สวัสดีครับ อาจารย์ปัทมาวดี  พี่บางทราย และน้องแว้บ

  •        ผมก็ได้อานิสงฆ์จากการเข้าไปอ่านบันทึกของอาจารย์ แล้วนำมาคิดต่อยอดอีกนิดหน่อย อันนี้ก็ต้องขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยกระตุ้นต่อมความคิดเช่นกันนะครับ 
  •        เรื่องนี้คุยกันมานานแล้วครับ นานอย่างมีประวัติศาสตร์ในตัวของมัน น่าจะมีคนศึกษาเรื่องนี้บ้าง อาจารย์ปัทมาวดีอาจจะยุให้นักศึกษาทำรายงานเรื่องนี้บ้างก็ไม่เลวนะครับ
  •         จริงๆ ผมเองได้รับการติดต่อจากโครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มธ. ให้ไปเสนอบทความในงานประชุมประเพณีประจำปีนี้ ก็กะว่าจะพูดถึงการลดช่องว่างอย่างนี้อยู่ แต่เผอิญมีงานประชุมชนกันที่ไบเทค และผมต้องดูแลเด็กๆที่เดินทางไปด้วย ก็เลยไม่สามารถไปเสนอบทความที่ธรรมศาสตร์ได้ มิเช่นนั้น ก็อาจจะพูดถึงประสบการณ์ของตนเองในการใช้แนวคิดเฟมินิสต์ในแบบที่ติดดินได้มากขึ้น แต่ไม่แน่ว่า ปีหน้าไปอาจจะนำเสนอก็ได้ (แต่ก็จะลงในบล็อกไว้ด้วย)
  • จริงครับพี่บางทราย ที่ภาพรวมสังคมไทยให้ราคาลมปากนักวิชาการมากกว่าคนทำงานพัฒนาจากรากหญ้า แม้ลมปากนั้นจะเหม็นสุดจะทน คนก็ยังยกย่อง เฮ้อ!!!
  • ผมไปพบในหลายเวทีวิชาการ ที่ผู้วิจารณ์ฟาดฟันผู้นำเสนอบทความอย่าง "เลือดเย็น" และผมมองเห็นว่าครั้งหนึ่ง ผมเองก็เคยเป็นผู้อำมหิตอย่างนั้น ผมไม่คิดว่า นั่นจะเป็นวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันที่ดีสำหรับสังคมบ้านเรานะครับ และผมเองรู้สึกเสียใจทุกที ที่นึกถึง "แส้แห่งวิชาการ" ที่เคยใช้โบยตีผู้อื่น สิ่งที่ตัวเอง บันทึกนี้ อาจจะเป็นการไถ่โทษที่ผมเคยไปฟาดฟันผู้คนในวงวิชาการ ด้วยแนวคิดทฤษฏีและวาทศิลป์มาก่อน
  • ผมก็แค่เป็นคนช่างสังเกตครับ จริงๆแล้วผมเชื่อว่ามีนักคิดอีกเยอะที่สามารถคุยเรื่องนี้ได้อย่างแตกฉาน หากน้องแว้บสนใจสามารถไปดูตามร้านหนังสือ หรือค้นคว้าเพิ่มเติมได้ แล้วนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ