พิธีกร : จริง ๆ เรื่องปัญหาอย่างนี้ก็เป็นปัญหาของผู้นำหลาย ๆ คน ที่มีชื่อเสียงระดับโลก คือ ชีวิตส่วนตัวด้านหนึ่ง กับชีวิตการทำงานด้านหนึ่ง

ศ.ดร.จีระ : ความจริง คนละซีกเลย

พิธีกร :ก็มองว่า อาจจะ..อย่างที่อาจารย์เรียนแล้วว่า เนื่องจากเขาอาจจะมีเรื่องของความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ความรวดเร็ว

ศ.ดร.จีระ : ฉะนั้นงานนี่ ผมเห็นคนเยอะนะในเมืองไทยที่บ้างาน แล้วก็มีความรู้สึกว่า ความสำเร็จก็คือความสำเร็จของชีวิตด้วย จริง ๆ มันคนละอัน อย่างผมมีความสมดุล การมีเพื่อน การมีสังคมที่ อย่างคุณหญิงทิพาวดี ท่านเคยพูดกับผมว่า เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นคนประมาณตนเอง ฉันเป็นคนใฝ่รู้ รู้ตัวเองว่าฉันไม่ได้เป็นคนสำคัญที่สุด คือ modesty สำคัญนะ modesty เหมือนการถ่อมตัว การยกย่องคนอื่น การให้เกียรติคนอื่น ผมว่าสำคัญเท่า ๆ กับความเก่ง คือเขาบอกว่าความเก่ง นี่เหมือนขับรถบน highway คือ space way มันชนที มันตาย คุณจีรวัมน์ ฉะนั้นคำถามนี้น่าสนใจว่าคุณ Spitzer จะกลับมาได้ไหม ผมว่ายากนะ เพราะแกไม่มีเพื่อน

แล้วก็มีคนเขายกตัวอย่าง คนอย่าง Bill Clinton จีรวัฒน์ลองคิดดูปัญหาเขาคล้าย ๆ กับคุณ Spitzer นะ Lewinsky อะไรนี่ แต่เขาก็กลับมาได้ ไม่เช่นนั้นเมียเขา คุณ Hillary Clinton เป็น come back trip คือผมคิดว่าคนเก่งต้องใช้ทฤษฎีทุนแห่งความยั่งยืน คือเขาเก่งมันต้องยั่งยืน ต้องเก่งตลอดทุก ๆ จังหวะของชีวิต ชีวิตถึงจะมีความคุ้มค่า ฉะนั้นถ้าเราเก่งแล้วก็หายไปเลย คุณลองสังเกตดูเมืองไทย คนเรียนหนังสือเก่งในธรรมศาสตร์นี่ ออกมาแล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จก็ตั้งเยอะแยะ บางทีก็เครียด อย่างที่เทพศิรินทร์ของผม ก็มีหลายคนที่ตอน ม.4 ม.5 ม.6 โห.. รู้เลยว่าเขาเรียนหนังสือดีมาก เสร็จแล้วก็หายไป มีเพื่อนผมคนหนึ่งชื่อคุณแรงราม สมัยผมเรียนอยู่ที่เทพศิรินทร์ แกก็เรียนหนังสือเก่งมากเลย แต่ความที่แกมุ่งมั่น พออายุจะจบ พอได้เรียนนักเรียนทุน แค่ปริญญาโท จีรวัฒน์รู้ไหม แกบ้าไปเลย เลิกเรียนไปเลย ฉะนั้นการเรียนต้อง test ตัวเอง อย่างในชีวิตผม ผมคิดว่าความเจ็บปวดเป็นของธรรมดา เพียงแต่เราต้องจัดการกับมันให้ได้