11 พฤศจิกายน 2550
สวัสดีครับชาว Blog ทุกท่าน
ผมจัดโครงการพัฒนาทุนแห่งความสุข (Human Capital Development Program) ให้แก่บุคลากรของ อ.ต.ก. จำนวนประมาณ 50 คน ซึ่งเป็นหลักสูตร 4 วัน ซึ่งก็ได้มีพิธีปิดไปเมื่อวันศุกร์ที่ 9 ที่ผ่านมา ในพิธีปิดโครงการฯ นั้น ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารระดับสูงของ อ.ต.ก. 3 ท่าน คือ คุณโอวาท อภิบาลภูวนารถ รองผู้อำนวยการ อ.ต.ก. (ธุรกิจการเกษตร) รักษาการแทนในตำแหน่งผู้อำนวยการ อ.ต.ก. คุณนารถฤดี ถนอมพฤฒิกุล รองผู้อำนวยการ อ.ต.ก. (บริหาร) และคุณไสว สุวัตถิกุล รองผู้อำนวยการ อ.ต.ก. (กิจการภูมิภาค) มาร่วมรับฟังการนำเสนอผลงานกลุ่มของผู้เข้ารับการเรียนรู้ในครั้งนี้เพื่อนำไปสู่แผนการนำไปใช้ต่อไป
จากข้อสรุปในเบื้องต้นนั้นได้รับข้อเสนอแนะที่น่าสนใจจากผู้เข้ารับการเรียนรู้ทุกคนว่าหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ดีมากและควรจะต้องมีการทำอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังควรให้โอกาสแก่ทุกคนในองค์กรได้เรียนรู้หลักสูตรนี้ก็จะเกิด Impact ที่ดี และเกิดพลังในการทำงานอย่างมีความสุขร่วมกันอย่างมหาศาลในองค์กร
จากการรับฟังความคิดเห็นของผู้เข้ารับการเรียนรู้ส่วนใหญ่คิดว่าความสุขของการทำงานที่ อ.ต.ก. คือการที่ได้ทำงานที่มีคุณค่าโดยเฉพาะการที่มีส่วนได้ช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเข้ากับแนวคิด P & M นั่นคือ งานที่มีคุณค่า คืองานที่มี
· P = Purpose คือ งานที่มีเป้าหมาย
· M = Meaning คือ งานที่มีความหมายแต่ยังคงมีปัจจัยที่ทำให้การทำงานที่ อ.ต.ก. มีความสุขน้อยลงหรือเป็นความทุกข์นั่นคือ ความสับสนในนโยบายของนักการเมืองซึ่งผมก็ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ 2 ประเด็น คือ
1) นักการเมืองส่วนใหญ่สร้างนโยบายที่เอาใจประชาชนและการมีผลประโยชน์ทับซ้อนโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อผู้อื่นหรือส่วนรวมในทางลบ
2) ข้าราชการบางส่วนทำงานเพื่อเอาใจนักการเมืองก็ทำให้เกิดผลเสียต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในภาพรวมได้เช่นกัน วันนี้ผมอยากให้ท่านลองสำรวจตัวเองดูว่าความสุขในการทำงานของท่านอยู่ในระดับใด (0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 )
จีระ หงส์ลดารมภ์