อะแอ้ม !
เช็คดูก่อนว่าคอตีบตันขึ้นบ้างหรือปล่าว :)
ที่จริงไม่ได้ซาบซึ้งใจดอก แต่ชักตาร้อนนิดนิด ตอนเห็นอาหารมาวางล่อ แถมโพสท่าชวนเชิญให้ริษยาเสียอีก :)
ต่อไปว่าตามบทดีกว่า...
ศิษย์น้องทุกท่าน
ศิษย์พี่ใหญ่เห็นในความรัก(ในอาหาร)และสามัคคี(ในการกิน)ของเจ้าแล้วอดตื้นตันใจมิได้(ว่าช่างกินอะไรเช่นนี้) สงสัยจะบรรลุวิชาถ่วงท้องขยายพุงสำเร็จเป็นแน่แท้
ที่เคยบอกว่า สองหนู ต.จะกินไม่ค่อยลงนั้น เพราะเหตุว่า ดูจากสภาพอาหารแล้ว
หนูติ๋ว ศิษย์น้องกลาง คงกินมิค่อยลื่นคอเท่าแหนมเนืองหรือหมูยอของโปรด เพราะประเภทอาหารข้ามฟากถิ่นฐานมากไปหน่อย
ส่วนหนูตุ๋ย ศิย์น้องรอง นั้น อาจจะมักคุ้นชอบใจ เพราะเห็นท่าเปิบกับแววตาแล้ว แต่ก็จะหักห้ามใจด้วยมีวินัยบังคับด้วยอาหารยามวิกาล
เว้นแต่หนูแก้มยุ้ย (ศิษย์น้องเล็กที่แก้มคงช้ำไปหมด ด้วยรอยทึ้งอันรักใคร่ของสองศิษย์พี่ ) ท่านเดียวที่มีวิทยายุทธล้ำเลิศในการเขมือบอาหารอิตาเลี่ยน โดยไม่มีอาการเลี่ยนเหมือนชื่ออาหาร...จึงจะสามารถบรรลุได้มากกว่าใครๆ ฮ่า ฮ่า...
ส่วนตกดึก...ความมีวิสัยทัศน์ที่สั่งลาเต้ก็จะทำให้สองท่านถ่างตา รำลึกถึงความหลังที่จะทยอยเข้ามา จนอาหารย่อยสลายหมดพอดี :)