แม้บทความของ ผอ.จเขียนไปเนิ่นนานแล้ว  แต่ความเป็นจริงยังคงเหลืออยู่ พอที่จะให้นักศึกษาโข่ง แม้ไม่ใช่นักวิชาการ ก็ขอแสดงความคิดเห็นตามแบบฉบับนักศึกษานี่แหละคะ  จากที่ได้อ่านแล้ว ขอเขียนว่า

วิถีชีวิตที่ดีงามแบบไทยๆที่เคยปฏิบัติ เริ่มจะหายากขึ้นแล้ว ความร่มเย็นสงบ อยู่เย็นเป็นสุข กินอิ่มนอนอุ่น แบบวิถีไทยนับวันจะจืดจางหายไป ตามที่ท่านว่าจริงๆ ด้วยเหตุว่าทุกวันนี้ความศิวิไลมันเข้ามา  ทุกคนจึงต้องดิ้นรนมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เหมือนเดิม  ประสาอะไรกับคน  แม้แต่ดินลมฟ้าอากาศยังแปรปรวน นำท่วมในที่ที่ไม่เคยท่วม  ซึนามิ พายุไซโคลนลูกต่างๆ  ข่าววันที่ 15/11/50ไซโคลนซิกถล่มบังคลาเทศ คนเสียชีวิตมาก  แล้วก็ยังมีแผ่นดินไหว ก็คงไม่ใช่เพราะอะไร  ก้เพราะมนุษย์ทำลายธรรมชาติมาก  ไม่แปลกที่ธรรมชาติจะทำลายมนุษย์บ้าง

  และที่กล่าวว่า เห็ดไม่อร่อย แม้แต่ม้ป่ายังหลงฤดูกาล นับประสาอะไรกับคน ธรรมชาติก็ยังผันแปร

และความจริงที่กล่าวมาทั้งหมด  ที่  ผอ .เขียนบทมา คล้ายกับว่า  อย่าเรียนรู้แต่ในวิชาการมากนัก  เพราะชีวิตมันเปลี่ยนไปแล้ว  แต่คนยังหลงทิศอยู่ โดยเฉพาะนักวิชาการทั้งหลาย ไม่ยอมรับรู้ความจริง

เพราะทุกอย่างมันเกิดในชีวิตจริงๆ ไม่มีในหนังสือ มีก็ไม่ทันกิน ไม่ทันการ ไม่เหมาะสม ฉะนั้นหลักสูตรเพื่อชีวิตในชุมชน ต้องเพื่อชุมชน นักวิชาการในชุมชนเป็นคนว่าเอง หรือต้องมีหลักสูตรเสริมหรือสนับสนุน

อย่างไรก็ตามจะว่าอย่างไร ทำก็ทำไปเถอะ  ถ้าทำแล้ว