ณ เวลานี้ ก็พอจะมีวิธีวิจัยที่ก้าวหน้ามากดังเช่น Reflexive Research Methodology ซึ่งตามประสบการณ์ของผมและในทรรศนะที่มีและลองติดตามศึกษาในองค์ประกอบด้านนี้ ก็ยังเห็นว่าวิธีวิทยาที่ก้าวหน้ามากนี้ ก็มีข้อจำกัดอยู่อีกมาก แนวทางหนึ่งที่จะเสริม ‘มณฑลการผุดบังเกิดมิติที่ 3’ ผสานยึดโยงพหุมิติ พหุวิทยาการ ยกระดับผสาน อารยธรรมลายลักษณ์ อารยธรรมมุขปาฐะ และพหุลักษณ์ข้อมูล วิทยาการระบบความสัมพันธ์กันทางวัตถุ กับวิทยาการวัฒนธรรมระบบความสัมพันธ์ทางจิตใจ หยั่งฐานการร่วมมือและแข่งขันที่พอดี กันในภาวะอย่างใหม่ เหล่านี้ ผมเห็นจากปัญญาปฏิบัติในพุทธธรรมและกระบวนการศิลปะสุนทรียปัญญา ซึ่งจะสร้างสรรค์มณฑลการปฏิสัมพันธ์ ยึดโยง เชื่อมโยง ให้ระบบภูมิปัญญามีชีวิต ภายในและภายนอกมนุษย์ เสริมกำลังกันและนำพลวัตในยุคสมัย ‘ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์’ หยั่งรากฐานของมวลอารยธรรม ก่อนขั้วการยึดโยงลดทอน กับอารยธรรมในวิทยาการและเทคโนโลยีก้าวหน้า ให้ปฏิสัมพันธ์ เสริมกำลัง ผุดก่อเกิดจิตวิญญาณอย่างใหม่ และยกระดับการก่อเกิด ‘มณฑลสุขภาวะอย่างใหม่’ ที่ข้ามพ้นข้อจำกัดของสายธารอารยธรรมแยกด้านกันดังกล่าวได้ด้วย จึงทั้งหมดที่นำสำรวจดูนี้ ผมเห็นว่า สังคมไทยมีนัก Reflexive Research Methodology และมีสื่อสิ่งแสดงของจริงแบ่งปันแก่โลกได้มากหลายกรณีครับ
ใน 30-40 ปีมานี้ ผมไม่ใช่เพียงได้เห็นการมำอยู่ของสิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้เท่านั้นครับ แต่ได้อยู่ใกล้ชิดและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปด้วย แล้วก็เก็บรวบรวมไว้มากเสมอ แม้จะเสียหายอยู่ตลอดเวลา ก็ทำและหาทางป้องกันแก้ไขไปเรื่อยๆ รวมทั้งเชื่อว่า ก็จะเหมือนกับงานของหลายท่านที่หยิบยกมาเป็นตัวอย่าง แต่ปัญหาที่เห็นนี้ ผมมีวงจรหนึ่งที่สะท้อนลงบันทึกลงไปในหน่วยประกฏการณ์มีชีวิต สื่อมีชีวิต สารพัดวิธีการและสารพัดช่องทาง ทั้งศิลปะ สื่อ การบันทึกรายงาน การเขียนหนังสือ การตีพิมพ์บทความ การนำเสนอในเวทีชุมชนวิชาการ การออกแบบและสร้างกระบวนการสร้างคน เพื่อยึดโยงช่องว่าง และจัดแสดงสิ่งที่ว่ามานี้ให้พอให้ผู้รู้และผู้ที่รู้สึกอยู่แล้วว่ามันมี ทั้งในสังคมไทยและสังคมอื่นๆ ได้มีเครื่องมือจัดระบบ ประมวลผลข้อมูลเชิงประสบการณ์ในมวลชีวิต วิพากษ์ทบทวนกับสรรพวิทยาการสมัยใหม่ แล้วหยั่งสะท้อน แสดงให้เป็นที่บังเกิดผลออกมา …. ศิลปะ ดนตรี สื่อ การปลูกผัก การถอดบทเรียนข้อมูลพหุลักษณ์ การทำสื่อและของจริงลงไปเลยในชีวิตและการงาน ดังเช่นการหยิบยกขึ้นมาตั้งต้นสิ่งพอประจักษ์แจ้งต่อกันได้นั้น เป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่ง ที่ได้ทำด้วยสิ่งที่อยู่ในมือตนเองและมีชีวิตอยู่ใกล้ชิดกับสิ่งเหล่านี้ เท่านั้น ขอบพระคุณครับ
ประเด็นนี้โดนใจผมมากครับ เชื่อว่ามี ผู้รู้อีกเป็นจำนวนมาก กระจัดกระจายอยู่ในหลากหลายแหล่ง เลยขออนุญาตร่วมบันทึก สื่อสาร ถ่ายทอดไว้ครับ ไม่เกรงใจคนอ่านแบบเอาสะดวกที่อาจจะอ่านยากครับ แต่ให้ความสำคัญคนที่จะอ่านและอยากแบ่งปันข้อมูล เสริมกำลังปัญญาปฏิบัติให้กันอยู่ในแห่งหนต่างๆ ให้ได้เห็นแง่มุมต่างๆได้มากที่สุดครับ