สวัสดีค่ะทุกๆท่าน ขอบคุณที่มาสนับสนุนความดีของดอกเกลือไทยนะคะ
อาจารย์ขจิตได้ไปเที่ยวถึงนาเกลือเลยนะคะ ภาพนาเกลือที่ลิ้งค์นั้นสวยมากจริงๆ
พี่ก็เพิ่งทราบว่าFluer de Sel แพงขนาดนี้ก็ตอนค้นข้อมูลเอามาเขียนนี่แหละค่ะ เมื่อก่อนเคยได้ยินและทราบแต่ว่าแพง แต่ไม่ทราบว่าแพงพิสดาร ดอกเกลือไทยแพงกว่า เกลือธรรมดาแค่สองสามเท่า แต่Fluer de Sel พุ่งขึ้นไปเป็นร้อยเท่า มิน่าได้สมญาว่า Caviar of Salt
คนฝรั่งเศสยังนำเกลือธรรมดามาเพิ่มมูลค่าโดยนำมาผสมสมุนไพร ดอกไม้แห้งหลากสีสวยๆและใส่ขวดแก้วหรู พี่เคยเห็นในห้างที่ปารีส ยังบอกกับเพื่อนเลยว่าแค่จะใช้เกลือป่นบนโต๊ะก็ต้องหรูขนาดนี้เชียวนะ
เรื่องการวิจัยนี่คนไทยไม่เห็นความสำคัญ และยังไปเข้าใจว่าการวิจัยนั้นเป็นเรื่องยุ่งยากนะคะคุณลุงเอก แต่การวิจัยนั้นจะเป็นการเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ของลู่ทางที่จะคิดต่อ หรือต่อยอดได้
เกลือตามแหล่งต่างๆในบ้านเรา นุชเชื่อว่ามีสิ่งพิเศษในแต่ละที่ งานวิจัยทั้งเชิงภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์-มนุษยวิทยา และวิทยาศาสตร์ประกอบกันจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกลือท้องถิ่นได้อย่างดี ไม่ใช่แค่เป็นเกลือของต่ำต้อยที่ทำง่ายๆ คนสมัยนี้คิดอย่างนั้นเสียเป็นส่วนใหญ่
ตอนนี้ทราบว่ามีบริษัทคนไทยกำลังทำกิจการแบบเอสเอ็มอีในการนำดอกเกลือไทยไปทำเป็นผลิตภัณฑ์สปาส่งยุโรปค่ะ แต่การที่ขาดการวิจัยและการให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของดอกเกลือและสามารถต่อยอดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ได้เองทำให้พอเป็นดอกเกลือขายที่นาเกลือ ราคาก็ได้แค่นั้น แต่คนที่มีความรู้มากกว่า เห็นโลกมากกว่าก็ถือเป็นโอกาสได้วัตถุดิบชั้นเยี่ยมราคาถูก ชุมชนเองแทบไม่ได้อะไรนะคะ จริงอย่างที่คุณกฤษณากล่าวว่าคนไทยยังขาดโอกาส
ที่จริงน่าส่งเสริมให้คนไทยเองรู้จัก และใช้ดอกเกลือกันในประเทศให้มากกว่านี้ ของดีๆเราต้องได้ใช้บ้างไม่ใช่ส่งออกแต่ของดีๆ
หากได้พบกันจะให้คุณต้อมได้เปรียบเทียบเองด้วยล่ะค่ะ เผอิญตอนนี้ดอกเกลือไทยที่บ้านหมดนานแล้ว เลยยังไม่ได้ชิมเปรียบเทียบกันค่ะ อย่างไรก็ตามพี่ไม่คิดว่าจะเลือกเชียร์ดอกเกลือไทยเพราะราคาถูก พี่ยังเชื่อมั่นในคุณค่าความรู้ของคนโบราณที่ทำดอกเกลือมาเป็นร้อยๆปีแล้ว หากจะสู้เขาไม่ได้ก็เรื่องความสะอาดของน้ำทะเล และการทำบรรจุภัณฑ์นะคะ
อยากได้ข้อมูลวิจัยของเกลือทั้งสองแห่งมาเทียบคุณค่าสารอาหารจังเลยค่ะ
คราวหน้าคุณแดงและคณะมาเที่ยวบ้านพี่นะ จะให้ช่วยกันชิมเปรียบเทียบ นี่สั่งคนข้างกายให้ไปหาดอกเกลือไทยมาให้แล้วค่ะ
ดีใจค่ะที่คุณพลเดชเห็นด้วยว่า"ดอกเกลือไทยสู่โลก"น่าสนใจและจะเกิดเป็นจริงได้ด้วยงานวิจัย คือส่งออกอย่างมีข้อมูลสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
คิดว่าแค่ภัตตาคารไทยทั่วโลกใช้ดอกเกลือไทยปรุงอาหาร และนำมาทำผลิตภัณฑ์สปาที่ส่งออกไปทุกทวีป ชาวนาเกลือไทยคงมีความสุข และยังส่งผลให้ต้องมีการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อคุ้มครองน้ำทะเลที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบนะคะ
ภาพนาเกลือ และกองเกลือสีขาวเรียงรายนั้นสวยงาม อีกทั้งร้านค้าริมทางต่างขายเกลือนับสิบๆเจ้า แต่คุณพี่ศศินันท์คะพอไปซื้อแล้วเกลือราคาถูกเหลือเกินจนสงสารคนทำนาเกลือ ว่าทั้งเหนื่อย ร้อน ถูกเกลือกัด ราคาก็ได้แค่นี้ สักวันคงเหลือคนทำนาเกลือไม่กี่รายนะคะ
ขอบคุณพี่บางทรายที่ช่วยเติมเรื่องความเกี่ยวข้องกันของเกลือกับ Salary ค่ะ
การได้เห็นและเรียนรู้จากวัฒนธรรมอื่นทำให้เรามองเห็นตัวเองชัดขึ้นนะคะ เพราะมันมีการเปรียบเทียบให้เห็นข้อเหมือนและข้อต่าง
ค่ะ คุณอุ๊ ญี่ปุ่นนั้นเป็นอีกชาติที่มีรายละเอียดเยอะมากในสิ่งที่เขากิน เขาใช้ และแต่ละที่มีความรู้ในถ่นของตน รู้จักตนเอง ภูมิใจในตนเองและพยายามรักษา เชิดชูความแตกต่างของชุมชนตนไว้อย่างยิ่ง
ดอกเกลือที่พี่เคยได้มาก็มาในถุงพลาสติคธรรมดารัดหนังยาง ดูไม่สมสง่าของคุณค่าดอกเกลือเลยค่ะ
การวิจัยข้อมูลทุกด้าน ทุกแง่ทุกมุมสำคัญมากจริงๆนะคะ
คนที่ชลบุรีคงดีใจที่คุณกวินทรากรคิดถึง ดีใจจังที่มาอ่านแล้วทำให้คิดถึงใครคนหนึ่งนะคะ
คุณเบิร์ดนี่รวดเร็วมาก ขอบคุณมากๆเลยค่ะสำหรับสูตรสีผึ้งทั้งสองแบบ จะต้องทดลองทำดูสักหน่อย สีผึ้งยายเฉยนั้น ไม่หนืด ไม่เหลว ทาแล้วจะเบาๆ ไม่เหนอะแต่ก็ไม่ซึมค่ะ แล้วไม่มีการกรองอะไรออกเลย แกใส่อะไรทุกอย่างก็อยู่ในสีผึ้งที่เสร็จแล้วค่ะ คงต้องส่งให้ไปลองใช้วซักหน่อย กำลังหากระปุกเล็กๆแบ่งอยู่ค่ะ
เรื่องดอกเกลือนั้นหากคุณเบิร์ดค้นได้ข้อมูลที่เขาวิจัยกันไว้ เอามาเผยแพร่กันจะมีประโยชน์มากเลยค่ะ ตอนที่พี่ได้มาก็นำมาใช้ปรุงอาหารทั้งคาวหวาน กระหน่ำใช้เพราะเห็นว่าสะอาดกว่าเกลือป่น ไม่แพง และทำให้อาหารอร่อย เค็มออกหวานรสชาติละมุนละไมดีจริงๆค่ะ ใช้แทนน้ำปลาดีมากเพราะไม่คาว เขียนเรื่องนี้แล้วนึกถึงอาจารย์หลินฮุยเพราะท่านไม่ใช้น้ำปลา
Ajarn POP ขอบคุณดร.ป๊อปค่ะที่แวะมาอ่าน มาอ่านเรื่องเบาๆพักสมองบ้างก็ดีค่ะ พี่อ่านบันทึกของอาจารย์อยู่เรื่อยๆเห็นค่ะว่างานหนักและเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนมากทีเดียว