สวัสดีค่ะ คุณสามัญชน

          ดิฉันกระทำเหมือนที่คิด พูด หรือเขียนเสมอ เพียงแต่องค์ประกอบบางอย่างที่ปรากฎให้เห็นเป็นภาพ ไม่ได้เกิดจากดิฉันเพียงคนเดียว สิ่งที่ดิฉันอยากจะเรียนให้ทราบก็คือ "ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่มันเป็นเสมอไป"

          สำหรับเรื่อง พ.ร.บ. ที่คุณสามัญชน ซึ่งเป็นนิสิตให้ความสนใจ  นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นที่สุด รวมทั้งยังเป็นผู้ใฝ่หาความรู้เพื่อประกอบการคิดและตัดสินใจด้วย นับเป็นการกระทำอันสมกับเป็นนักศึกษาจริงๆ

          ความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ม.ในกำกับ ที่เราควรทราบเพื่อนำมาใคร่ครวญตรึกตรอง แล้วเลือกใช้ ให้ความเห็น หรือบอกต่อนั้น จะมีสองส่วน คือ  หลักการ และวิธีทำ

          หากศึกษาแล้วเห็นว่า หลักการดีมีประโยชน์  ก็ต้องศึกษาต่อว่าคนที่นำหลักการไปใช้  กระทำได้ถูกหลักการหรือไม่ เช่น ถ้าเราศึกษาดูแล้วเห็นว่าหลักการของ มหาวิทยาลัยในกำกับเป็นเรื่องที่ดี  เราก็ต้องศึกษาต่อว่า  การนำหลักการนี้มาใช้ของ มน. โดยการ ร่างเป็น พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยในกำกับ นั้น เป็นไปตามหลักการหรือไม่โดยละเอียด

          ดังนั้น  เราก็จะไม่พลาดเวลาถูกซักว่า คุณคิดรอบคอบหรือยัง  เพราะ "สิ่งที่เราไม่ได้เห็นกับตา  ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีเสมอไป"

          อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ส่งผลกระทบต่อคนและสังคมหมู่มาก  ผู้ที่รับผิดชอบจะต้องทั้งเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นการสื่อสารทางเดียว กับสร้างเวทีประชาพิจารณ์ที่เปิดเผย  เพื่อเป็นการสื่อสารสองทาง เปิดโอกาสให้ประชาคมซักถามและตอบข้อสงสัย  โดยต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง  และอย่างทั่วถึง ไม่ใช่ทำเมื่อหมดเวลาส่งการบ้านแล้ว (ใช่ไหมค่ะ)

          แล้วคำถามต่างๆ ในข้อ 1  2  3 4 ที่คุณสามัญชนยังสงสัย ข้องใจ จะได้มีผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงมาเคลียร์  ดิฉันไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบได้  และอันที่จริง ปัญหาต่างๆ ที่หยิบยกมาไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ร่าง พ.ร.บ.มน. เลย ล้วนเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ซึ่งมีการกระทำแล้วและยังกระทำอยู่ขณะมหาวิทยาลัยยังไม่ออกนอกระบบด้วยซ้ำ  เห็นไหมคะว่า มันไม่เกี่ยวข้องกันเลย  แต่สิ่งที่เกี่ยวกันก็คือ "ประสบการณ์ที่เราได้รับ จะเป็นฐานความเชื่อให้เราคิดและตัดสินใจเรื่องต่างๆ เสมอ"