ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สภาพและปัญหา
- เราใช้กระดาษกันอย่างมากในการติดต่อสื่อสารในระบบราชการ และเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการสื่อสารค่อนข้างมาก จากข้อมูลของ ศนอ. พบว่าในปีงบประมาณ 2550 มีหนังสือราชการเข้ามาใน ศนอ. จำนวน 300 ฉบับ หนังสือราชการออกจาก ศนอ. จำนวน 500 ฉบับ โดยหนังสือราชการแต่ละฉบับมีจำนวนเฉลี่ย 2 แผ่น ดังนั้น ปี 2550 ใช้กรดาษไปทั้งสิ้น 1600 แผ่น ทำอย่างไรจะลดจำนวนกระดาษลง
- ค่าใช้จ่ายในการส่งไปรษณีย์ ในปีงบประมาณ 2550 คิดเป็นเงิน บาท ทำอย่างไรจะประหยัดค่าใช้จ่ายนี้ลง
- โดยเฉลี่ยหนังสือใช้เวลาเดินทางไปยังปลายทางใช้เวลาประมาณ 1-3 วัน ทำอย่างไรจะใช้เวลาน้อยลง
- การรับรู้เรื่องราว ข่าวสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากหนังสือราชการ ผู้ที่มีโอกาสได้รับรู้และเรียนรู้คือเจ้าของเรื่องหรือผู้รับผิดชอบงานนั้นๆ ผู้อื่นทีโอกาสได้รับรู้น้อย
วัตถุประสงค์
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับส่งหนังสือราชการ
เป้าหมาย
1 ลดจำนวนกระดาษลง 10%
2 ลดระยะเวลาในการส่งหนังสือราชการลง 1 วัน
3 ลดค่าใช้จ่ายในการส่งไปรษณีย์ลง 10%
4 มีผู้รับรู้ข่าวสารเพิ่มขึ้น 50%
วิธีการ
การใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
กรอบแนวคิด
- ระบบสารสนเทศที่มีอยู่ในปัจจุบันหลายระบบที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้โดยเฉพาะการใช้งานเพื่อการบริหารจัดการ ดังนั้นถ้าจะนำมาใช้เพื่อเพื่อประสิทธิภาพการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ตามแนวทางที่กำหนด จึงเริ่มจากพิจารณาว่า มีระบบอะไรบ้างที่นำมาใช้ได้หรือระบบใดที่ต้องพัฒนาขึ้นมาใหม่ หรือระบบที่มีอยู่แล้วระบบใดที่ปรับปรุงแล้วสามารถนำมาใช้ได้
- ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ที่มีและพัฒนาใช้จนได้ผลแล้ว คือระบบ e-Document ซึ่งพัฒนาโดยอาจารย์อดิศักดิ์ ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นระบบรับส่งหนังสือราชการ และระบบ Web Application ของ Google คือ GoogleApps. ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบงานสารบรรณ
- การใช้งานจะต้องเริ่มตามขั้นตอนทั้งสามขั้นตอนของการนำเอาสารสนเทศมาใช้คือ
1 ความต้องการของผู้ใช้งาน โดยผู้ใช้งานจะต้องมีความต้องการจะใช้ ในที่นี้ผู้ใช้งานจะมีบุคคล 2 กลุ่ม คือ เจ้าหน้าที่งานสารบรรณ และ ผู้บริหาร ถ้าเจ้าหน้าที่งานสารบรรณ ไม่อยากนำมาใช้ ที่ต้องใช้เพราะถูกบังคับ ผลที่ตามมาก็คือ ไม่อยากทำแม้ว่าผู้บริหารจะอยากใช้ก็ตาม ขณะเดียวกัน ถ้าผู้บริหารไม่สนใจ ไม่อยากใช้ หรือเฉยๆ คือใช้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้ ก็จะไม่มีผลต่อการพัฒนาเช่นเดียวกัน ซึ่งผู้ใช้นี้ เมื่อมีใจที่จะใช้แล้ว ก็จะส่งผมมาถึงความตั้งใจที่จะเรียนรู้วิธีการใช้งาน ตั้งใจที่จะปฏิบัติงานอย่างจริงใจ และตั้งใจที่จะพัฒนางาน แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วงไป
2 ผู้บันทึกข้อมูล คือผู้ที่จะต้องเนาเอาระบบสารสนเทศ บันทึกเข้าไปในระบบ ซึ่งในที่นี้คือ ผู้รับผิดชอบในการส่งหนังสือราชการ ซึ่งหน่วยงานจะต้องกำหนดว่าเป็นใคร เช่น เจ้าหน้าที่งานสารบรรณ หรือบุคคลที่เป็นเจ้าของเรื่อง ตามความสะดวก แต่ถ้ามีผู้ดำเนินการเพียงจุดเดียว เช่น เจ้าหน้าที่สารบรรณ ก็จะสะดวก และผู้ปฏิบัติงานด้านนี้ ก็จะต้องมีความพร้อมและต้องการที่จะนำเอาระบบนี้มาใช้เช่นเดียวกับกลุ้มผู้ใช้งานในกลุ่มที่ 1 และต้องมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์เป็นอย่างมาก เพราะในระยะแรกๆ ของการปฏิบัติงานจะมีปัญหาและอุปสรรคเป็นอย่างมาก
3 ผู้ดูแลระบบ คือเจ้าหน้าที่งาน ICT ที่ต้องคอยตรวจสอบระบบ และแก้ไขระบบ เมื่อเกิดปัญหา ซึ่งในที่นี้คือ ผู้ดูแลระบบ e-Document และผู้ดูแลระบบ GoogleApps. ซึ่งจะต้องตรวจสอบระบบ ดูแลระบบ และติดต่อกับผู้พัฒนาระบบกรณีที่ระบบมีปัญหาจนไม่สามารถแก้ไขได้เอง และภาระกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่อาจจะต้องดำเนินการด้วยคือคือ แนะนำผู้ใช้งานทั้งกลุ่มที่ 1 และ 2 ให้มีความรู้และความสามารถในการใช้ระบบ
ระบบงาน
<ol>
</ol></strong><p>
ระบบแรก นำเอาระบบ e-Document มาใช้ โดยกำเนินการดังนี้</p><ol>
</ol><p>
ระบบปิด คือการส่งผ่าน e-Mail ของระบบ GoogleApps</p><p>วิธีการและขั้นตอนการดำเนินงาน</p><ol>
</ol>