ผมขอใช้ ‘เวชศิลปกรรมสุขภาพและการสาธารณสุข’ เพื่อกล่าวถึงชุดมโนทัศน์ ‘Thai Health Arts’ อย่างชั่วคราวนะครับ แล้วก็ขอนำเอาคำว่า ‘มิติสุนทรียปัญญา’ เพื่อกล่าวถึงองค์ประกอบของ ‘ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์’ Arts-Science Culture for Cummulative Evolution ที่สะท้อนยึดโยงอยู่กับศิลปะและวิทยาการทุกแขนง ซึ่งครอบคลุมทั้งขอบข่ายกระจายตัวความกว้างขวางของสรรพวิทยาการ และหยั่งสะท้อนเชิงลึกลงไปถึงฐานรากทางวัฒนธรรมและวิถีปฏิบัติ ระดับจิตวิญญาณและความร่วมกันของชีวิตจิตใจและองค์ประกอบอารมณ์ความรู้สึกของมวลมนุษย์ ห่อหุ้มกว้างใหญ่และแผ่กำซาบทั่วไปในจักรวาลแห่งชีวิตและสิ่งแสดงการดำรงอยู่จริงของมนุษยชาติ

กับอีกชุดมโนทัศน์เชิงบูรณาการอีกชุดหนึ่ง ‘มิติสุนทรียพลานามัย’ สุนทรียปัญญา + สุขภาวะคุณภาพแห่งชีวิต อายุ วรรณะ สุขะ พละ สุขภาพ สังคมสิ่งแวดล้อม ที่ซึ่ง ศิลปะ สื่อ กระบวนการทางการศึกษา ปัญญาปฏิบัติในชีวิต และองค์ประกอบ ‘มิติสุนทรียปัญญา’ ในวิทยาการและเทคโนโลยี ตลอดจนกระบวนการทางสังคมวัฒนธรรม ปฏิสัมพันธ์จากขั้วจุดหมายประโยชน์สุขหลากหลายแตกต่างกันไป มีระบบเชื่อมประสานกันให้เข้ามาเป็นพหุปัจจัยสร้างเสริมเกื้อหนุนกันได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง ก่อเกิดระบบผสานยึดโยงกันสู่ฐานชีวิตและภูมิชีวิตอันเป็นธรรมชาติพื้นฐานของมวลมนุษย์ไม่จำกัดความแตกต่าง ดังเช่น สุขภาพ การศึกษาเรียนรู้ ส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายกันและกันของแต่ละด้าน พร้อมกับยกระดับเป็นองค์ประกอบหนึ่งทางสุขภาพและเป็นมิติหนึ่งทางสุขภาพในธรรมชาติชีวิตความงอกงามของมนุษย์ทุกกลุ่มวัย ตลอดห้วงชีวิต พัฒนาชุดแนวคิดและชุดมโนทัศน์ความสัมพันธ์เชิงระบบพหุปัญญาจากพหุมิติและพหุภาคส่วนนี้ เป็น ‘สุนทรียพลานามัย’ WHA - Wellbeing Healthy Asethetic ศิลปะสุนทรียพลานามัย WHA - Wellbeing Healthy Asethetic Creation และสุนทรียปัญญากร WAC Artist เพื่อสร้างวงจรปฏิบัติการศึกษา พัฒนาการวิจัย ระบุ จำแนก สร้างความรู้สั่งสม และเสริมการก่อเกิดในมิติดังกล่าวนี้ ให้เห็นความแตกต่างจากระนาบลดทอนให้เหมือนกันดดยรวมแบบทั่วไป และสามารถเห็นพัฒนาการความงอกงาม สะท้อนเชื่อมโยงกับพลวัตหลายด้านของสังคม บนความรู้ความเข้าใจอย่างใหม่ สามารถอ่านปรากฏการณ์และเห็นแนวปฏิบัติต่างๆ อย่างใหม่

ชุดเครื่องมือเชิงปฏิบัติการ (ในทุกขอบเขตของแนวคิด แนวปฏิบัติ และทุกระดับ ยึดโยงการสะท้อนขึ้นจากฐานราก) เหล่านี้ จะช่วยให้สามารถเห็นอีกหลายมิติของปรากฏการณ์ทางสังคมที่ขาดหายไป เพื่อแสดงพหุลักษณ์ข้อมูลสิ่งประจักษ์ร่วมกัน ได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่มีความเป็นนามธรรม ซับซ้อน และต้องการจินตนาการจากข้อมูลและความรู้หลายฐาน ให้พอเห็นภาพการน้อมใจเข้าเสริมกันด้วยปัญญาปฏิบัติ ซึ่งหลายอย่าง สังคมไทยและสังคมอื่นๆในวงกว้างของโลก ไม่เพียงจะไม่ขาดแคลน น้อยหน้าไปกว่าการช่วงชิงการนำเชิงเปรียบเทียบ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไปแล้วจะได้ผลดีร่วมกันอะไร !!) แล้ว เท่านั้น แต่สามารถให้ความบันดาลใจ นำทางปัญญาปฏิบัติ นำเสนอ แบ่งปัน สร้างหนทางดำเนินไป พ้นกรอบจำกัดของขั้วยึดโยงการกระจุกตัวแบบดั้งเดิม ที่ดีกว่าด้วยครับ สิ่งเหล่านี้ไม่เกินจริง มีอยู่แล้ว ต้องการวิธีการจัดระบบหมวดหมู่ สร้างสรรค์และจัดสิ่งแสดง(ทางปัญญาปฏิบัติ)ให้ปรากฏ พอจะสามารถเห็นประจักษ์แจ้งด้วยวิทยาการความก้าวหน้า สื่อ และกระบวนการต่างๆ ที่ยังมีข้อจำกัดกันอยู่ เท่านั้นครับ