สวัสดีครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคำแนะนำดี ๆ ...
หลังจากเริ่มต้นด้วยวิธีการโยนหินถามทางมาสักระยะ และพอที่จะรู้แล้วว่า KM ในสไตล์ของตนเองมีรูปลักษณ์และจังหวะเช่นใดบ้าง ผมจึงกล้าที่จะประกาศจุดยืนในแนวทางของตนเอง
และบัดนี้นิสิตหลายกลุ่มก็เริ่มสนใจและพูดถึงเรื่อง KM กันถี่ขึ้น คงเหลือก็แต่การจัดกระบวนการให้เข้ารูปเข้ารอยเท่านั้นเอง ดังนั้นเวทีนี้จึงย้ำกับนิสิตว่า ต้องเชื่อว่าทุกคนและทุกองค์กรมีความรู้ฝังแน่นอยู่อย่างเต็มล้นเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะค้นพบเครื่องมือในการสกัดความรู้เหล่านั้นหรือปเล่า
ดีงนั้นเครื่องมือที่ผมยกตัวอย่างให้นิสิตทราบเบื้องต้นก็คือ การเล่าเรื่องจากสิ่งที่รู้และเคยปฏิบัติจนสำเร็จมาแล้ว (คราวนี้เน้นเรื่องที่สำเร็จแล้ว) การรับฟังอย่างมีสติ และการไต่ถามอย่างชื่นชม มิใช่ซักฟอกอย่างมีอคติ เพราะสามอย่างนี้สำคัญมาก และเป็นภาวะธรรมชาติที่เราคุ้นชินกันอยู่แล้ว ...
และนั่นคือ การเล่าในสิ่งที่รู้ .. และฟังเพื่อรับรู้ รวมถึงการแสวงหาความรู้ด้วยการถามอย่างบริสุทธิ์ใจ
.....
ตอนนี้ก็ยังถือว่าเพิ่งเริ่มต้น คงอีกนานโขถึงจะบรรลุยกที่ 12 ได้ กระนั้นก็เตือนสติและให้กำลังใจตนเองเสมอว่า "ต้องไม่พลาดโดนน็อคเสียก่อน"
....
ขอบคุณครับ