สวัสดีครับพี่บางทราย
- ผมเป็นคนชอบมุมมองที่แตกต่างนะครับ มีเพื่อนบางคนยุให้ผมลองเขียนถึงการจัดงาน KM ในมุมมองเชิงวิพากษ์ดูบ้าง คือไม่เชียร์ใครทั้งสิ้น แต่มองแบบกลางๆ ผมก็บอกเขาไปว่า รอให้งานจบก่อนนะ บางทีวิจารณ์เขาก็เสียกำลังใจ อุตสาห์ตั้งใจทำงาน ผมก็ชื่นชมในความอุตสาหะ เอาเป็นว่า นี่เป็นผมคิดของผม ตามสไตล์ของผมละกัน บางคนที่คลั่งไคล้ชุมชนออนไลน์แบบนี้ อาจจะเขม่นผมก็ได้ ยังไงก็เพลาๆมือหน่อยละกันนะครับ
- ผมวิเคราะห์เล่นๆว่า ทำไม KM ออนไลน์มันถึงเป็นกระแสแรงของพวกเรา ในขณะที่ชาวบ้านในชนบท ผมเชื่อว่าจะปลุกกระแสให้ตายยังไง พวกเขาก็ไม่มีทางจะวางแก้วน้ำชา มาสนทนาออนไลน์กันง่ายๆ และผมคิดว่า KM ก็ไม่ควรจะถูกสร้างให้มีมาตรฐานเดียวและยกย่องเชิดชูว่าโก้หรูอย่างนั้น คำถามก็คือ เป็นไปได้ไหมว่า เพราะเราเข้าไม่ถึง ชุมชนแบบชาวบ้านร้านตลาด ชนชั้นกลาง รวมถึงเด็กๆ น้องๆนักศึกษาที่เกิดและเติบโตมาในเมือง จึงเชื่อมั่นว่า"ชุมชนเสมือนจริง" อย่างนี้แหละ ที่จ๊าบ และสะท้อนความอินเทรนด์ หรือความหมาย อัตลักษณ์อะไรต่อมิอะไรที่รู้สึกว่า ตัวตนของเรามีค่า
- ไม่ปฏิเสธครับว่าชุมชนออนไลน์มีค่าในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หากแต่เมื่อมองในแง่จิตวิทยา เป็นไปได้ไหมว่า "หรือจริงๆ แล้ว ชนชั้นกลางที่หมกมุ่นอยู่กับการบริโภคและเทคโนโลยีอย่างเราๆนี่แหละ ข้างในจิตใจมีแต่ความหวาดหวั่น ความวิตกต่างๆนานา เปลี่ยวเหงา แปลกแยกจากงานและสังคมที่เราอยู่ จนต้องสร้างพื้นที่ที่จะเป็นชุมชนที่จะสื่อสาร และเกิดการยอมรับกันขึ้น"
- ผมคิดว่า ชุมชนออนไลน์ ก็เป็นชุมชนที่น่าสนใจนะครับ แต่ผมไม่เคยคิดจะตกหลุมรักมันเลย เพราะมันไม่มีทางจะแทนกลิ่นไอชุมชนที่เกาะเกี่ยวกันเป็นท้องถิ่นที่มีประวัติศาสตร์การต่อสู้ มีความใสซื่อไร้เดียงสาของเด็กบ้านป่า มีความทรงจำที่เขียนออกมาไม่ได้ของคนชรา มีความเกรงกลัวผีจากการใช้ดิน น้ำ ป่า และสายใยที่ผูกพันกันในวิถีประเพณีที่ตกทอดกันมาหลายชัวอายุคนไปได้
- ผมจึงอยากเตือนให้นักศึกษาที่สนใจงานพัฒนาชุมชน ต้องตระหนักจุดนี้ให้มาก และหาเวลาสัมผัสพื้นดินจริงๆ เข้าไปเรียนรู้จากชุมชนท้องถิ่นในชนบทจริงๆให้เยอะเท่าที่จะทำได้
- ส่วนตัวผมไม่ชอบงานสมาคมเท่าไรนักครับ เพราะผมคิดว่ามันต้องสร้าง "เปลือก" หลายชั้น และมักจะทำให้ใจว้าวุ่นจากการถูกเปรียบเทียบ ทั้งนี้ KM ตามแบบที่ผมมอง น่าจะยิ่งทำ ยิ่งเรียบง่าย ยิ่งลดอัตตาตัวเองลง ยิ่งสงบ ยิ่งสื่อสารกันด้วยคำพูดน้อยลง แต่สัมผัสทางจิตวิญญาณอย่างลุ่มลึกมากขึ้น
- ไม่จำเป็นต้องให้กำลังใจกันมากมาย จนอาจจะทำให้กลายเป็นกำลังใจแบบพึ่งพิง และไม่ "พอเพียง" เพราะกำลังใจที่แท้จริงและยั่งยืน น่าจะสร้างจากภายในตัวเราเอง หากแต่ถ้อยคำติติงจากมิตรแท้ โดยไม่กลัวจะสูญเสียความรักต่างหาก ที่จะช่วยให้การแลกเปลี่ยนเกิดปัญญาที่แท้ได้
- ผมชอบเก็บตัวอยู่ในชุมชนเล็กๆมากกว่า ความเห็นที่สะท้อนออกไป ก็ด้วยเจตนาดีที่จะเห็น G2K มีการพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ หากรบกวนความรู้สึกมิตรสหาย ต้องขออภัยด้วยนะครับ