เรียน ท่านทั้งสอง
ผมคิดว่าเราต้องเอเรือออกจากโอ่งให้ได้ก่อนครับ
ตอนนี้กำลังวนในโอ่งของ "ระบบการศึกษา"
ที่ไม่มีทั้ง "การเรียน" และ "การศึกษา"
ผู้สอนก็ไม่เรียน
ผู้เรียน ก็ไม่เรียน
ปล่อยให้ภาคเอกชน และประชาชนเรียนกันไปตามมีตามเกิด
เราจึงมีนักบริหารธุรกิจมืออาชีพ เกษตรกรมีออาชีพ กันอยู่ประปราย แบบตามมีตามเกิด แต่ก็พอจะค้ำยันประเทศได้บ้าง แบบน่าสมเพท
มีผู้ที่สอนคนอื่นอยู่ในปัจจุบัน สักกี่คนที่กล้าจะเทียบฝีมือคนเหล่านั้น
เขาเก่งจากการปฏิบัติ ทำไมเราไม่เลียนแบบบ้าง
ไม่เรียนก็ไม่ว่า เลียนแบบบ้างก็ยังดี
เรามีทั้งข้อมูล ทฤษฎี หลักการสารพัด
ถ้าบวกการปฏิบัติจริงๆ น่าจะพัฒนาไปได้เร็วกว่าเรียนแบบไม่มีหลักการนะครับ
แต่ อนิจจา......
เรามัวแต่นั่งท่องทฤษฎี หลักการ และบีบบังคับให้เด็กรุ่นใหม่ท่องตามเราให้ได้
ใครท่องได้ก็ได้เกียรตินิยม ใครได้น้อยก็ลดหลั่นลงมา
เมื่อไหร่วิชาการของเรา จะออกดอก ออกผล ต่อยอดเป็นจริงเป็นจรังเสียที
ขนาดหลักสูตรท้องถิ่นที่ทางผู้รู้ ได้ช่วยกำหนดแนวทางให้ท่านได้มีโอกาสยกเรือออกจากโอ่ง ท่านก็เลี่ยงบาลีหาเรื่องที่จะพายเรือ เฉพาะแต่ในโอ่ง กันเสียจนแทบจะไร้สาระ
เราต้องอ้างที่จะ "เรียน" ไม่ใช่อ้างสารพัดที่จะ "ไม่เรียน"
ผมว่าครูวุฒิกำลังจะสร้างสื่งที่เป็นจริง
และน่าจะเป็นต้นแบบ ให้ท่านที่ชอบพายเรือในโอ่ง ได้เห็นว่า การจะออกนอกโอ่ง นั้นทำกันอย่างไร
ขอให้ประสพผลสำเร็จครับ
ผมก็กำลังทำในมุมคล้ายๆกัน
จะพานักศึกษาปีหนึ่งไปวางฐานคิด "เกษตรอินทรีย์" "เกษตรยั่งยืน" "เกษตรผสมผสาน" และ "เศรษฐกิจพอเพียง" ก่อนที่นักทำลายสมองมนุษย์ จะเปิดศึกทำลายเขาในปีต่อๆไป ด้วยความรู้ที่แยกส่วนและเป็นพิษ
ผมจะลองดู ว่าเขาพอจะสามารถมีภูมิต้านทานกันระบบการสอนแบบทำลายสมองได้หรือไม่ สักแค่ไหน
บางทีกระแสแรงๆ อะไรก็ต้านยากครับ
แค่คิดก็หนัก แต่ไม่ท้อครับ