• สวัสดีครับคุณสนอง  คุยดี  ว่าจะจบ มาเจอเรื่อง "ฮาด" เอาอีกหน่อย  อิ  อิ
  • ".."โอ่เฮาโอ่เฮาโอ้เฮาโอ" ลองตีกลองตามจังหวะคำร้อง"
  • ได้จังหวะกลองต่อมาว่า "ป๊ะ  ตึง  ป๊ะ  ตึง  ป๊ะ  ตึง  ตึง" นี่ก็ ฮาด มาแล้วนะครับ เพราะกลองเดิมแล้วใช้รำมะนาอีสาน/ลาว(คนละอย่างกับรำมะนาลำตัดไทย) ตีช้า ๆ ให้คนจ่ายกาพย์ร้องขอแผ่ (บริจาค)ค่าหมื่อค่าขี้เกลือ  ขอกินเหล้าโท  หรือโชว์การเล่านิทานผาแดงนางไอ่  จะได้ร้อง/รับชัด ๆ ฟ้อนใส่เนิบ ๆ กลองรำมะนา ปุง ปุ๊/  ปุง ปุ๊/...
  • เมื่อตีให้เร็วขึ้น(ดังที่วงคาราวานประยุกต์ในเซิ้งอีสาน) "ฮาด" มาเป็น ป๊ะ ตึง ป๊ะ ตึง ป๊ะ ตึง ตึง แล้ว  ฮาด มาใส่คนคิดท่ารำมาจากการทำมาหากิน เช่น  เซิ้งกระติบ  เซิ้งสวิง  นี่ก็ ฮาด ไปอีก
  • หลัง ๆ มา ยุคมีวิทยุ  เห็นเอาทำนองลายแคน  ลำพื้นเมือง  ทางย้อ  ภูไทย  สีพันดอน  คอนสวรรค์ มาลำ บรรเลงประกอบการรำ  ก็เรียกชื่อว่าเซิ้ง...ตามถิ่นที่มาของทำนองลายเพลงอีก  นี่ก็ฮาด ไปอีก
  • ต่อมาเพลงทางแผ่นเสียงดังมา  เช่น รำเต้ย (เบญจมินทร์) สาวคนโก้  สาระวันรำวง  เซิ้งบ้องไฟ (ไวพจน์) เสียงพิณเสียงแคน  เวียงจันทน์เวียงใจ (สมัย  อ่อนวงศ์) ลูกทุ่งพเนจร  ข้าวเหนียวติดมือ  เซิ้งสวิง (พนม  นพพร)  มาจน อีสานบ้านเฮา(เทพพร) สาวจันทร์กั้งโกบ (พรศักดิ์) รักสลายดอกฝ้ายบาน(จินตรา) นี่เป็นการ ฮาด ความหมายจากการเซิ้งโดยกาพย์กลอนเซิ้งบั้งไฟ  นางด้ง  นางแมว  เซิ้งเซียงข้อง..  มาเป็นท่ารำเรียกว่าเซิ้ง ประกอบเพลงเหล่านี้  ตามแต่ละยุคเพลง
  • นี่ก็คือลักษณะการที่ "เซิ้งหมายถึงการฟ้อนรำ ความหมาย มันกลายแล้ว" คือการ "ฮาด" ซึ่งเป็นข้อควรศึกษาจากที่คุณสนองชี้ไว้
  • เซิ้งมีบทร้อง  กับท่ารำสวยงาม  รำอัธยาศัย  การฟ้อนแห่  มันก็อยู่ด้วยกันอย่างนี้  ไหลบ่าฮาดมาอย่างนี้  หรือไม่อย่างไร  เราชาวอีสานแด่นแด้ คุยโสกันไป..  ขอบคุณครับผม