สวัสดีน้อง
สวัสดีคุณอริยทัศน์
สวัสดีคุณ![]()
ผมเห็นทุกท่านเขียนแสดงความคิดเห็นในบันทึกนี้แล้วตะลึงครับ เพราะนี่เป็นบันทึกแรกที่มีผู้เขียนความเห็นยาวมากๆ และน่าสนใจในแง่มุมมองความคิดของทุกท่าน
พี่เห็นด้วยกับน้องแอมแปร์ที่พยายามสื่อถึงวัฒนธรรมใน Go to Know ซึ่งเป็นวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ ที่สุภาพ เป็นวิชาการ เคารพสิทธิผู้อื่น ให้ความห่วงใย ให้กำลังใจกัน ช่วยเหลือกัน หรือไปมาหาสู่กัน นี่คือ วิถีชีวิตและความเจริญงอกงาม ตามที่คุณอริยทัศน์ กล่าวไว้ ถูกต้องแล้วครับ ซึ่งต้องเป็นสิ่งที่ดีงามนะครับ (ตามทรรศนะของเจ้าของวัฒนธรรม) เพราะถ้าใครไปชี้ว่าของคุณไม่ดี ไม่งาม ไม่ใช่วัฒนธรรมนะ เลิกเถอะ เห็นถ้าจะไม่ใช่
วัฒนธรรม เป็นเรื่องของแต่ละกลุ่มชน วิถีชีวิตของกลุ่มชนเป็นอย่างไร ก็ต้องปล่อยไปตามวิถีนั้นๆ แต่นั่นแหละครับ เมื่อใดก็ตามที่กลุ่มชนหนึ่ง มีวัฒนธรรมหนึ่งแต่อยู่ท่ามกลางวัฒนธรรมแวดล้อม โอกาสแห่งการถูกกลืน เปลี่ยนแปลงไปก็มีสูง ทั้งถูกบังคับโดยกลุ่มชนที่มีอิทธิพลเหนือกว่า หรือไม่ก็เปลี่ยนไปเพราะเห็นว่า วัฒนธรรมที่ทรงอิทธิพลดีกว่า จึงทำให้กลุ่มชนเกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ทำให้รู้สึกว่า แล้วจะแปลกตรงไหน ถ้าเขาเห็นวัฒนธรรมอื่นดีกว่า อย่างวัยรุ่นกำลังนิยมเกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่ง เด็กๆ คงจะย้อนถามผู้ใหญ่เหมือนกันว่า มัเลวร้ายตรงไหน?
มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยให้ข้อคิดว่า การแนะนำ หรือชี้แนะเขาให้เข้าใจตัวตนที่แท้จริงก็คือการชี้ไปที่วัฒนธรรม ความเป็นมาของวัฒนธรรม ตราบใดที่เขายังเรียกตนเองว่าเป็นกลุ่มชนไหน เช่น คนไทย คนพวน คนลัวะ ไทยใหญ่ฯลฯ สุดแล้วแต่ เราก็หนีความเป็นกลุ่มชนนั้นๆ ไม่ได้ ดังนั้นให้เขาคิดเองว่า อะไรคือสิ่งที่จะรักษาความเป็นกลุ่มชนของเขาไว้ได้ ก็ต้องภูมิใจ และใช้วัฒนธรรมนั้นๆ ในการดำรงชีวิตปัจจุบัน รับวัฒนธรรมอื่นมาใช้ได้ แต่ให้เขารู้จักเลือกว่ามันช่วยเสริมช่วยสร้างความเป็นกลุ่มชนไว้ได้หรือไม่ เป็นต้น
ขอบคุณทุกๆ ท่านอีกครั้งครับ ขอให้อ่านบันึกต่อไปอีกครับ คิดว่าเราน่ามองเห็นภาพอะไรร่วมหรือต่างกันเพื่อความงอกงามทางวิชาการ อันจะเป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษา วัฒนธรรมของพวกเรา และเด็กๆ ก็จะได้แนวทาง แบบอย่างที่ดี กว้างไกลไปด้วย ขอบคุณจริงๆ ครับ