เมื่อเริ่มต้นตรงที่ทั้งสังคมประเทศก้าวหน้า ประเทศกำลังพัฒนา และประเทศที่เริ่มดำเนินตามกันมาทีหลัง ในแง่หนึ่งของการมีวาระร่วมกันนั้น ต่างก็ไม่มีใครให้ทางออก ไม่มีใครนำใคร ไม่มีใครรู้ดี และไม่มีใครสามารถให้รูปแบบสำเร็จรูป ได้พอๆกัน การคิดเอาด้วยระบบความรู้ ระบบตรรกะ การตัดสินใจ ด้วยข้อมูลแบบที่มีอย่างดีกันอยู่แล้ว แม้จะใช้ความฉลาดล้ำของปัญญาประดิษฐ์ วิทยาการ และระบบการจัดการสมัยใหม่มากมายมาช่วยขยายผล ช่วยทำในสิ่งแม่มนุษย์ก็ำไม่ได้นั้น บางทีก็เพียงผลิตซ้ำวงจรที่ทุกสังคมต่างก็แข่งกันทะยานไปข้างหน้า เร่งให้เร็ว รุนแรง ร้ายแรง มองไปยังปลายทาง นอกจากไม่เห็นผลดีไปกว่าเดิมภายใต้การมีวาระร่วมกันต่างๆแล้ว ก็กลับเห็นภัยพิบัติและความร้ายแรงจากมนุษย์สร้าง เป็นขั้วยึดโยงไปสู่การต่างทำลายไม่เกิดผลดีต่อใครทั้งสิ้นเสียอีก เช่น กรณีสงครามของตะวันออกไกล คู่ทำลายล้างมนุษย์ที่ยึดโยงถึงกันหมดทุกมิติความก้าวหน้าของทั้งโลก สงครามยูเครน ความสัมพันธ์ที่ต้องการให้อิสรภาพแต่กลับบังคับให้มนุษย์ต้องรบเข่นฆ่ากันด้วยความรู้สึกต่อท่าทีเป็นภัยคุกคามกัน และทุกสังคมต่างก็เหมือนต้องดุ่มดำเนินไป สู่ปลายทางอย่างนี้ เหมือนไม่รู้จะไปทางไหนกันอย่างไร ปัญญาแบบคิดเอาและจินตนาการเอาด้วยความรู้ในวงจจรผลิตซ้ำปรากฏการณ์อย่างนี้ จึงไม่เพียงพอ แต่ปัญญาปฏิบัติที่ฉีกออกไปจากกรอบที่มีกำลังผลิตซ้ำอย่างนี้ เพียงคิดเอาในเชิงทฤษฎีและมีวิทยาการฉลาดล้ำ เข้าช่วยมากเพียงใด ก็เห็นปลายทางอยู่แล้วว่าคืออะไร แต่ครั้นจะเพิ่มองค์ประกอบปัญญาบูรณาการจากภูมิชีวิต และองค์ประกอบปัญญาปฏิบัติ ยึดโยงกับความจริงแท้ที่รู้สึกต่อความหมายความสำคัญได้ในมนุษย์ทุกคน ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ศิลปะสุนทรียปัญญา สื่อ การสื่อสารเชิงปัญญาปฏิบัติในอีกแนวหนึ่ง ในฐานะห้องปฏิบัติการทางปัญญาในมณฑลพหุลักษณ์สังคม จะให้คำตอบในเรื่องนี้ได้ดีกว่าวิธีการอื่นครับ