สวัสดีครับ ..นาย วัฒนศักดิ์ กบ สุขมากสิน
ขออภัยนะครับที่ตอบบันทึกนี้ล่าช้า... หลังเสร็จสิ้นการสัมมนาดังกล่าว ผมได้พักฟื้น 1 วันจากนั้นก็ออกเดินทางมาสัมมนาต่อที่กนุงเทพฯ - นครนายก และเพิ่งกลับมาถึงสารคามเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 15 ก.พ.
การได้พบเจอกับอาจารย์ฯ ในการสัมมนาที่ผ่านมาถือเป็นเกียรติ พอ ๆ กับการได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมครั้งนั้น ซึ่งเห็นชัดว่าอาจารย์ตั้งใจและเปิดใจที่จะรับรู้ รับฟังและแลกเปลียนเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งนั่นหมายถึง ความมุงมั่นที่มีต่อการพัฒนางานและพัฒนานักศึกษาอย่างน่ายกย่อง
อันที่จริงผมเองก็เพิ่งกลับมาสู่วังวนก้านกิจกรรมได้แค่หนึ่งปี หลังจากห่างเหินไป 3 ปีเต็ม ๆ .... การกลับมาครั้งนี้จึงได้เร่งที่จะฟื้นระบบและสร้างระบบใหม่ ๆ ที่คิดว่ามีประโยชน์กับการสร้างงานและสร้างคน เพราะหลังจากเราถอยห่างไปก็ยิ่งรู้สึกว่ามองเห็นอะไรเด่นชัดขึ้นกว่าที่ผ่านมา
ผมเห็นด้วยกับทุกกระบวนการที่อาจารย์กล่าวถึงเป็นอย่างมาก .. หากสามารถนำพี่สต๊าฟและบุคลากร รวมไปถึงผู้บริหารลงมาสู่การเป็นสวนหนึ่งของกิจกรรมเชียร์และรับน้องใหม่ได้ จะยิ่งยืนยันและให้ความมั่นใจกับน้องใหม่และผู้ปกครองได้ว่า กิจกรรมนี้เป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง และสะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมนี้ทางมหาวิทยาลัยก็ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด
กรณีการผลิตสื่อเพื่อนำเสนอต่อน้องใหม่นั้นเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลย ในวันปฐมนิเทศ อาจจะนำเสนอประมวลภาพในแบบวีดีทัศน์ให้น้องใหม่ได้ดูได้ชม ซึ่งนั่นจะสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาเกิดความรู้สึกกระหายที่จะเข้าสู่กิจกรรมนี้ไปโดยปริยาย ซึ่งอาจจะดีกว่าการพูดและบรรยายายเชิญชวนเป็นร้อยเท่าพันเท่า
สำคัญคือ... เราต้องแสดงจุดยืนที่เด่นชัดว่ากิจกรรมเชียร์และรับน้องอยางสร้างสรรค์นี้ เป็นวัฒนธรรม หรือประเพณีอันดีงามของสถานศึกษา ...มันคือเบ้าหลอมของการเรียนรู้ในอันดับต้น ๆ ของการเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนในมหาวิทยาลัย...
หากเราสามารถสร้างบรรยากาศเช่นนี้ให้น้องใหม่สัมผัสได้ ก็ยิ่งนำพาพวกเขาเข้าสู่กิจกรรมอื่น ๆ อย่างไม่ยากเย็น
ผมชื่นชมและเป็นกำลังใจให้นะครับ....
มีอะไรให้ช่วยเหลือก็ยินดีเสมอ..เช่นกัน