- สวัสดีครับคุณสนอง ขอบคุณมากที่ให้ข้อแลกเปลี่ยนครับ
- บทที่กล่าวว่า "ทิงสองบั้งสังมายังบ่ทันขาด สังมาตะลาดล้มเต็งน้องเนดนอง ฯลฯ..." ซึ่งในบันทึกผมใช้กล่าวนำว่า "พวกองค์ต่าง ๆ แต่งกาพย์เซิ้งเย้ยหยันทหารทางการ" นั้น
- ผมตรวจดูตามต้นฉบับ ในเอกสารที่อ้างถึงเขาเขียนว่า "ความตอนหนึ่งเป็นบทเซิ้งพวกองค์ต่าง ๆ" (เติม วิภาคย์พจนกิจ, 2546: 440) เมื่อผมสรุปมาเขียนในบันทึกนี้ว่าเป็น "กาพย์ซิ้ง" ผมขึงขออนุญาตแก้บันทึกนี้ให้เป็น "บทเซิ้ง" ตามเอกสารอ้างอิงนะครับ
- ทีนี้ก็มาดูว่าทำไมเอกสารอ้างอิง(เติม วิภาคย์พจนกิจ, 2546: 440) จึงใช้คำว่า "บทเซิ้ง" และคุณสนอง ได้แลกเปลี่ยนไว้ว่า "๑. กลอนที่ยกมานี้ เข้าใจว่า เป็นกลอนลำหรือกลอนผญา ไม่ใช่กลอนเซิ้งครับ"
- เมื่อผมพิจารณาโดยไม่คำนึงถึงเอกสารอ้างอิงที่ว่าเป็น บทเซิ้ง แล้ว ก็เห็นตรงกันกับคุณสนองครับ ว่าน่าจะเป็นกลอนลำ ประเภทกลอนลำล่องยาว ถ้าเป็นกลอนเซิ้งจะไม่มีคำมากเท่านี้ (เช่น กาพย์เซิ้งบั้งไฟ เซิ้งแห่นางแมว หรือเพลงเซิ้งอีสาน "แดนอีสานกำลังเดือดฮ้อน มันเป็นย้อนพวกเจ้านายมัน..."ของวงคาราวาน)
ทีนี้เราชาวอีสานก็รู้ความหมายของ เซิ้ง นั้นมิได้หมายถึงบทร้อง แบบ "โอมพุทโธนะโมเป็นเค้า ข้อยสิเว้าเรื่องพญาแถน..." เท่านั้นใช่ไหมครับ เซิ้งก็คือคำเรียกการฟ้อนรำของคนอีสานคนลาวซึ่งมีทั้งเป็นระเบียบตามเอกลักษณ์ดูดี เช่น เซิ้งกระติบข้าว เซิ้งตังหวาย เซิ้งภูไทย และอีกพวกคือเซิ้งตามอัธยาศัย อาจมีฆ้องกลองหรือไม่ก็ได้ เช่น เซิ้ง(มั่ว)หน้าเวทีหมอลำ เซิ้งยกมือฟ้อนดีใจอะไรสักอย่าง แห่ขันหมาก แห่กัณฑ์หลอนยามบุญผะเหวด ก็เรียกว่าเซิ้ง ซึ่งไม่ต้องมีบทร้อง มีเพียงกลองยาว แคน พิณ... ก็เซิ้งม่วนแล้ว
ใช่ครับ..การสื่อสารของกบฏผีบุญนี้มีลักษณะลูกโซ่.. แต่กลอน "ทิงสองบั้ง" นี้เป็นกลอนเฉพาะกิจสำหรับเยาะเย้ย การที่พวกเขาสังหารลูกน้องร้อยตรีหรี่ตายตั้ง 11 ราย (อันนี้อ้างตามเอกสารของ เติม วิภาคย์พจนกิจ มาเลยครับ)ส่วนข้อความลูกโซ่ นั้นน่าจะเป็นลักษณะคำทำนายแบบบันทึกของผมวรรคแรก
ทีนี้ก็มาคิดว่าเมื่อเป็นกลอนลำ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นลำล่องยาว แต่ทำไมคุณเติมจึงเขียนเป็น บทเซิ้ง ผมว่าคงน่าจะเมื่อชนะทหารทางการในสมรภูมิหนองขุหลุ ตระการพืชผลในยกแรกแล้ว ด้วยความดีใจคนลำใส่แคนก็ลำไป ส่วนพลพรรคคนอื่นก็คงโห่ฮาเซิ้งสะใจ เหมือนเราปีบฮายามหมอลำลำเข้าถึงวิญญาณม่วน แม้จะเป็นลำยาวไม่มีจังหวะฟ้อนก็ตาม (ก็ยังฟ้อนในดอกได้)
คงเป็นฟ้อนเซิ้ง ใส่กลอนลำยาวนั่นแล หรือว่ายังไงครับ พวกเราไม่เห็น ไม่ทัน ก็คุยกันไปต่างโสเหล่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่กันฟังนะครับ.