ขอโทษอาจารย์ด้วยสติไม่ดีไปโดนซะเพี้ยนเลย
แถมเอาของอาจารย์ใส่ไปด้วย
ขอต่อครับ
(Trait,Self Concept,Motive) ที่ต่างกันบางครั้งในกลุ่มเดียวกันต่างมากๆ
สิ่งที่ผมทำผมใช้หลักธรรมะที่ท่านพุทธทาสว่าไว้คือทำชีวิตให้เป็น "ธรรมชาติ"เวลาขึ้นเวทีพูดหรือสอนผจะจะมีความสุขมากๆ ลืมทุกข์โศรก โรคภัยไปหมด แต่จะไม่หลง
ระหว่างผมจะส่งใจไปที่ทุกคน แบบส่งสัญญานรับส่งกันอยู่ตลอดเวลาน่าดีใจไม่ค่อยมีใครหลับ เพราะผมจะใชใช้หลักธรรมชาติ ที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาแบบ Dynamics ตั้งแต่สอนมาไม่เคยนั่งบรรยาย เพราะเราได้คุมสมาธิสติอยู่ตลอดเวลาที่เคลื่อนไหว
เคยบรรยายเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว 18 ชั่วโมงต่อกันแบบข้ามคืน เสียงแทบหมด ผมจะใช้แบบ Storytelling เมื่อสิบกว่าปีไม่มีตำรานี้ แต่เคยอยู่ชายแดนมานานชาวบ้านชอบใช้กันมาก
เรื่องเล่าส่วนใหญ่เกิดขึ้นจริงแต่จะอิงแนวคิดเสริมเพิ่มความเชื่อมั่นของคน เป็นกรณีศึกษาเป็นเรื่องๆไป แต่บางครั้งต้องให้เขาฉงนแล้วไปค้นคว้า บางครั้งคนฟังถามว่ามีจากทฤษฎีไหน ก็บอกไปว่าถุงกล้วยแขกไงมันอธิบายได้ดีทีเดียว เพราะจะไม่ให้คนฟังเชื่อจากการฟัง การอ่าน การเชื่อ บอกเล่าฯลฯ ให้ยึดหลักปัจจัตตัง การเรียนรู้ด้วยตนเอง
จนบางครั้งผู้ฟังบอกไม่เคยรู้เรื่องนี้มาเลยในชีวิต เช่นบอกว่าเชื่อใหมกองทัพอเมริกันลงไปอยู่ในทะเลทั้งหมด ทั้งคน อาวุธ เครื่องบิน เรือ รถถัง คลังอาวุธ ไม่เว้นแม้แต่สนามบิน
รู้ใหมว่าอนาคตเรือจะไม่มีน่านน้ำสากลต้องถูกควบคุมโดย IMO(International Marinetime Organization)
หรือทราบไหมยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของมหาอำนาจ จะแฝงด้วยมาตราการด้านความมั่นคง จะถูกควบคุมทั้ง Materials,Man,Money,Movement
ทั้งหมดที่ผมนำมาไม่มีเขียนอยู่ในตำราไหนแต่ได้เกิดขึ้นแล้ว และกำลังจะทำให้เป็นจริงภายใต้การวางแผนยุทธศาสตร์แบบ Scenario Technics ที่เขาเชี่ยวชาญ
ขอบคุณอาจารย์ที่ให้ผมแลกเปลี่ยนนะครับผมอาจจะพูดถึงเรื่องใหญ่เกินไปแต่คนอยู่ในแวดวงยุทธศาสตร์ต้องมองกว้างและลึก ไม่งั้นมาสำนึกได้เอาตอนวิกฤตเช่นปี 40 ครับ