• เมื่อวันก่อนมีเภสัชกรมาคุยด้วย  เพราะเขาจะทำการศึกษาวิจัยเพื่อแก้โจทย์การใช้ยาที่ไม่เหมาะสมของสังคมไทย
  • ชอบใจมากเพราะเขามองทะลุถึงการปฏิบัติ  ไม่ใช่ศึกษาแค่ให้รู้เท่านั้น
  • เห็นแบ่งเป็น 3 ระยะ 
  • ระยะแรกตีโจทย์  ว่าปัจจุบันสถานะการณ์เป็นอย่างไร  ( ต้องหาตัวชี้วัดไว้ด้วย )  ชาวบ้านคิดอย่างไร  จะพูดคุยอย่างไรให้ทราบมุมมองของชาวบ้าน  ถ้าชาวบ้านเข้าใจและเห็นว่าการใช้ยาในปัจจุบันไม่เหมาะสม  เป็นปัญหาจริง  ก็ไปต่อระยะที่สอง
  • ระยะที่สอง  เป็นการตีโจทย์ว่า  แล้วจะหาทางพูดคุยกับประชาชนอย่างไร  ให้ชาวบ้านช่วยคิดว่า  เมื่อทราบปัญหาแล้ว  ควรจะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหานี้  ไม่ใช่คิดแทนชาวบ้านแล้วเอาไปให้เขาทำ  แล้วลองปฏิบัติ   ติดตามผลว่าเป็นอย่างไร  ได้ผลไหม  ควรแก้ไขกระบวนการอย่างไร  จนได้ข้อสรุปถึงกระบวนการหรือวิธีการ  และมั่นใจว่าจะยั่งยืนด้วย 
  • ระยะที่สาม  ถ้าได้ผล  จะขยายผลอย่างไร 
  • ที่ผ่านมา  ไม่ค่อยได้ทำจนครบรอบ  ทำแยกส่วน  หาปัญหาพอทราบปัญหาก็จบ  บางทีก็เสนอวิธีการไว้  แต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลรึเปล่า
  • ไปศึกษา Best Practice  ถอดบทเรียน  ถอดออกบ้าง  ไม่ออกบ้าง  แต่ก็ไม่รู้ว่าจะขยายผลอย่างไร  เพราะไม่ได้เข้าไปร่วมคิดร่วมทำตั้งแต่แรก  ฉาบฉวยเกินไป  ไม่รู้จัก  ไม่เข้าใจชาวบ้านจริงๆ
  • คราวนี้เลยชวนให้ไปคลุกกับชาวบ้านโดยมีเทศบาลเป็นตัวกลางเชื่อมลงไปในชุมชน  สนุกดี  นักวิชาการ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และชาวบ้านช่วยกันคิด  ช่วยกันแก้ปัญหา   แต่ไม่รู้โครงการจะผ่านรึเปล่า ?  อิอิ