สวัสดีครับ
ผมถือว่า "บทเรียนที่ท่านถอดออกมานั้น" เป็นสุดยอดบทเรียนแห่งปีอีกบันทึกหนึ่งของผมเลยทีเดียว
กิจกรรมสร้างคนเสมอ... เรื่องเล่าของคุณยอดดอย เป็นเครื่องชี้ชัดและการันตีได้อย่างดีเยี่ยม
การเคลื่อนตัว หรือรวมกลุ่มของนิสิตนักศึกษา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเคลื่อนไหวไปตามภาวะของสังคม ซึ่งหมายถึงเกิดขึ้นมาตามแรงเร้าและแรงขับทางสังคม, จากนั้นก็หายลับไปตามปรากฏการณ์ที่แตกดับไปของปัญหา
ลักาณะเช่นนี้ไม่แปลก แต่น่าสนใจและควรค่าต่อการหยิบมาศึกษาเป็นอย่างมาก ดีกว่าหลายองค์กรที่เกิดและแช่อยู่ในระบบเป็น "พันปี" แต่ไม่เคยทำกิจกรรมที่สอดรับกับความเคลื่อนไหวในทางสังคม ...
ผมเป็นอีกคนที่พยายามอย่างเหลือทนในการหนีไปจากขนบวัฒนธรรมทางกิจกรรม ... ในสมัยที่เป็นนิสิตก็พาน้องใหม่ไปพัฒนาเทศบาล, จัดโครงการดินน้ำป่าอีสานเพื่อสะท้อนปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมของชาวมหาสารคาม, ทำผ้าป่าอาหารสัตว์ ... และอื่น ๆ
โดยส่วนตัวผมมองว่าทุกวันนี้นิสิตนักศึกษาทำกิจกรรมในเรื่อง "สิ่งแวดล้อม" กันน้อยมาก ทั้งที่ยุคสมัยนี้มีแหล่งทุนจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะสนับสนุน แต่กลับกลายเป็นว่านิสิตมุ่งความสนใจไปในเรื่องอื่น ๆ อย่างน่าเสียดาย
ที่ มมส ปีนี้, เรากำลังมุ่งไปในด้านวิถีวัฒนธรรมและศิลปะแขนงต่าง ๆ ... เพื่อชีhให้เห็นความงามของความเป็นมนุษย์ และสะท้อนให้เห็นความพอเพียงที่ควรจะเป็นในสังคม ...
....
ขอบคุณเรื่องเล่าดี ๆ ที่ถอดบทเรียนออกมาอย่างทรงคุณค่า
ผมชื่นชมและให้ความเคารพต่อ "นาฏกรรม" ที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาล .... และขออนุญาตที่จะนำไป "ต่อยอด" บอกเล่าให้กับผู้นำนิสิตได้รับรู้บ้างนะครับ
ขอบคุณอีกครั้ง ครับ !