ศ.ดร.จีระ : ผมคิดว่า สำหรับท่านที่ติดตามเขาอยู่บ้างแล้ว ผมคิดว่าการจะวิเคราะห์คุณ Spitzer มันน่าจะมีคำพูดอยู่ 2 คำที่สำคัญมาก อันแรกผมขอพูดในฐานะที่เป็นอดีต เคยเรียนวรรณกรรมของ Shakespeare ผมเรียกว่าเป็น Shakespearean’s tragedy คือ Shakespeare เขาจะเขียนบทละครนี่ เขาจะไม่พูดถึงความเจ็บปวดของคนที่เราคาดไว้ว่าจะเป็น เช่น เขาไปพูดถึงความเจ็บปวดของมาเฟีย เพราะมาเฟียนี่เราสมน้ำหน้ามัน แต่ว่าคนดี คนที่เป็นคนทำความดี คนคาดหวังว่าเป็นคนดี อยู่ดี ๆ ก็มีข่าวออกมาเหมือนกับคนที่ตกจากสวรรค์

อย่างใน Shakespeare ที่ผมเรียนสมัยที่ผมเด็ก ๆ ผมก็สังเกตดู เขาจะมองเรื่องความโหดร้าย ความเจ็บปวด การสร้างปัญหา โดยที่ไม่ได้คาดหวังมาก่อน ไม่ได้คาดคิดมาก่อน คือคุณ Spitzer นี่อย่างที่คุณจีรวัฒน์ว่า อายุแกแค่ 48 แต่ประวัติการเมืองแกโชกโชนเลย นอกจากแกเรียนเก่ง จบที่ Yale กับ Harvard แล้ว เป็นนักกฎหมาย แล้วก็ แกเป็น Attorney general 2 สมัย Attorney general ก็คืออัยการสูงสุด แล้วก็มารับเลือกเป็น Governor ของ New York ตอนที่รับเลือกเป็น Governor แกได้คะแนนทั้งหมด 70 % แกเป็นนักแก้ปัญหา จัดการกับสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ท่านผู้ฟังรู้ไหมครับ แกนี่เป็นคนที่ดูแลเรื่อง เขาเรียกว่า Ring เครือข่ายของโสเภณีข้ามชาติ ตัวแกเองปรากฏว่าในเบื้องหลังของแกนี่ แกกลับไปใช้บริการเขาอยู่ตลอดเวลา แล้วก็มีการสำรวจว่าใช้ไปแล้วทั้งหมด 8 ครั้ง ใช้เงินไปประมาณ 80,000 กว่าเหรียญ และล่าสุดที่แกถูกจับ ตัวแกเองก็เป็นคนจัดระบบนี้ คือว่า เขาเรียกว่าอะไรนะ เอาโทรศัพท์ดักฟังน่ะ ดักฟังโทรศัพท์ เพราะว่าใน New York นี่มี เขาเรียกอะไรนะ เป็น Night club ที่มีโสเภณีชั้นสูง ความจริงโสเภณีชั้นสูงในอเมริกาก็คือ พวกไฮโซ ผู้หญิงที่มีเหยื่อล่อ ทำงานก็ได้รับเงิน แล้วปรากฏว่า ผมอยากจะเรียกว่าหมองูตายเพราะงูด้วย เพราะแกเป็นคนที่เก่งเรื่องการจัดระบบ ครั้งหนึ่งคุณจีรวัฒน์ แกก็ไปจัดการเรื่องการปั่นหุ้นใน Wall street ด้วย

ฉะนั้นข้อที่น่าสนใจของคน คนนี้ ผมคิดว่าน่าจะมีประเด็นอยู่ 2 – 3 ประเด็น หนึ่งก็คือขึ้นเร็ว แล้วก็ลงเร็ว สองเป็นคนที่มีความสำเร็จในชีวิตสูงตอนอายุน้อย อันนี้น่ากลัว สำหรับท่านผู้ฟังที่ติดตามรายการนี้นะครับ ความสำเร็จนี่ อย่าบ้าคลั่งความสำเร็จเฉพาะช่วงใดช่วงหนึ่ง แล้วเอาความสำเร็จนั้นมาเป็นการปรับพฤติกรรมของตัวเอง คือแกมั่นใจตัวเองว่าแกเก่ง แล้วก็ทำสำเร็จตั้งแต่แกอายุ 30 กว่า

ฉะนั้นคุณจีรวัฒน์ สังเกตดู คนไทยก็มีคนบางคนประสบความสำเร็จตอนเด็ก ใช่ไหม แล้วก็หายไปตอนแก่ก็มี ฉะนั้นทฤษฎีหนึ่งที่มาใช้มาก ๆ ในการวิจัยของ Center of Creative leadership ก็คือ การพัฒนาผู้นำนี่ต้องให้เขาอยู่รอดตลอดเวลา อย่าให้เขาตกราง คือบางคน จีรวัฒน์คงสังเกต แม้กระทั่งที่ธรรมศาสตร์ มีเด็กเก่ง ๆ แล้วก็พอทำงาน ทำไปทำไป แล้วก็หายไป เพราะว่าไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต เขาเรียกว่า อย่าให้เกิดตกรางขึ้นมา แล้วก็ชีวิตแกไม่สมดุล ก็คงทำงานเยอะ ขาดการใช้ชีวิตอย่างสมดุล คือผู้ชายบางคนอาจจะใช้ชีวิตครบ มีทั้งเรียน เล่น สมัครพรรคพวก แกไม่มีเพื่อน ปัญหานี้คือ แกเป็นคนที่บ้างาน

ฉะนั้นผมอยากจะสรุปว่า ชีวิตของคุณ Spitzer เป็นตัวอย่างไม่ดีของการที่บ้าคลั่งความสำเร็จในมิติหนึ่ง แต่ว่าไม่รอบคอบในทุก ๆ มิติ ซึ่งการจะเป็นผู้นำที่ดี มันต้อง ชีวิตต้อง ผมใช้คำว่า Balance คือมันสมดุลกัน มีเพื่อนฝูง คือคนที่อยากให้ Spitzer พัง นี่ก็มีเยอะ เพราะแกสร้างศัตรูไว้เยอะ ความจริงเรื่องการสร้างศัตรูนี่ ผมได้เรียนรู้จากท่าน ปัจจุบันท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็คือท่านชวรัตน์ ชาญวีรกุล สมัยที่ผมเป็นอาจารย์ใหม่ ๆ ที่ธรรมศาสตร์ คือพี่จิ้น เราเรียกกัน ก็เป็นคนหนึ่งซึ่งให้กำลังใจ อาจารย์ก็จบเศรษฐศาสตร์เหมือนคุณ อย่างผมนี่ตอนที่ผมอายุ 30 กว่า พี่จิ้นก็จะให้กำลังใจผม เพราะว่าผมช่วงนั้นผมเป็นดารา เป็นดาวรุ่ง ดาวรุ่งพุ่งแรงของประเทศไทย แล้วก็เตือนเยอะว่า อย่าประมาท ต้องสร้างเพื่อน ต้องมีเพื่อน ต้องมีเพื่อน นอกจากเก่งแล้วต้องมีเพื่อน อย่าไปเก่งคนเดียว จีรวัฒน์มีความเห็นอย่างไรบ้างสำหรับคุณ Spitzer ในฐานะที่เป็นคนรุ่นใหม่