อืม... น่าสนใจครับ ผมไม่แน่ใจว่าประเด็นไหนที่เป็นการเขียนซ้ำ เขียนซาก นะครับ ตรงนี้ขอห้อยแขวนไว้ก่อนก็แล้วกัน

การที่อารมณ์เป็นแหล่งของพฤติกรรมเป็นส่วนใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่เราควรจะเป็น "นาย" ของอารมณ์ครับ ไม่ใช่อารมณ์ว่าอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น เมื่อไรก็ตามมี discharge มาจากสมองส่วน limbic system กระแสประสาทจะ overtake สัญญานจากส่วน frontal lobe และ pre-frontal lobe ตรงนี้สามารถแก้ไขได้โดยมี "สัมมาสติ" 

เราจะแปลและรับรู้จากเนื้อหาส่วนที่เราได้เท่านั้น เพราะฉะนั้นเวลาเราเล่าอะไรไป ส่วนที่เรา "ละเอาไว้" ไม่ได้เล่า ก็จะไม่อยู่ในกระบวนการรับรู้ของคนฟัง ก็ไม่แปลกอะไรที่เรื่องที่เราเล่า 10 แบบจากเรื่องเดียวกัน คนฟัง 20 คน จะออกมาเป็น 200 เรืือง ทีนี้ถ้าเรา "อยากจะสื่อ" ให้ตรง จะทำอย่างไร ก็เป็นโจทย์ที่ขอทิ้งไว้ ไม่ตัดสินให้ก็แล้วกัน ดีไหมครับ

ถ้าหากวุฒิภาวะทางอารมณ์ของเราพัฒนาดีขึ้น ผมหวังว่าตัวเลขคงจะเปลี่ยนจาก 96% เพราะการเปลี่ยนแปลงนั้นคือการศึกษา ใช่ไหมครับ ถ้าตอนเข้าเรียนมีอยู่เท่าไร 6 ปีต่อมาออกไปเหมือนเดิมทุกประการ เราก็อาจจะ waste ชีวิต อยู่ไปอย่าง idle มาโดยตลอด ฉะนั้นบนวิถีห่งปัจเจกบุคคลนั้น เราน่าจะแผนที่เดินทางที่เราจะเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของเราไปเรื่อยๆ มากกว่าที่จะย่ำอยู่กับที่ ท่องจำ จำได้หมายรู้อยู่เพียงแค่สิ่งเดียว นั่นคงจะเป็นข้อจำกัดทางการศึกษา

รึเปล่า? มั้ง?