สวัสดีค่ะคุณเม้ง มีความคิดดีๆมาชวนกันสร้างสรรค์อีกแล้ว ดีค่ะ เพราะความรู้เรื่องสมุนไพรไทยนั้นกระจัดกระจายมาก แถมยังมีชื่อเรียกแตกต่างกันตามถิ่น
คิดว่านอกจากรวบรวมความรู้ แหล่งความรู้แล้ว การส่งเสริมให้นำมาใช้ในชีวิตได้จริงยังต้องการการพัฒนากระบวนการอีกมาก ทั้งเรื่องความคิดหรือทัศนะและวิธีการใช้ หากเราสามารถทำได้ครบวงจร มีความรู้ มีแหล่งพืชสมุนไพร มีผู้ซึ่งมีประสบการณ์แนะนำวิธีใช้ได้ด้อย่างถูกต้องปลอดภัย เราจะประหยัดค่ายาจากต่างประเทศมหาศาลในการซื้อยาที่รักษาโรคธรรมดาๆ เช่นปวดหัว ตัวร้อนเป็นไข้ ท้องเสีย ผื่นคัน ริดสีดวง เบาหวาน ฯลฯ
ตัวอย่างเช่น กระบวนการและแนวทางการสังคายนาความรู้หมอเมืองล้านนา ที่ดร.ยิ่งยง เทาประเสริฐ แห่งม.ราชภัฏเชียงรายทำไว้ น่าชื่นชมและมีคุณค่ามากเลยค่ะ
อ่านบันทึกนี้ทำให้นึกถึงปราชญ์ชาวบ้านท่านหนึ่งที่พี่มีโอกาสได้รู้จักคือ "หมอกุ" อยู่ที่ระยอง ท่านบอกว่าพืชนั้นมีประโยชน์ทุกชนิด เป็นได้ทั้งสมุนไพรรักษาโรค และใช้ในการเกษตร เรื่องของท่านเป็นหนึ่งในเก้ากรณีศึกษาของพี่เพื่อดูกระบวนการบูรณาการความรู้ระหว่างภูมิปัญญาไทยกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ที่มุ่งการพัฒนาในแนวเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน บันทึกนี้ของคุณเม้งเป็นแรงบันดาลใจให้พี่ต้องเขียนเล่าเรื่องนี้ซะแล้วค่ะ