เรื่องวัดพระธรรมกายนั้น ขอแสดงความเห็นดังนี้

วัดเป็นวัตถุ เป็นที่รวมของหมู่ชน เป็นองค์กร ไม่มีความรู้สึกนึกคิด ที่มีความรู้สึกนึกคิดนั้น เกิดจากมนุษย์ที่เข้าวัด อาศัย ไปใช้ประโยชน์จากวัด ไม่ว่าจะเข้าไปในฐานะอะไร เช่นเป็นพระ แม่ชี อุบาสก อุบาสิกา นักท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นวัดพระธรรมกายจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกลุ่มชนที่เข้าวัดนั้น

ในที่นี้ของดแสดงความเห็นเรื่องขององค์กร เพราะผมไม่ได้ไปวัดแห่งนี้นานแล้ว แม้จะเคยเข้าไปเก่าก่อน แต่ปัจจุบันมิได้เกี่ยวข้อง เรื่องการบริจาคนั้น มากน้อยขึ้นอยู่กับศรัทธาของผู้ทำ แต่ต้องพิจารณาดูว่า ศรัทธานั้นถูกสร้างมาจากเรื่องราวอะไร เพราะคนไทยส่วนใหญ่เป็นคนชอบบริจาค ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว และเคารพพระภิกษุสงฆ์ เพราะถือว่าท่านเป็นเนื้อนาบุญ

เราต้องพิจารณาถึง เหตุแห่งการทำบุญ ว่าเงินนั้นนำไปทำอะไร ถ้าจะอธิบายทั้งหมด เป็นเรื่องที่ยาวมาก เพราะต้องเกี่ยวเนื่องกับหลายเหตุผลที่เกี่ยวข้อง

แต่ถ้าจะตอบให้สั้นและตรงจุดนั้น ในวิชาธรรมกาย เราจะรู้ว่า การทำบุญแต่ละครั้งนั้น จะเกิดดวงบุญ เป็นดวงกลมใส ณ ฐานที่ตั้งของใจ ฐานที่ 7 เรียกว่าศูนย์กลางกาย บุญจะมากน้อย วัดกันที่ขนาดของดวงบุญนั้น เมื่อบุญมากถึงเกณฑ์ จะกลั่นเป็นดวงบารมี ซึ่งบารมีนั้น จะแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ บารมี อุปบารมี ปรมัตถบารมี บารมีนั้นจะเป็นเกณฑ์ในการบรรลุธรรมของแต่ละท่าน ตามอธิษฐานที่ตนเองตั้งใจไว้ว้าจะเป็นอะไร เช่น เป็นมหาเสรษฐี เป็นพระปกติสาวก เป็นอสีติสาวก เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้า เป็นต้น

พระเดชพระคุณหลวงพ่อสด ได้เคยเทศนาไว้ว่า บุญที่เกิดจากการปฏิบัติธรรมตามวิชาที่ถูกต้อง ตรงตามที่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ได้ทรงบรรลุนั้น คือการปฏิบัติธรรมจนเข้าถึง รู้ เห็น และเป็นธรรมกาย โดยการเอา เห็น จำ คิด รู้ รวมเรียกว่าใจ ไปไว้ตรงศูนย์กลางกาย จนเกิดเป็นดวงกลมใส เรียกว่าดวงปฐมมรรค แล้วนิ่งไปตรงจุดเล็กใสโตเท่าปลายเข็มกลางดวงใส เรื่อยไป และต่อวิชาไปเรื่อยๆ ตามแนวการปฏิบัติธรรมวิชาธรรมกาย

เมื่อเราเห็นดวงปฐมมรรคนั้น หลวงพ่อกล่าวไว้ว่าได้บุญครอบฟ้า สามารถพาเราหลุดพ้นจากการเกิด แก่ เจ็บตายได้ จะไปสร้างวัดร้อยวัด ก็ไม่สามารถพาเราหลุดพ้นได้

แต่อย่าหลงประเด็น ถ้าคิดว่าอย่างนั้นก็เอาแต่นั่งสมาธิอย่างเดียวก็พอ ความคิดนี้ไม่สมเหตุสมผล เราจำเป็นต้องบำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนาให้ครบรอบ 3 นี้ เป็นวัฏจักร

เพราะฉะนั้นการบริจาคเงินมากน้อย จะได้บุญมากน้อยเพียงใด ต้องดูองค์ประกอบว่าวัตถุที่เราให้บริสุทธิ์ไหม ผู้รับบริสุทธิ์ไหม ทานนั้นเป็นประโยชน์ขนาดไหน ใจของเราบริสุทธิ์ขนาดไหนเวลาทำ ถ้าทุกอย่างบริสุทธิ์ก็ได้บุญมาก

ยังมีรายละเอียดอื่นอีกในเรื่องของบุญ ต้องศึกษาเพิ่มเติม

สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ การให้ธรรมะเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง ธรรมะเป็นทานนั้น คือการสอนคนให้ปฏิบัติธรรมถูกต้อง โดยการวางไปตาม 7 ฐาน และให้ใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย แล้วเห็นดวงปฐมมรรค เรื่อยไปจนเห็นธรรมกายภายในตน จึงจะเรียกว่าธรรมะเป็นทาน ที่เป็นเนื้อเป็นหนังของบุญจริงๆ แบบนี้ ไม่ต้องเสียเงินมาก แต่ได้บุญและบารมีมากกว่าหลายเท่า

ส่วนจะเลือกบุญชนิดใด ให้ท่านใช้โยนิโสมนสิการของท่านตัดสินใจเองเถิด สงสัยอะไรสอบถามเพิ่มเติมได้นะครับ