การไปสร้างระบบกำกับเชิงนโยบายเพื่อบรรลุผลในอีกแนวทางหนึ่ง อย่างที่ผมนำมาบันทึก ถ่ายทอด รายงาน สะท้อนประเด็นแนวคิด เพื่อก่อเกิดความเคลื่อนไหวต่างๆ สืบเนื่องกันไปให้เกิดผลดีมากยิ่งๆขึ้นนี้ ก็เห็นความสำคัญมากอย่างยิ่งครับ แต่ธรรมชาติขององค์ประกอบการสร้างสรรค์สุขภาวะเศรษฐกิจสังคมในมิตินี้ และด้วยกระบวนการอย่างนี้ มีมิติการหยั่งลึกในเชิงวัฒนธรรม การศึกษา และการพัฒนาทางวิทยาการ ซึ่งนอกจากจะก่อเกิดผลให้เห็นได้ช้าแล้ว ก็เป็นองค์ประกอบที่การส่งผลดีอันแท้จริง จะไม่สามารถเห็นได้จากผลระยะใกล้และจำเพาะส่วนลำพังแต่ในตนเอง แต่จะเป็นจุดบูรณาการหลอมรวมระบบวิธีคิด องค์รวมของโลกทัศน์และชีวทัศน์ สะท้อนสิติปัญญาและความเข้าใจบนความถ่องแท้แก่ตนเองในระยะยาวซึ่งยึดโยงกับสิ่งที่เรียนรู้และผ่านเข้ามาในชีวิตหลายด้าน การเข้าใจและเห็นร่วมกันได้ จึงต้องอาศัยการสื่อสาร สร้างความรู้เชิงลึก สร้างจินตนาการ และสร้างความเข้าใจร่วมกันสูง พูดภาษาศิลปะสุนทรียปัญญาและภาษาของการสร้างชุมชนสุนทรียปัญญากรในแนวทางของผมก็คือ เครื่องมือการระดมความคิด ประชุม วิจัย สำรวจวิทยาการและความรู้ทั่วทั้งโลก หรือวิธีจัดการความรู้แบบทั่วไปของสังคม จะใช้ได้เพียงสร้างเหตุผลและวางแผนการตัดสินใจ เท่านั้น ไม่สามารถเห็นพหุปัญญาสะท้อนภูมิชีวิต หยั่งถึงธรรมชาติของชีวิต ยึดโยงกับองค์ประกอบชีวิตและมิติจิตวิญญาณในธรรมชาติของศิลปะและสุนทรียปัญญา ไม่ได้ครับ

การเรียนรู้สร้างพหุปัญญาแบบข้ามธรรมชาติกันและกัน เป็นเรื่องคิดเอาด้วยความรู้และระบบการตกลงกันด้วยเหตุผล ผมนำเอางานของปราชญ์ ครูอาจารย์ คนเก่าคนแก่ และหลายหน่วยงานที่สำคัญของประเทศ (รวมทั้งของโลกด้วย) หลายท่านมาเป็นหัวข้อการศึกษาของชุมชนปัญญาปฏิบัติต่างๆ ไปด้วยเสมอครับ ไม่มีสูตรสำเร็จ เลยก็ต้องหาทางเข้าใจ เห็นปัญญาเชิงปฏิบัติการที่อยู่ในความเป็นจริงของสังคม ให้ครบถ้วนที่สุดครับ จึงก่อนนี้ก็ต้องพากันทำและดูให้รอบด้านก่อน ยกระดับไปตามสิ่งที่พอกำกับให้อยู่มือได้จากการศึกษารวบรวมและตรวจสอบกับปัญญาปฏิบัติ ไปด้วยอยู่เสมอ

ปัจจุบัน สิ่งที่ท่าน ‘sr’ ร่วมสะท้อนคิด สนทนาแลกเปลี่ยน และหยิบยกมากล่าวถึงด้วยเล็งเห็นความสำคัญ จึงพอจะทำให้ได้ในอีกแนวทางหนึ่งอย่างที่ผมกล่าวถึง ได้มากขึ้นครับ จึงเห็นด้วยและเก็บไว้เป็นข้อมูลพัฒนาการคิดการทำงานต่างๆต่อไปครับ