สวัสดีค่ะคุณเบิร์ด
เรื่องราวนางอัปสราที่นำมาฝากนี้ยอดเยี่ยมค่ะ อ่านสนุก เห็นภาพตามไปเลยล่ะค่ะ
เหล่านางอัปสราเป็นล้านที่กำเนิดขึ้นมานั้นถูกให้ทำหน้าที่เป็นนางผู้ให้ความบันเทิงทั้งร่ายรำปรนนิบัติเทพเจ้า และนักรบแกล้วกล้าที่ตายในการรบนั้นก็จะได้นางอัปสราไว้ปรนนิบัติด้วย สงสัยนักรบขอมสมัยนั้นที่กล้าทำศึกขยายอาณาจักรขอมแบบไม่กลัวตายก็ด้วยฝันว่าตายแล้วจะได้นางอัปสราเป็นรางวัล
อัปสราที่นครวัดที่ไม่นุ่งผ้านั้นไกด์ไม่ยักกะชี้ให้ดูเลยค่ะ ชี้ให้ดูแต่อัปสรายิ้มเห็นฟัน ซึ่งต้องแย่งกันชะโงกหน้าออกไปดู
แค่ดูอัปสรานครวัดอย่างละเอียดก็ใช้เวลา เห็นแล้วตื่นตะลึง ช่างสวยงามและมากมาย ไปดูใกล้ๆที่เท้าจะเห็นเท้าบิดมากเหมือนนางเท้าแป เพื่อแสดงนิ้วเท้าทั้งห้าชัดเจนทั้งๆที่เป็นภาพนูนต่ำค่ะ
อัปสราที่นครธมนั้นแปลกมาก พี่ก็เพิ่งสังเกตจากอ่านที่คุณเบิร์ดเขียนมา คือตอนเห็นรูปสลักผู้หญิงยืนพี่ก็นึกว่าอัปสรา แล้วก็เห็นรูปนางรำ ปรากฏว่าพอมาดูในหนังสือ Angkor Cities and Temples โดยClaude Jaques ซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์เชี่ยวชาญเรื่องเขมร เขาเขียนอธิบายภาพผู้หญิงที่เรานึกว่าเป็นอัปสรา ว่า Devata เป็นภาษาสันสกฤต คงน้องๆเทวดามังคะ ส่วนนางรำ “ ท่าผิดมนุษย์ม้วย” นั้นเขาระบุว่าเป็นอัปสรา
คงต้องถามน้องชายน้องซูซานให้อธิบายต่อนะคะ (และพี่ยังมีภาพที่จะส่งไปถามน้องซูซานและน้องชายด้วยค่ะ) ต้องขอบคุณทั้งคุณเบิร์ด น้องซูซานและคุณน้องชายที่ช่วยทำให้เรื่องราวผิวๆที่พี่นำมาเล่านี้มีรายละเอียด มีความถูกต้อง และมีสีสันมากขึ้นค่ะ