ท่านอาจารย์ทั้งสองที่เคารพ ผมขอร่วมด้วยเผอิญในชีวิตการสอนไม่ได้ยึดติดตามตำรามากว่าสิบปี เหตุเพราะคนรับฟังเป็นหลายเพศหลายความคิด หลายจิตหลายใจ แถมยังหลากหลายปัญญา มีตั้งแต่ศาสตราจารย์ไปถึงชาวบ้าน ตั้งแต่รองนายกไปถึงไม่มีตำแหน่ง เรียกว่ามาจากประสบการณ์ชีวิตจริง แต่เสริมแต่งปัญญาด้วยตำราหลากหลาย
ผมพบว่าสิ่งที่ผมเริ่มต้นผมตั้งสติกลับกับของอาจารย์นิดว่าผมมีแต่ความโง่ จึงอยากรู้จากลูกศิษย์จึงใช้ยุทธวิธีงัดแงะ(Tacit Knowledge)ด้วยกุศโลบายภายใต้ความโง่ของผม จะถามจะเปิดประเด็น
สิ่งที่ต้องเตรียมอย่างมากคือใจ ที่ต้องเปิดอยู่ตลอดเวลา แถมจิตยิ่งต้องนิ่งเพราะบางครั้งเราทราบว่าความเป็นน้ำแข็งใต้น้ำที่ใหญ่โตนั้นเราอาจหัวขมำได้(Trait,Self
“ผล” ย่อมเกิดมาจาก “เหตุ” เหตุที่มาของ “การสร้างความเป็นอัจฉริยะ” นั้น คือ น้ำใจ น้ำคำ และน้ำมือ :
น้ำใจ หมายถึง ไฟแห่งความปรารถนาอย่างแรงกล้า อันเป็นไฟกระตุ้นอยู่ในใจอยู่ทุกลมหายใจ อันเป็นไฟแห่ง “คุณค่า” หรือ “ค่านิยม” ที่มีอยู่ในตนเอง ข้อสำคัญของไฟในใจนี้ไม่ใช่ความเครียดหรือการฝืนทำ หรือความพยายามทำแต่อย่างไร แต่เป็นไฟในใจที่ทำอย่างสนุก เพลิดเพลิน มีชีวิตชีวา ตื่นเต้น และทำด้วยใจรัก อันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญร่วมอยู่ด้วย
น้ำคำ หมายถึง ภาษาที่ใช้อยู่ภายในใจ คนเรานั้นมีการสื่อสารอยู่ภายในตนเองอยู่ขณะ ภาษาที่ใช้อยู่ภายในนี้ เป็นได้ในรูปแบบต่าง ๆ หรืออาจจะประกอบขึ้นมาจากหลาย ๆ รูปแบบเข้าด้วยกัน เช่น
· อาจเป็นภาพที่ปรากฏอยู่ภายในใจ (ภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว ขาวดำหรือสี ฯลฯ)
· อาจเป็นเสียงที่ปรากฏอยู่ภายในใจ (ต่างน้ำเสียง ต่างความดัง ต่างทิศทาง ต่างระยะพูดกับตนเอง หรือพูดกับผู้อื่นในใจ ฯลฯ)
· อาจเป็นความรู้สึกต่อการสัมผัสในใจ (การเคลื่อนไหวร่างกายในการกระทำต่าง ๆ การได้กลิ่น การรู้รส และความรู้สึกต่าง ๆ ในใจอันเกิดจากการสัมผัสร่างกายทางใจ ฯลฯ)
ข้อสำคัญ คือ ให้จับตาดูด้วย “สติ” ในทุกลมหายใจว่า ภาษาที่ปรากฏอยู่ภายในนั้นสอดคล้องกับ ความเป็น “อัจฉริยะ” ที่ตนเองกำลังจะสร้างขึ้นใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ถือว่าไปในทางที่ถูกต้องแล้วให้เดินหน้าต่อไป แต่ถ้าพบว่ามีการสื่อสารภายในในทางที่ขัดขวาง หรือทำลายอัจฉริยะ ที่ตนเองมุ่งสร้างอยู่นี้ ก็ให้รีบทำการปรับเปลี่ยนเสียใหม่ ให้เป็นภาษาภายในที่สอดคล้องกับทิศทางแห่งความเป็นอัจฉริยะซึ่งตนเองมุ่งสร้างอยู่นี้
หนทางแห่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสื่อสารในใจตนเองให้ได้ผลโดยเร็วนั้น อาจมีได้หลายวิธี เช่น Psycho-Cybernetics, Neuro-Linguistic Programming, Neuro-Associative Conditioning, ฯลฯ)
น้ำมือ หมายถึง การกระทำหรือลงมือปฏิบัติ การเรียนแค่รู้แล้วไม่นำมาปฏิบัติความรู้นั้นก็ไร้ประโยชน์ และถ้าปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่มีการกระทำความรู้นั้นก็เสื่อมลง ๆ จนถึงขั้น “หมดอายุ” แต่ถ้ามีการกระทำอย่างต่อเนื่องอย่างสร้างสรรค์ ความรู้นั้นก็สามารถเจริญเติบโตเชิง “นวัตกรรม” ได้
ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับ การเรียนรู้นั้นต้องคู่กันกับการกระทำอยู่เสมอ เพราะเมื่อรู้แล้วทำ ก็จะเกิดผลการกระทำ ว่าทำได้ดีเพียงใด ถ้ายังทำไม่ได้ผลดีเป็นที่พึงพอใจก็เท่ากับการเรียนรู้อย่างหนึ่งแล้ว แต่พอครั้งใดที่ทำได้ผลดี เป็นที่พึงพอใจ ก็เป็นเรียนรู้พร้อมกับการเสริมความมั่นใจด้วย ซึ่งจะเป็นเมล็ดพันธุ์สร้างความเจริญงอกงามทางปัญญาต่อ ๆ ไปสู่ความเป็น “อัจฉริยะ” อันต่อเนื่องอย่างไม่มีที่สิ้นสุดครับ