สวัสดีครับ อาจารย์ยูมิครับ ขอบคุณครับที่มาเยี่ยม ครับ เป็นการสรุปแนวทางการพัฒนาในกระแสโลกครับ เมืองไทยเรายังตกกระแสครับ
เพราะว่าเรื่องที่คุยกันนี้ เป็นยุคข้อมูลข่าวสารแล้วครับ ชาวบ้านตาสีตาสา ไม่ถูกปิดกั้นโดยข่าวสารส่วนใหญ่ จากทีวีอีกแล้ว สื่อที่เป็นโลกาภิวัฒน์ ที่ต้องจับตามองคือ อินเตอร์เนต ครับ จะหาว่าชาวบ้านตกกระแสโลกไม่ได้แล้ว โลกทั้งใบถูกเชื่อมโยงด้วยข่าวสารข้อมูลแล้ว สภาพัฒน์ฯก็รู้ตัวแล้วว่า แผน ๑๑จะออกมาเป็นอย่างไร?
การพัฒนาประเทศ เกือบ ๕๐ ปี(พ.ศ.๒๕๐๔ เป็นต้นมา)เป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ ๑ ปรับจากเศรษฐกิจพื้นบ้าน เป็น การปฏิวัติเขียว เป็นระบบเศรษฐกิจเพื่อการส่งออก มาจนถึงปัจจุบันนี้ ปีหน้ากำลังก้าวสู่เกษตรอุตสาหกรรมแล้ว เรายังฝันหวานอยู่อีก (ระบบของเครือเจริญโภคภัณฑ์) เช่นปลาทับทิม ก็ต้องเป็น GMO ต้องซื้อพันธุ์อย่างเดียว การเลี้ยงก็ต้องพึ่งระบบ นาโน การขยายจะถูกกำหนดราคาแล้วจาก ซีพี หรืออะไรทำนองนี้ ชาวบ้านเป็นได้เพียงเจ้าของที่ดิน และแรงงานราคาถูกอย่างเดียว .......
เหล่านี้กำลังจะบอกว่า เราถูกกำหนดทุกอย่าง แม้แต่เรื่องเงิน แต่เศรษฐกิจพอเพียง น้าเลี่ยมบอกว่า เรากำหนดเอง เราปลูกข้าวแล้วสีกินเอง ไม่ซื้อ (ปลอดภัยเสียอีกเพราะไม่ใช่สารเคมี ยาฆ่าแมลงเลย)ปลูกผักกินเอง มะเขือกินเอง พริกกินเอง หอมกระเทียมกินเอง ที่ต้องรับมาทำเองก็คือน้ำปลา แต่ไม่ซื้อจากข้างนอกชุมชน มีปลาที่เลี้ยงเองไว้กิน ไก่เลี้ยงเองไว้กิน มีสมุนไพร เช่น ฝาง ทำยาแก้ไอ หรือกาฝาก ๑๐๘ แทนยาแก้ปวด เป็นต้น ไม้ยืนต้น ก็มีในป่าชุมชน ทั้งยางนา ไม้แดง มะค่าโม่ง หรือกระท้อน ไม้สัก เป็นต้นทำตัวบ้าน ส่วนอิฐทำเอง เป็นอิฐดินเพื่อลดการโ