นมัสการพระคุณเจ้า
คำว่าคนชายขอบในภาษาไทย เข้าใจว่าแปลกันมาจากภาษาอังกฤษของคำว่า marginalize คำนี้หมายถึงกลุ่มคนที่อยู่วงนอกของประโยชน์ต่างๆที่คนส่วนใหญ่ได้รับ โดยมีแนวคิดว่ากลุ่มนี้ถูกกดไว้ (oppress ) จากคนที่มีอำนาจกว่า บนฐานของตะวันตกที่มองกลุ่มของชนชั้นกลางกับกลุ่มใช้แรงงานที่ยืนบนฐานเดียวกันหรือแนวระนาบแต่กลุ่มนี้แทบจะตกขอบกระด้งในทุกเรื่องเช่นการศึกษา การรักษาพยาบาลฯลฯ ต่อมามีการนำไปใช้มากขึ้นเช่นระหว่างหญิงและชาย ระหว่างคนผิวสีดำกับคนขาว ระหว่างพวก white collar และ blue collar และบางครั้งก็ตีความขยายหมายถึงกลุ่มที่ขาดโอกาสแม้อยู่ในสถานะเดียวกัน เช่นการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทำให้ได้หรือเสียโอกาสต่างกัน คำว่า คนชายขอบจึงไม่ได้หมายถึงคนในชนบทค่ะ
คำๆนี้จะเหมาะในแนวคิดของตะวันออกของไทยไหม..ดิฉันไม่ค่อยจะแน่ใจนัก เพราะสังคมไทยแต่อดีตไม่ได้มองว่าทุกคนยืนระนาบเดียวกัน มีความเป็นชั้นเชิง ด้วยคุณวุฒิ วัยวุฒิ ลฯ มาแต่แรก และสังคมในอดีตเราไม่มีคนเร่ร่อนไร้ที่อยู่เพราะทุกๆคนก็ล้วนมีที่ทำกินไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง และวิถีตะวันออกที่ไม่มีการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นหรือไปเบียดให้ผู้อื่นตกขอบกระด้งเพราะเกรงบาป แต่มุ่งพัฒนาระดับความสามารถของตัวเอง มีภาวนาเป็นต้น เรามองความเสมอภาคที่ กรรมดี กรรมเลว ในตัวบุคคล และมีเชิงประจักษ์ที่มรณังกันทุกคน
การก่อม๊อบ การเรียกร้องอย่างรุนแรงด้วยการยกประเด็นว่าตนเองเป็นคนชายขอบ เป็นวิถีตะวันตกล้วนๆค่ะ และน่าแปลกใจที่คนมีที่ทำกินเช่นมีไร่ ขับรถอีแต๋น ที่ไม่ทราบคำๆ นี้ แต่ถูกนักจัดตั้งการเรียกร้องนำมาใช้ประโยชน์ ให้เรียกร้องมากกว่า และมากขึ้น สามารถทำได้และเรียกร้องสำเร็จเกือบทุกครั้ง....อาจจะเป็นเพราะว่าการเรียกร้องรุนแรงที่ไม่ใช่วิถีตะวันออก สร้างความตระหนกให้กับคนไทยเมืองไทยจึงมีนักเรียกร้องและนักจัดตั้งการเรียกร้องที่อ้างความเป็นคนชายขอบ เพียงเพราะอยู่ในชนบทเท่านั้น.
.นี่คือสิ่งที่ดิฉันมองเห็นความแตกต่างและการหยิบยก "คำ" ที่มีการเปลี่ยงแปลงของความหมายได้มาใช้ประโยชน์ในรูปแบบของไทยค่ะ
กราบพระอาจารย์ค่ะ...