สวัสดีครับท่านอาจารย์ ดร.แสวง
- เน็ตผมเพิ่งใช้ได้ครับ บังเอิญมีช่างมาแก้ให้หน่วยงานใกล้บ้าน ผมไปพบเข้าโดยบังเอิญ ที่โทรฯเข้าไปแจ้ง เขาบอกว่า คนที่รับโทรศัพท์ ณ สนง.รับแจ้งเขารับแจ้งไว้แบบขอไปที เฮ้อ....แบบนี้มันน่า...ทุกข์...ไหมครับ... (แต่ไม่ทุกข์ครับ)
- ผมเห็นท่านอาจารย์พูดถึงความทุกข์ของเกษตรกรที่ศรีสะเกษ พอดีเข้าทาง และเป็นเรื่องที่ผมตั้งใจไว้ว่าจะขอความรู้และเรียนปรึกษากับท่านอาจารย์เป็นเฉพาะกรณีอยู่แล้ว เพราะผมทราบว่าท่านทำงานเกี่ยวกับเรื่องการจัดการน้ำเป็นวาระแห่งชาติอยู่ แต่ยังไม่ได้จังหวะ พอดีท่านอาจารย์พูดถึงตรงนี้ ก็เลยจะขออนุญาตเกริ่นแบบนิดๆก่อนว่า
- มีเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีที่ใครก็ไม่รู้ไปทุกข์แทนคนอื่นอย่างที่ว่า (แต่ผมมองว่ามีเรื่องอื่นแอบแฝงมากกว่า) ไปทุ่มเทงบประมาณขุดคลองชลประทานในหลายลักษณะในพื้นที่ศรีสะเกษ ซึ่งผมเกิดมาพอจำความได้ก็เห็นแล้ว เรื่องชาวบ้านที่ศรีสะเกษเป็นทุกข์เพราะคลองชลประทาน ที่ไม่เคยมีน้ำในคลองในเวลาที่ควรจะมี มีแต่สร้างความทุกข์ให้ชาวบ้านตรงที่เป็นคลองที่กั้นขวางทางจราจรของวัวควาย ชาวบ้านรับไม่ไหวก็ทุบซีเมนต์เพื่อเปิดทางให้วัวควายเป็นระยะๆ พวกก็ทุ่มงบซ่อมทุกปีเหมือนกัน ก็เลยไม่รู้ว่าใครทุกข์แทนใคร และใครทำเข้าทางใคร แต่ที่แน่ๆ ก็มีคนได้ประโยชน์จากการซ่อมแน่นอน ในขณะที่ชาวบ้านไม่เคยได้ใช้น้ำจากคลองชลประทานแบบที่ว่าเลยแม้แต่หยดเดียวจนทุกวันนี้)
- ความทุกข็ของชาวบ้านอันเกิดจากคลองชลประทานอีกแบบและหนักที่สุดที่ศรึสะเกษ และเป็นเรื่องที่ผมก็จำเป็นต้องเป็นทุกข์ร่วมกับชาวบ้านด้วยก็คือ การที่ใครก็ไม่รู้ขนเครื่องจักรเครื่องไม้เครื่องมือเข้ามาขุดคลองๆๆๆๆๆ ใหญ่ กว้าง และลึกมากขึ้นๆต่อเนื่องกันมาในพื้นที่อำเภอวังหิน(น่าจะที่อื่นด้วยแต่ผมไม่ได้ลงไปหาข้อมูล มีข้อมูลที่ชัดเจนเฉพาะ 2- อำเภอ) โดยมีจุดเรื่มเมื่อสมัยทำอีสานให้เขียว จนปัจจุบันทำให้น้ำใต้ดินที่ชาวบ้านเคยมีใช้รดพืชผักได้ตลอดฤดูแล้งหายไป(ไม่พอใช้ตลอดปีเหมือนเมื่อก่อน) เพราะน้ำในระบบถูกหลักการไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำหายไปเข้าคลองและถูกส่งต่อหายไปกับสายลม แสงแดดและอากาศหมด ชาวบ้านที่ไม่มีที่ทางติดคลองก็เลยเกิดความทุกข์อันเนื่องมาจากการมีน้ำไม่พอใช้ตลอดปีดังเดิมอย่างที่ว่า ซึ่งแถบแถวที่ว่านี้เป็นแหล่งปลูกพริก หอม กระเทียม ที่สำคัญตัวจริงของศรีสะเกษเสียด้วย (อันนี้น่าจะเป็นทุกข์จริงๆนะครับ)
- ที่จริงระบบชลประทานที่ศรีสะเกษ จะต้องแตกต่างไปจากที่อื่นโดยสิ้นเชิง ระบบชลประทานที่เป็นที่ต้องการของเกษตรที่นี่ก็คือ "การชลประทานไฟฟ้า"ต่างหาก ที่จะช่วยพวกเขาได้แบบหลายเด้งเลย กล่าวคือ ชาวบ้านมีน้ำอยู่ใต้ดินแบบเหลือเฟืออยู่แล้ว ต่องการเพียงไฟฟ้าไปดูดน้ำขึ้นมาใช้แทนการใช้เครื่องสูบแบบใช้น้ำมัน ซึ่งจะช่วยให้เขาประหยัดค่าน้ำมัน ประหยัดเวลา ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการผลิตชนิดคนละเรื่องเลย นี่เป็นข้อมูลความต้องการที่มาจากชาวบ้านจริงๆและผมก็เห็นด้วยอย่างไร้ข้อกังขา แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการ กลับไม่เคยใส่ใจ ทั้งๆที่พวกเขาพร้อมที่จะช่วยจ่าย ซึ่งหน่วยงานที่ลงทุนก็น่าจะคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจ เพราะไม่ได้ทำให้ในแบบให้เปล่า
- สำหรับเรื่องน้ำใต้ดินที่ศรีสะเกษ ผมจะย้ำกับเด็กๆรวมทั้งชาวบ้านเสมอๆแบบเป็นเรื่องหลักของโคกเพชรเลยว่า นี่คือความโชคดีอันมีค่ามหาศาลสุดคณานับของคนศรีสะเกษ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของที่นี่ เป็นพื้นที่ที่เทวดาท่านทำระบบชลประทานใต้ดินไว้ให้ใช้อย่างทั่วถึง (ซึ่งหาได้ยากในที่อื่นๆ) ขอเพียงเราใส่ใจและขยันทำกิน รับรองมั่งคั่งแน่นอน มีตัวอย่างให้ดูเยอะ รายละเอียดการปฏิบัติการเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดูได้ที่ และ ที่นี่ ครับ