สวัสดีครับ คุณแว้บ
- ความจริง เรื่องนี้ต้องพูดกันยาว คงคาดหวังความเห็นแจ่มๆจากบล็อกลำบาก เพราะบล็อกมีข้อจำกัดค่อนข้างมากในการนำไปอ้างอิง แต่ถ้าจะเป็นประตูไปสู่การคิดต่อ คุยต่อ อันนี้พอใช้ได้ แต่ถ้าจะให้ถึงเนื้อจริงๆต้องค้นคว้ามากๆ ทำวิจัยมากๆ ลงพื้นที่มากๆครับ
- ผมจะเล่าเท่าที่ผมพอจะ (คิดว่า) ตัวเองรู้ละกัน (บางทีผมอาจจะไม่รู้อะไรเลยก็ได้)
- ผมคิดว่า ปัญหาของอาจารย์มหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ที่ไม่รู้วิธีสอน แต่หากเป็นการไม่รู้วิธีแสดงความรักในสิ่งทีตัวเองสอน ความรักต่อตัวนักศึกษา และความเชื่อมโยงของสิ่งต่างๆที่มากไปกว่าชั้นเรียน
- บริบทภูมิหลังของอาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นนักวิทยาศาสตร์ครับ คือไปติดอยู่กับ Science แม้สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ก็ยังต้องอิงกับ Science ซึ่ง Science ในที่นี้มันมีนัยยะของ Physical Science คือมีอคติต่อการใช้อารมณ์ความรู้สึกทุกชนิด
- ผลิตผลของวิทยาการอย่างอาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ จึงไม่ไว้วางใจ และแปลกแยกต่อการแสดงอารมณ์ กลายเป็นหุ่นยนต์กลไก คิดอะไรต้องเป็นระบบ เป็นพวก Fordism อะไรประมาณนั้น
- พอเจอโลกแห่ง "ความจริง" ในการเรียนการสอนที่มีนัยยะสังคมซึ่งต้องเกี่ยวพันกับคนมากมาย ก็เลยไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกอย่างไร แยกเอาไปไว้กันออกไปจากการสอน เด็กก็ไม่สนใจเพราะมันจืดชืด ไร้ชีวิตชีวา ครั้นพอจะดึงเอาความรัก ความสุนทรียเข้ามา ก็ไม่รู้จะจัดวางอย่างไรในวิชา เพราะตัวเองถูกล้างสมองไปแล้ว
- การ "บังคับ" ผู้สอนไปเรียนศึกษาศาสตร์เพิ่มเติมไม่ช่วยอะไรเลยครับ หากศึกษาศาสตร์บ้านเรา ส่วนใหญ่ยังมีฐานคิดแบบแยกส่วนเช่นนี้