หลังจากได้เข้าอบรม GoogleApps ในฐานะผู้ดูแลระบบมาแล้ว และได้วางแนวทางการพัฒนา Google Apps. ซึ่ง website ของ Google Apps. จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
2.1 Google Apps. ที่เป็น website ของสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ใช้งานสำหรับสมาชิกที่เป็นผู้บริหารทั่วประเทศ ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคฯ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัด ศูนย์ขึ้นตรงอื่นๆ และศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ
2.2 Google Apps. ที่เป็น website ของหน่วยงานการศึกษานอกโรงเรียนทั่วประเทศ (ระดับภาค จังหวัด และหน่วยขึ้นตรง) เป็น website ที่ผู้ดูแลระบบของแต่ละหน่วยงานจะต้องมาจัดการ และดำเนินการเพื่อใช้งานสำหรับสมาชิกของหน่วยงานนั้นๆ เพื่อให้สมาชิกเข้าใช้งาน
ในการใช้งานทั้ง 2 กลุ่มนี้ สามารถเข้าใช้งานในลักษณะที่เป็นส่วนตัว สามารถเข้าไปสร้างส่วนประกอบต่างๆ และใช้งานที่เป็นส่วนตัวในเรื่องต่างๆ ดังนี้
การใช้งาน e-Mail แต่ละหน่วย โดยสมาชิกของแต่ละหน่วยงาน จะได้รับ mail Account ที่ลงท้ายด้วยชื่อ website ของหน่วยงาน เช่น [email protected] เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่น
การใช้งาน Google Talk โดยแต่ละคนสามารถสนทนา (สด) กับบุคคลอื่นที่เป็นสมาชิก ผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์
การใช้งานปฏิทิน สมาชิกแต่ละคนมีปฏิบัติเพื่อบันทึกเรื่องราวต่างๆ แต่ละวันและสามารถนำเอาปฏิทินของเราไปแสดงไว้ในปฏิทินของเพื่อได้ หรือเอาปฏิทินของเพื่อมาแสดงในปฏิทินของเราได้
การใช้งาน Document ซึ่งประกอบด้วย word Processing Presentation และ spread Sheet โดยสามารถใช้งานได้ดังนี้
Word Processing สามารถสร้างเองสารต่างๆ ไปแสดงบน web ได้อย่างง่ายดาย สามารถส่งเอกสารให้ผู้รับปลายทางได้อย่างรวดเร็ว หรือร่างเอกสารแล้วให้สมาชิกที่อยู่ที่อื่น(เช่น คนละจังหวัด) ช่วยอ่าน ตรวจ แก้ไข ได้ในทันที (สามารถอนุญาตเฉพาะคนที่เรากำหนดเท่านั้น ที่จะสามารถเข้ามาอ่าน หือเขามาแก้ไขได้)
Presentation ลักษณะแบบเดียวกับ PowerPoint ทำงานได้เช่นเดียวกับ Word Processing ที่ได้กล่าวมาแล้ว ทำให้เราสร้างงานการนำเสนอ แล้วส่งไปยังผู้รับปลายทางเพื่อเอาไปใช้ หรือแก้ไขได้
SpreadSheet ทำงานเช่นเดีวกับ Excel และสามารถใช้งานได้เช่นเดียวกับ 2 เรื่องที่กล่าวมาแล้ว
สร้าง webpage ส่วนตัว ท่านที่เป็นสมาชิกสามารถสร้าง webpage และ website ส่วนตัวของตนเองได้ และสามารถทำได้ง่ายโดยไม่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับภาษา HTML
- หลังจากกลับจากการอบรมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จนถึง 20 ธันวาคม จึงสามารถใช้ website ของ ศนอ. บน GoogleApps. ได้ คือที่ http://partnerpage.google.com/esan.nfe.go.th ตลอดเวลาที่รอคอยก็เข้าไปตรวจสอบประจำว่าใช้ได้หรือยัง เมื่อใช้ได้ก็เข้าไปดำเนินการทันที ในฐานะ Admin
- สิ่งแรกที่เข้าไปทำคือ การกำหนดรายชื่อผู้ใช้ และกำหนดกลุ่ม ซึ่งเรื่องนี้ท่านผู้อำนวยการได้ให้ความสนใจ และสั่งการไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยให้งานบริหารบุคคล สำรวจรายชื่อบุคลากร ศนอ. เป็นภาษาอังกฤษเอาไว้ เพื่อมากำหนดชื่อผู้ใช้งานใน GoogleApps. แต่เรื่องก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะปรากฏว่า ยังไม่ได้รายชื่อมา เรื่องนี้ก็สอดคล้องกับจริงเรื่องหนึ่งว่า การทำงานบางเรื่อง ทำเองเสร็จไปนานแล้ว เพียงแค่ชื่อคนเป็นภาษาอังกฤษ สิ่งที่แก้ไขคือ ทำไปล่วงหน้าก่อน เพราะเราก็พอจะเรียนภาษาอังกฤษมาบ้าง ก็เพิ่มรายชื่อบุคลากรในหน่วยงานส่วนหนึ่งเข้าไปเลย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ใกล้เคียงกันหรือห้องใกล้ๆ เมื่อกำหนดชื่อผู้ใช้งานแล้ว ก็กำหนดกลุ่ม (Mailing List) ซึ่งไม่กำหนดเท่ากับของจังหวัด เพราะของภาคไม่มี ศบอ. ไม่มีห้องสมุด
- เมื่อกำหนดเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไป ก็ต้องทำให้บุคลากรในหน่วยงานทราบวิธีการเข้าใช้งานใน GoogleApps. ซึ่งต้องหารือผู้อำนวยการก่อนว่าจะเอาอย่างไร ส่วนเราก็ทำล่วงหน้าไปก่อน สำหรับผู้ที่อยู่ใกล้เคียง แต่ก็เตรียมเอกสารประกอบการอบรมเอาไว้ และพร้อมที่จะอบรมได้ทันทีที่ได้รับไฟเขียว
- เรื่องต่อไปที่ทำ คือการปรับหน้า website ซึ่งเป็นหน้าหลักของ ศนอ. เช่นเปลี่ยนส่วนหัวใหม่เป็นต้น
- เข้าใช้งานใน website ส่วนตัว โดยเริ่มใช้งานใน User ของตัวเอง เช่นการส่ง e-Mail การใช้งาน Calenda เพื่อบันทึกแผนการทำงาน เป็นต้น
- สิ่งที่จะทำต่อไปคือ
- วางแผนรายละเอียดการอบรม ทั้งในส่วนของบุคลากรภายในหน่วยงาน และการอบรมบุคลากรในภาค
- วางแผนการใช้งานว่า จะเอา GoogleApps.มาใช้ทำอะไรได้บ้าง แล้วเสนอผู้บริหาร ส่วนจะทำหรือไม่อย่างนั้น คงต้องให้ผู้บริหารตัดสินใจ
Google Apps. อีกครั้ง
ระหว่างวันที่ 26-28 ธันวาคม 2550 ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมเพื่อพัฒนา Portal Web ของ สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งได้นำเอา GoogleApps เข้ามาเป็น Application ในการสร้าง Portal Web ของ กศน. ที่จะใช้ชื่อว่า gnfe.nfe.go.th ตามที่มได้ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์มติชน ในการประชุมครั้งนี้ ได้เรียนรู้เรื่อง GoogleApps ไปอีกก้าวหนึ่ง โดยมีเรื่องที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมดังนี้
ดูตัวอย่างที่ http://search.nfe.go.th
ที่สำคัญประการหนึ่ง เราสามารถสร้างหน้า webpage ได้หลาย page ในลักษณะการแสดง Page แบบ Tab และสามารถกำหนดรูปแบบหน้า Page จากรูปแบบสำเร็จที่ igoogle เตรียมไว้ให้ ซึ่งมีหลายรูปแบบที่ช่วยให้แต่ละ page น่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สภาพและปัญหา
วัตถุประสงค์
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับส่งหนังสือราชการ
เป้าหมาย
1 ลดจำนวนกระดาษลง 10%
2 ลดระยะเวลาในการส่งหนังสือราชการลง 1 วัน
3 ลดค่าใช้จ่ายในการส่งไปรษณีย์ลง 10%
4 มีผู้รับรู้ข่าวสารเพิ่มขึ้น 50%
วิธีการ
การใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
กรอบแนวคิด
1 ความต้องการของผู้ใช้งาน โดยผู้ใช้งานจะต้องมีความต้องการจะใช้ ในที่นี้ผู้ใช้งานจะมีบุคคล 2 กลุ่ม คือ เจ้าหน้าที่งานสารบรรณ และ ผู้บริหาร ถ้าเจ้าหน้าที่งานสารบรรณ ไม่อยากนำมาใช้ ที่ต้องใช้เพราะถูกบังคับ ผลที่ตามมาก็คือ ไม่อยากทำแม้ว่าผู้บริหารจะอยากใช้ก็ตาม ขณะเดียวกัน ถ้าผู้บริหารไม่สนใจ ไม่อยากใช้ หรือเฉยๆ คือใช้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้ ก็จะไม่มีผลต่อการพัฒนาเช่นเดียวกัน ซึ่งผู้ใช้นี้ เมื่อมีใจที่จะใช้แล้ว ก็จะส่งผมมาถึงความตั้งใจที่จะเรียนรู้วิธีการใช้งาน ตั้งใจที่จะปฏิบัติงานอย่างจริงใจ และตั้งใจที่จะพัฒนางาน แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วงไป
2 ผู้บันทึกข้อมูล คือผู้ที่จะต้องเนาเอาระบบสารสนเทศ บันทึกเข้าไปในระบบ ซึ่งในที่นี้คือ ผู้รับผิดชอบในการส่งหนังสือราชการ ซึ่งหน่วยงานจะต้องกำหนดว่าเป็นใคร เช่น เจ้าหน้าที่งานสารบรรณ หรือบุคคลที่เป็นเจ้าของเรื่อง ตามความสะดวก แต่ถ้ามีผู้ดำเนินการเพียงจุดเดียว เช่น เจ้าหน้าที่สารบรรณ ก็จะสะดวก และผู้ปฏิบัติงานด้านนี้ ก็จะต้องมีความพร้อมและต้องการที่จะนำเอาระบบนี้มาใช้เช่นเดียวกับกลุ้มผู้ใช้งานในกลุ่มที่ 1 และต้องมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์เป็นอย่างมาก เพราะในระยะแรกๆ ของการปฏิบัติงานจะมีปัญหาและอุปสรรคเป็นอย่างมาก
3 ผู้ดูแลระบบ คือเจ้าหน้าที่งาน ICT ที่ต้องคอยตรวจสอบระบบ และแก้ไขระบบ เมื่อเกิดปัญหา ซึ่งในที่นี้คือ ผู้ดูแลระบบ e-Document และผู้ดูแลระบบ GoogleApps. ซึ่งจะต้องตรวจสอบระบบ ดูแลระบบ และติดต่อกับผู้พัฒนาระบบกรณีที่ระบบมีปัญหาจนไม่สามารถแก้ไขได้เอง และภาระกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่อาจจะต้องดำเนินการด้วยคือคือ แนะนำผู้ใช้งานทั้งกลุ่มที่ 1 และ 2 ให้มีความรู้และความสามารถในการใช้ระบบ
ระบบงาน
<ol>
</ol></strong><p>
ระบบแรก นำเอาระบบ e-Document มาใช้ โดยกำเนินการดังนี้</p><ol>
</ol><p>
ระบบปิด คือการส่งผ่าน e-Mail ของระบบ GoogleApps</p><p>วิธีการและขั้นตอนการดำเนินงาน</p><ol>
</ol>
วันที่ 23 มกราคม ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อน ICT ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ ศนอ. ได้แนวคิดต่างๆ หลายประการ และมีแนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการด้านการติดต่อสื่อสารดังนี้
การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ
สภาพปัจจุบัน
ความพร้อมของระบบ ICT
เมื่อพิจารณาถึงความพร้อมในด้านต่างๆ ก่อนที่จะพัฒนาและใช้งานระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการพบว่า ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความพร้อมในด้านต่างๆ ดังนี้
หลักการ
หลักการที่สำคัญคือเป็นการพัฒนา ICT เพื่อการบริหารจัดการ ผ่านทาง website ในลักษณะ web Application ตามนโยบายของกระทรวง ของสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน และนโยบายของภาค เพื่อให้สามารถนำเอา ICT มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษานอกโรงเรียน และบทบาทของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดในอนาคต ด้วยการพัฒนาบุคลากรเพื่อพัฒนาระบบต่างๆ ที่มีความจำเป็นดังต่อไปนี้
1 ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการนำเอา ICT มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะเรื่อง การติดต่อสื่อสาร โดยมีหลักการที่สำคัญ 3 ประการ คือ สะดวก รวดเร็ว และประหยัด แต่ต้องไม่ละเลยสิ่งที่สำคัญคือ บรรลุตามวัตถุประสงค์ของงาน โดยกระบวนการดำเนินงานจะเป็นไปตามหลักการของการสื่อสาร คือ มีองค์ประกอบด้านต่างๆ คือ
รายละเอียดแต่ละองค์ประกอบและแนวทางการปฏิบัติ
องค์ประกอบ กระบวนการดำเนินงาน
ผู้ส่งสารผู้รับสาร
รายละเอียดการรับหนังสือราชการ
ดำเนินการตามขั้นตอนของงานสารบรรณ (ที่เป็นเอกสารตามปกติ) ของหน่วยงานนั้นๆ
รายละเอียดการส่งหนังสือราชการ
ติดตามผล กรณีที่ไม่มีการตอบรับจากปลายทาง หลังจากส่งไปแล้ว 1 วัน
สาร(หนังสือราชการ)
ช่องทางการสื่อสาร
1 e-Mail (GoogleApps.)
2 e-Document
ดำเนินการทำนองเดียวกับการใช้ e-Mail
การใช้งาน Google Apps. และการประยุกต์ใช้เพื่อการบริหารจัดการในด้านการติดต่อสื่อสาร ในลักษณะ Private Message (บุคคลทั่วไปไม่สามารถเปิดดูข่าวสารหรือข้อมูลที่จัดส่งได้) เพื่อใช้ในการรับและส่งหนังสือราชการ ตามระเบียบงานสารบรรณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งได้ด้านความรวดเร็วและประหยัดงบประมาณในการจัดส่ง
เป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมาย
ขั้นตอนการดำเนินงาน