เราไม่ควรจะเรียนหนังสือลักษณะที่เป็น Micro เยอะเกินไป Micro เรียน Math เรียนคณิตศาสตร์ เรียนวิชาต่าง ๆ ก็ OK แต่ขณะเดียวกัน มันต้องมีความเข้าใจว่า โลกหรือที่เราเรียกว่า External environment มันคืออะไร ถ้าเราไม่เข้าใจ เราจะไม่มีโอกาสได้ฉกฉวยมัน เพราะเราไม่พร้อม อย่างบางคนจบปริญญาตรีมาแล้ว ภาษาอังกฤษใช้ไม่ได้เลย แล้วจะ survive ได้ไง

ในขณะที่จีน ไม่ว่าเราจะ comment เขาเรื่อง อะไรนะ ทิเบตหรือไง คนขับแท็กซี่เขาพร้อมนะจีรวัฒน์ คนจีนได้ประโยชน์มากจากโอลิมปิค เพราะว่าเขาฟิตเรื่องภาษา วันนี้คนเวียดนามอาจจะพูดภาษาอังกฤษเก่งกว่าเราแล้วก็ได้ ผมจะบอกให้ แม้กระทั่งลาว เขมร พม่า เผลอ ๆ ภาษาเขาจะดีกว่าเราแล้ว เพราะเขาเห็นประโยชน์ ของเราอาจจะเป็นเพราะครูเราไม่เก่งก็ได้นะ ครูภาษาอังกฤษ พอครูไม่เก่ง เด็กเบื่อ มันก็ทิ้ง ก็สอบ 2 วิชาเมืองไทย แย่ที่สุดคือคณิตศาสตร์กับภาษาอังกฤษ เผอิญเป็นวิชาที่เป็นหลักซะด้วย O-NET , A-NET 2 วิชานี่เราจะเกลียด เกลียดที่สุด เราก็จะมีคนเก่งอยู่สักเท่าไรนะ 5 % อีกกลุ่มหนึ่งก็ออกมาได้เงินเดือน จบปริญญาตรีได้เงินเดือนแปดพันอะไรงี้ ไม่ถึงด้วยมั้ง แล้วขับรถแท็กซี่ได้สองหมื่นตอนนี้ ฉะนั้นไม่รู้เรียนไปทำไม ผมก็เลยคิดว่าอย่างที่ 1 อยากให้ครู ประชาชน 2 ก็อยากให้สื่อ อย่างสื่อตอนเช้า ๆ นี่จีรวัฒน์ลองคิดดู อย่างคุณสรยุทธ์นี่ จะเน้นเรื่องข่าวการเมือง ข่าวกีฬาเยอะ แต่ข่าว Inter ไม่ค่อยมี

ฉะนั้นเราก็เลยมีความรู้สึกว่าข่าว Inter ข่าวต่างประเทศก็คงคนกระทรวงต่างประเทศฟังอะไรงี้ มันไม่ได้ เพราะว่าโลกใบนี้เป็นโลกที่เราต้องอยู่ร่วมกัน เพราะฉะนั้น Jeffrey Sachs ก็เป็นคนหนึ่ง เวลาผมคุยกับเขาที่ Havard เขาก็ให้เกียรติผมมาก เราเกือบจะเชิญเขามาพูดในวันนั้น แต่เผอิญเขาพร้อมจะมา แต่เขาติดธุระ คือผมเอง ผมเรียนท่านผู้ฟัง ผมเป็นคนโชคดีที่มีอะไรที่จะทำ ผมก็จะคิดกว้างไว้ก่อน ผมจะคิดเป็น Benchmark ที่มันสูงไว้ ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร และตอนหลังอายุมากขึ้น มันก็จะค่อย ๆ มีความเข้าใจว่า บางทีก็ให้รุ่นใหม่ ๆ เขาทำบ้างก็ดี

พิธีกร : ประวัติของ Jeffrey Sachs เรียกว่า ถ้าอ่านแล้วนี่ ปัจจุบันเขาอายุ 54

ศ.ดร.จีระ : โห 54 นี่เด็กมากเลยนะ จีรวัฒน์ ตอนที่ผมไปเจอเขา สิบปีแล้ว เขาเพิ่งสี่สิบกว่า วันนั้นผมก็ห้าสิบกว่า

พิธีกร : คุณ Jeffrey Sachs นี่เป็นนักวิชาการท่านเดียว

ศ.ดร.จีระ : จบเศรษฐศาสตร์

พิธีกร : ใช่ครับ ได้รับการโหวตให้เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลของโลกสูงสุดคนหนึ่ง ซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่เป็นประจำเลยของ Time magazine