สวัสดีครับ....แสงปัญญา ครับ คำว่า "พระพุทธเจ้า" เป็นคำที่ใช้กล่าวตอนที่เจ้าชายสิทธถะ ได้ทรงตรัสรู้แล้ว ครับ ไม่ใช้ตอนที่ทรงแสวงหาความรู้ครับ หนึ่ง

สองครับเมื่อเจ้าชายสิทธถะตรัสรู้แล้ว ก่อนออกปฐมเทศนา (เรื่องมัฌชิมาปฏิปทานั้น)ท่านก็บอกว่าสิ่งที่ท่านตรัสรู้นั้นยากยิ่งนัก กว่าที่คนปกติจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ได้ ยกเว้นบุคคลที่มีอินทรีย์แก่กล้าเท่านั้น

เพราะฉะนั้นต้องแยกกันระหว่างความเพียรเพื่อหาความรู้ กับความเพียรเพื่อหาปัญญา ต้องเริ่มจากการรักษาศีล บริจาคทาน เจริญสมาธิ แล้วจึงได้ฌาณ เมื่อได้ฌาณ เพียรต่ออีก ก็จะได้ปัญญา (ฌาณกับปัญญาคนละตัวกันครับ) ถ้าได้ทั้งฌาณและปัญญาก็จะเข้าสู่นิพพานครับ

สาม สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้มีมากเท่าใบไม้ในป่าประดู่ลายครับ แต่สิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนเรา(ธรรม)เป็นเพียงแค่ความรู้เพียงกำมือเดียวครับ

เพราะฉะนั้นการแสวงความรู้จึงมีหลายทางครับ จากภายนอกก็มี จากภายในก็คือการเจริญสมาธิครับ

จึงขอแลกเปลี่ยนกับคุณแสงปัญญาว่า ยังมีเรื่องที่เราไม่รู้อีกเยอะครับ  อย่าเพิ่งฟันธงว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ครับ สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า แล้วไม่ต้องแสวงหาความรู้ครับ แต่ต้องนำความรู้ที่แจ่มแจ้ง(ธรรม) และพุทธะ แปลว่าผู้รู้แจ้งครับ ไม่ต้องหาอีกครับ