สวัสดีค่ะคุณหมอ

อ่านแล้วก้ได้สติทบทวนกับสิ่งที่เกิดกับตัวเองไปด้วย...ขอเล่าเรื่องเพื่อเอามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์สั้นๆตรงนี้นะคะ

คือเพื่อนคนหนึ่งลืมเสื้อไว้ในงานประชุมที่มีคนมาร่วมงานเกิน 300 คน และเธอนึกได้เมื่องานเลิกไปแล้วตั้งแต่ตอนเย็น เธอกังวลมากจนกระทั่งโทรมาขอให้ช่วยไปหาให้หน่อยในเวลาเที่ยงคืนครึ่ง(อ่านไม่ผิดค่ะเที่ยงคืนครึ่งที่มืดและสงัด) งวยเงียตื่นมารับโทรศัพท์แล้วก็ตั้งสติว่า ทุกข์ของคนมีระดับไม่เสมอกันเพราะบริบทเฉพาะตัว.....รับปากเธอว่าจะช่วยดูตอนเช้า พอหกโมงเช้าเธอก็โทรมาตามว่าไปดูหรือยัง...และเธอก็โทรมาถามเกือบทุกสองชั่วโมงแถมยังโทรหาอีกหลายๆคนเปรอะไปหมด....

ได้ช่วยเป็นธุระให้เธอโดยติดต่อหลายหน่วยงานที่มาร่วมกันจัดประชุม....ด้วยการพยายามตั้งสติ..เพราะตัวอัตตาของเราบอกว่า ธุระไม่ใช่เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการประชุมเลยแล้วยิ่งมาถูกเซ้าซี้โทรถามบ่อยจนแทบจะไม่ได้ทำงานทำการพาลจะหลุดหลายครั้ง.....สุดท้ายก็พบของและจัดการส่งไปให้เธอ....บทเรียนแบบนี้ทำให้เข้าใจเลยค่ะว่า โลกที่ไม่เหมือนกันฐานคิดที่ไม่เหมือนกัน..ถ้าใช้อัตตาเราไปจับก็คงนึกตำหนิว่าเพื่อนไม่เกรงใจแล้วก็จะมีแต่แตกคอโกรธกันเท่านั้น...เลยใช้เมตตาเข้าไปจับและทำไปด้วยการให้ความเมตตาว่าจะผ่อนความกังวลของเพื่อนแทนซึ่งระหว่างทำก็ทำให้เบิกบานได้อยู่

อยากแลกเปลี่ยนความเห็นด้วยค่ะว่า เวลาเจอเหตุการณ์ต่างๆ ก็ทำให้รู้ระดับความเจริญทางธรรมของตัวเองและของคนที่เกี่ยวข้องได้ดี..อย่างเรื่องที่เล่ามานี้ก็ทำให้ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นและเข้าใจความแตกต่างของการมองหรือให้คุณค่ากับสิ่งต่างๆของคนค่ะ...