ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ดร.สวัสดิ์ ที่สื่อสารออกมาได้ตรงและชัดมากเลยครับ แต่ไม่ว่าเราจะสื่อสารออกมาอย่างไร ตัวภาษาเองก็ยังมีข้อจำกัดนะครับ เหมือนกับที่ ดร.สวัสดิ์ พูดเรื่องการตีความ หรือที่พูดกับ ดร. ปรอง เรื่องความหมายของคำว่า “Discipline” ว่าเป็น วินัย หรือ สาวก นั่นแหละครับ สำหรับประเด็นที่ ดร.สวัสดิ์ Comment ผมขอนำบางประเด็นมาคุยต่อดังนี้ครับ (ตัวหนังสือสีแดงเป็นคำของ ดร.สวัสดิ์)

(1) ทั้ง structure และ actor ต่างมีอิทธิพล  ต่อกันและกัน ...."โครงสร้างมีอิทธิพลต่อคุณลักษณะของตัวแสดง  ขณะเดียวกัน ตัวแสดงก็มีอิทธิพลต่อโครงสร้างด้วย"  ....เยี่ยมมากครับ โดนใจจริงๆ เพราะผมเชื่อในสิ่งนี้มาโดยตลอด ผมใช้คำว่า เชื่อ นะครับ เพราะว่าผมเชื่อเช่นนั้นจริงๆ แต่ก็เป็นเพียง ความเชื่อ ของผม ผมไม่ได้บอกว่าเป็น ความจริง นะครับ การแบ่งปัน การสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ผมมองว่าต้องมาจากทั้ง ภายใน และ ภายนอก ครับ ปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็น ระบบ หรือ โครงสร้าง มีผลทำให้เกิด การแบ่งปัน การสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ได้ด้วยครับ ผมไม่ได้มองที่คน หรือ Actor อย่างเดียวหรอกครับ

(2) ในความเห็นของผม ผมสันนิษฐานว่า  ทฤษฎีหรือข้อสรุปเช่นนี้  น่าจะอยู่บนข้อตกลงเบื้องต้นว่า "สังคมประกอบด้วยปุถุชนเท่านั้น"  ซึ่งไม่น่าจะเป็นข้อสมมุติที่เพ้อฝันเกินไป  เพราะสังคมโลกเรา  ก็ประกอบด้วยปุถุชนเสียเป็นส่วนใหญ่ .....ใช่อีกแล้วครับ ตรงกับ ความเชื่อของผมที่ว่า สังคม (ชุมชน กลุ่มคน) หามีจริงไม่ ปัจเจกเท่านั้นที่มีอยู่จริง หากเรามองดูกลุ่มคนเราจะพบว่าเมื่อคนทั้งหลายเดินแยกย้ายกันไป กลุ่มคนก็หายไปด้วย ฟังคุ้นๆ  ไหมครับ ....ผมจำมาจากหนังสือ osho ไม่ใช่คำพูดของผมเองหรอกครับ เป็นเรื่อง ความจำ แล้วนำมาพูดต่อ ...ก้อเท่านั้นเองครับ ไม่ใช่ ความจริง อีกเช่นกัน

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
(3) ผมร่ายมาเสียยืดยาว… ถือเสียว่า  เป็นการเล่านิทานให้ฟังก็แล้วกันนะครับ  แต่ที่ต้องนำนิทานเรื่องยาวมาประกอบไว้ที่นี้  เพราะผมกำลัง “กล่าวหา” อาจารย์ประพนธ์ ที่ผมเคารพหนะสิครับ  จึงต้องหาข้อสนับสนุนข้อกล่าวหาให้มากที่สุด  ไม่งั้นผมต้องเจอข้อหา “ทึกทักเอาเอง” เสียเอง ….ผมเคยฟังอภิปายในสภาผู้แทนฯ เวลาผู้แทนคนใดพูดว่า ด้วยความเคารพ (พูดชื่อท่านนั้นท่านนี้) …. ลองฟังให้ดีซิครับ เพราะคำพูดหลังจากนั้น มักจะเป็นการด่าหรือต่อว่าซะเป็นส่วนใหญ่ ตกลงที่พูดว่า ด้วยความเคารพ นั้น เป็นแค่คำที่ทำให้ตายใจเท่านั้นครับ ….พอ ดร.สวัสคิ์ ใช้คำๆ คำนั้น ผมจึงรู้สึกเสียวไปก่อน ทั้งๆ ที่จริงแล้วก็ไม่มีอะไรที่ร้ายแรงขนาดนั้น ทำให้ผมเห็นอิทธิพลของสิ่งที่เรียกว่า สัญญา(จำได้หมายรู้) ขึ้นมาทันที</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">(4) คงจะพอเห็นเหตุผลแล้วนะครับว่า  ทำไมผมจึงกล่าวหาว่า  “การตกผลึก” จากการบรรยายวันนั้นเป็นการตกผลึกที่ไม่รอบด้าน  หรือเป็นการตกผลึกภายใต้ข้อสมมุติที่ว่า  “คนส่วนใหญ่เป็นอริยชน” ครับ  ….ไม่ใช่ข้อสมมติฐานที่ผมใช้หรอกครับ ข้อสมมติฐานที่ผมใช้ก็คือ คนส่วนใหญ่ไม่ใช่อริยชน ด้วยเหตุผลนี้จึงต้องมี การจัดการ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ต้องเป็น การจัดการแบบไม่จัดการ นะครับ เป็นการจัดการที่ทำให้คนรู้และรักที่จะ แบ่งปัน รู้จักที่จะ สร้างสรรค์ คือไม่ใช่เอาแต่ฝัน แต่ต้อง มุ่งมั่นที่จะทำ จึงจะเกิด นวัตกรรม ขึ้นมาได้ การจัดการที่ว่านี้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงทั้งสิ่งที่เป็น ปัจจัยภายใน และ ปัจจัยภายนอก ด้วยเสมอ เหมือนกับที่พูดไว้ในข้อแรก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
(5) เรื่องวิชาการนี้ก็แปลกนะครับอาจารย์  เวลาที่ “ผู้รู้” ไปบรรยายที่ไหนนี่  “รัศมีแห่งภูมิปัญญา” มันกลบไปทั้งห้องบรรยายเลย  ผู้ฟังแทบจะเชื่อสิ่งที่ “ผู้รู้” ท่านนั้นจะบรรยาย  ตั้งกะยังไม่ได้ฟังการบรรยายเลยก็ว่าได้ …แสดงว่าผู้ที่ฟังเป็นพวกที่ใช้  ศรัทธานำ แต่ถ้าสามารถไปจบลงที่ ปัญญา ได้ ก็ O.K. นะครับ ที่อันตรายคือเริ่มด้วยศรัทธาและก็ไปจบที่ศรัทธาเราเรียกพวกนี้ว่า งมงาย หรือพวกที่เชื่อง่ายและไร้ปัญญาครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">(6) ผมเป็นห่วงผู้ฟังมากว่าว่าจะมีผู้ใดที่จิตกล้าแข็งพอที่จะลุกขึ้นมาอภิปรายหรือเปล่า?”  การตกผลึกจึงอาจไม่ใช่การตกผลึกที่มาจากการไตร่ตรองของผู้ฟังจริง ๆ แต่เป็นการตกผลึกที่มาจากปัญญา” บารมีของผู้บรรยาย  ก็เป็นได้ครับ ….ที่ผมใช้คำพูดว่า ตกผลึก นั้น ผมหมายถึงตัวผมเอง ตกผลึก หลังจากที่มีการพูดคุยกันกับคนหลายคน หลังจากที่ได้ไปบรรยายมา (5 มิ.ย.) ครับ ผมเองไม่รู้หรอกครับว่า แต่ละคน ตกผลึก อะไร ผมเพียงแต่ได้คำสามคำดังที่นำมาแชร์ไว้ในบันทึกนี้ครับ</p>
(7) อย่างไรเสีย…ผมก็อยากให้มีการอภิปรายในข้อโต้แย้งของผมมากกว่าข้อโต้แย้งหลังครับ…เพื่อเป็นการ  “เกื้อกูลกันทางความรู้” แลกเปลี่ยนความเห็นต่างในกลุ่มแฟนคลับของอาจารย์ฯ ครับ…(คนเห็นต่างก็อยากเป็นแฟนคลับนะครับ)
….แฟนคลับที่ดีต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง ต้องกล้าที่จะแย้ง ต้องกล้าที่จะเห็นแตกต่าง ไม่ใช่เอาแต่เออออ ห่อหมกตลอดเวลา (ทำไมต้องเป็น ห่อหมก ด้วย?) ….ผมมองเห็นความปรารถนาดีของ ดร.สวัสดิ์ จึงนำประเด็นต่างๆ เหล่านี้มาพูดคุยต่อ เพื่อความ คมชัด ครับ ไม่ได้มีเจตนาจะต่อปากต่อคำแต่ประการใด ผมเองก็ได้เรียนรู้มากมายจากบทสนทนานี้ …ขอบคุณครับ