ในทางวิชาการ ภาคการศึกษา ภาคการพัฒนาวิทยาการ และกระบวนการทางปัญญาของสังคมนั้น แม้ดูเหมือนจะนำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ สร้างความรู้ความเข้าใจ สร้างคน สร้างระบบที่มีเหตุผล สร้างสติปัญญาอย่างใหม่ได้ แต่เอาเข้าจริงแล้ว ในสถานการณ์จริง อาจจะเป็นได้เพียงการคิดหวังแต่ทำให้บังเกิดผลจริงในสังคมไม่ได้ ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงกลไกทางข้อมูล วิทยาการก้าวหน้า และระบบปัจจัยกำกับที่มนุษย์สร้างขึ้นจนกลับมากำกับเหนือมนุษย์ ให้มนุษย์ต่างอ่อนแอ และทุกสังคมต่างก็ต้องไหลไปตามกัน การที่จะมีกำลังเป็นอิสรภาพจากปัจจัยเหนือมนุษย์ด้วยการทำลายหรือขึ้นไปอยู่เหนือปรากฏการณ์อันไม่พึงประสงค์ให้ได้ ก็เห็นปลายทางอยู่แล้วว่ามีแต่ทำลาย สร้างความร้ายแรง เป็นทบทวีคูณ ทำลายทรัพยากรมากกว่าเดิม และต่างพากันล่มสลาย บั่นทอนความมั่นคงหนทางหนึ่งที่ให้ความวังได้ ก็คือกระบวนการทางปัญญาและปัญญาปฏิบัติ ที่เพียงพอ ซึ่งมีธรรมชาติเป็นอิสระ ข้ามพ้นปัจจัยกดทับยึดเหนี่ยว ปลดปล่อยพลังความสร้างสรรค์ เป็นพลังร่วมแก้ปัญหาและเป็นเหตุผลแห่งความเจริญงอกงามของกันและกัน ส่องประกายฉายโชนองค์ประกอบความงดงามในภาวะแห่งมนุษย์ ให้ปรากฏและสะท้อนสู่พลวัตต่างๆของสังคมให้เป็นที่ประจักษ์ในมณฑลภาวะใหม่ๆได้
กระนั้น การอยู่บนธรรมชาติกลไกไหลไปตามกัน แม้จะรู้สึกดีว่าไม่ใช่สิ่งที่พึงจะเป็น แต่กระบวนการทางการศึกษา กระบวนการทางความรู้ และวิทยาการต่างๆ ที่ขาดองค์ประกอบชีวิตและหยั่งประมาณลงไปไม่ถึงภูมิชีวิตจิตใจ ใจเขาใจเรา วัดประมาณและเทียบเคียงด้วยชีวิต แล้วสรรแสดงให้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ร่วมกันไม่ได้ ในที่สุดนอกจากเป็นการยากที่จะพากันเปิดไปสู่มณฑลสุขภาวะพหุลักษณ์สังคมใหม่อีกระดับหนึ่งให้ลงตัวและพอดีเสมอๆได้ ก็กลับจะเป็นกลไกป้องกันตนเองและกีดกันโอกาสของสังคม รวมทั้งกดทับ ลากกลับเข้ากรอบ ลากไปยืนยันเสริมกำลังกลไกผลิตซ้ำ ในระดับความสัมพันธ์ของประเทศก้าวหน้า กับประเทศกำลังพัฒนาและก้าวหน้าทีหลัง นอกจากทางหนึ่งก็พากันเป็นปลายทางการแพร่กระจายถ่ายทอด และมีภาวะแห่งตนเพียงยืนยัน เข้าแถวการจัดอันดับ สิ่งที่ต่างก็ไม่เป็นทางออกเช่นกัน เท่านั้นแล้ว ก็กลับเป็นกลไกพากันคัดกรองให้เป็นไปตามกัน ควบคุมกันไปสู่การยึดโยงกระจุกตัว ซึ่งก็มีธรรมชาติของวงจรการคัดออก ทั้งสิ่งที่เป็น Talent และสิ่งที่ต่างก็รู้สึกได้ว่าให้จิตวิญญาณต่อความงอกงามของชีวิตอย่างแท้จริง ได้มากกว่าสิ่งซึ่งในที่สุดแล้วต่างก็สรรทางไปและกลับเป็นกลไกผลิตซ้ำให้เป็นตามๆกันเสียเอง
แต่สภาพอย่างนี้ นำมาทบทวนเพียงให้ตระหนักรู้และเห็นภาวะความเป็นจริง อีกทั้งความเป็นจริงแล้ว ก็เป็นการต้องการความมั่นคงปลอดภัยอันเป็นธรรมชาตติพื้นฐานของมนุษย์ และมีบทบาทที่ดีอันจำเป็นต่ออีกหลายด้านของสังคมและโลกกว้าง จึงมีเงื่อนไขแวดล้อมอีกมากมายอันเกินกว่าสังคมร่วมสมัยในภาคส่วนหนึ่งใดจะรู้และสามารถลำดับการคิด เลือกสรร และตัดสินใจ และนำพลวัตต่างๆ ไปได้ว่าควรและไม่ควรจะทำหรือไม่ทำอะไร ด้วยความจำเป็นใด ของระดับใด จินตนาการภาพรวมจากพหุปัญญาและพหุวิทยาการ ที่สามารถยึดโยงมวลประสบการณ์เชิงสรุปพัฒนาการก่อนหน้า และสามารถร่วมกันสร้างจินตนาการจากพหุลักษณ์ข้อมูลเชิงประจักษ์ ฉายภาพแนวโน้มเชิงแบบจำลองปฏิบัติการหลายมิติ เพื่อมนุษย์สามารถจำลองโลกและระบบเหตุการณ์ สำหรับจำลงอความงาม ความพอดี ระบายสีสัน แสงเงา จัดองค์ประกอบศิลป์แห่งการคัดสรรองค์ประกอบต่างๆที่คิดใคร่ครวญกันดีแล้ว เห็นภาพยึดโยงกันได้แล้ว เหล่านี้ จึงเป็นระบบปัญญาปฏิบัติและปฏิบัติการทางสังคมด้วยมวลวิทยาการ ที่ต้องมาก่อนระบบ วิทยาการ และเทคโนโลยีขยายกำลัง ที่จะมาทีหลัง ซึ่งมากมายเกินพอที่จะเลือกสรรได้ครับ การจินตนาการจากพหุลักษณ์ข้อมูลและเริ่มแสดงให้เป็นที่ปรากฏได้ ัแสดงทัศนียภาพของชีวิตให้ปรากฏ ให้มนุษย์เป็นหน่วยภูมิชีวิตของปวงข้อมูล จึงเป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างระบบปัญญาปฏิบัติในระดับพื้นฐาน ให้การเลือกสรรวิทยาการและความก้าวหน้าต่างๆ ไปตามศักยภาพแห่งตนของทุกคนที่เกิดขึ้นในภายหลัง เป็นตัวขยายกำลังและทวีคูณกำลังปัญญาปฏิบัติ ให้สามารถพ้นกรอบจำกัดยีดหยุ่นได้กับหลายสิ่งในระบบกลไกที่ทุกสังคมต่างก็ไม่รู้ สร้างพลวัตสังคมในวงจรศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ งอกงามสั่งสมให้พอดีได้ตามกำลังของตน