ตอบคุณบ้านสวนพอเพียง ผมว่าการทำนาแบบยกร่องไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่นะครับ  แต่ถ้ามีคนคิดแหวกแนวอาจได้นวัตกรรมใหม่นะครับ

 

 ตอบคุณเม้ง สมพร ช่วยอารีย์ ผมตามไปอ่านแล้วครับ  ได้เห็นทัศนะที่แตกต่าง / หลากหลาย  ขอบคุณนะครับ  การได้ลงมือทำเอง และทำอย่างรู้จริง  ผมเชื่อว่าจะเกิดการพัฒนา  สภาพนาร้างที่พูดถึง  มันมีอยู่จริง  และถ้าไม่มีกลยุทธ์อะไรมากระตุ้นก็จะคงอยู่ต่อไป  คือคงสภาพความเป็นนาร้างครับ  การกระตุ้นให้พ้นสภาพจากนาร้าง  ไม่ว่าจะให้เป็นนาข้าวเหมือนเดิม  หรือจะให้เป็นนายางอย่างที่คุณเม้งว่า  หรือแม้กระทั่งจะให้เป็นนาปาล์มก็เหอะ  ทุกประเด็นดีกว่าการเป็นนาร้างทั้งสิ้น จะมีสัดส่วนระหว่างข้อดีและข้อเสียอย่างไร  อย่างไหนคุ้มกว่ากันเป็นเรื่องของเหตุผลเฉพาะรายครับ

 

      ผมไม่เคยปฏิเสธเทคโนโลยี  แต่เราต้องพินิจพิเคราะห์ให้ได้ว่า เทคโนโลยีที่เหมาะสม คือระดับไหน  การปฏิเสธปุ๋ยเคมีอย่างสิ้นเชิงก็ใช่ว่าจะดีทุกอย่างเพราะ ปุ๋ยเคมีก็มีประโยชน์หากใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์  แต่ทุกวันนี้มีการใช้ปุ๋ยเคมีล้วนๆ และทำการเกษตรแบบทำลาย และฝืนธรรมชาติ  หายนะจึงตามมาครับ  สวนยางปีที่ ๒-๓ ที่หญ้ารก พยายามใช้ยาฆ่าหญ้า(พืชใบเลี้ยงเดี่ยว)  ผลที่ออกมาก็คือหญ้าดอกขาว(พืชใบเลี้ยงคู่ - แถวบ้านผมเรียกสาบแร้งสาบกา) เลยเต็มสวนยางให้กำจัดยาก  สวนยางของผมจึงใช้วิธีไถเฉพาะในแถวยางให้หญ้ากลบเป็นปุ๋ยพืชสด และใส่ปุ๋ยเคมี  ถ้าตัดหญ้าให้เตียนมากผิวดินก็จะแห้งและถูกชะล้าง หน้าดินเสื่อมโทรม  สวนยางผมเลยมองคล้ายๆ ป่ายางมากกว่า  แต่ก็เติบโตดีนี่ครับ ตามธรรมชาติเมื่อต้นยางโตจนใบสานกัน  ก็จะเกิดร่มเงาจนไม้พื้นล่างเปลี่ยนไปเองแหละครับ

 

          นาที่เปลี่ยนเป็นสวนยางก็เช่นเดียวกัน  ถ้ารู้ว่ารากของต้นยางพารา ต้องการการระบายน้ำได้ดี  ก็ต้องปรับปรุงพื้นที่ให้ระบายน้ำให้ออกได้ดีก่อน คือต้องลดระดับน้ำให้ต่ำกว่าสันร่องอย่างน้อย ๑ เมตรครับ  ถ้าน้ำแช่รากต้นกล้ายาง รับรองยางไม่เจริญครับ  เหมือนภาพที่คุณเ้ม้งเอามาลงไว้นั่นแหละครับ  อีกอย่างคือต้องรู้จริงว่า การปลูกยางต้องดูแลลำต้นในช่วง ๓ ปีแรก ไม่ให้แตกแขนง/กิ่งในระยะ ๓ เมตรจากพื้น  ไม่งั้นต้นยางก็จะไม่เหมาะแก่การกรีดและรุงรังครับ

 ตอบคุณสิทธิรักษ์

ก่อนที่จะลงมือทำ  ผมทำนามาตั้งแต่อายุ ๗-๘ ขวบครับ  ประสบการณ์การทำนาประมาณ ๔๐ ปีครับ   สัมผัสกับสวนยางบนควน เชิงเขา และที่สูงมาพอๆ กัน  พึ่งมาเห็นเพื่อนบ้านเขาแปลงนาข้าวเป็นสวนยางเมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา  ขณะนั้นก็คิดเหมือนกับที่ทุกคนคิดนั่นแหละ  ผมยืนยันจะยังทำนาอยู่  ปัจจุปันเลยศึกษาอย่างจริงจังเรื่องการแปลงนาข้าวสวนยาง  และทดลองทำไป ๑ แปลง  ประมาณ ๒ ไร่  ทุกวันนี้ได้ผลผลิตไม่มากครับ  วันละประมาณ ๒๐๐ บาท  ถ้าเปรียบเทียบกับนาข้าว จะต้องขายข้าวเปลือก ๒ ถังครับถึงจะได้ ราคาดังกล่าว  และอย่าไปเปรียบเทียบกับยางที่สูงครับ เพราะที่ปลูกนี้คือที่ลุ่ม   ปัจจุบันกรีดยาง ไม่เหนื่อยเหมือนการทำนานะครับ  ทำตอนเช้า สายๆ ก็เสร็จ   ไม่พูดถึงกินยางแทนข้าวไม่ได้นะครับ

       ที่ร่ายยาวมาทั้งหมดเพื่อให้เห็นว่าถ้าพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล และทำอย่างมีเหตุผล ไม่ทำตามกระแสก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้  ผมเชื่อในทฤษฎีการเรียนรู้ที่ว่า Learning by Doing ครับ