สวัสดีครับคุณ ![]()
กลับมาอีกครั้ง…ในบันทึกที่ควรค่าแก่การ “ใส่ใจ” เช่นบันทึกนี้…ถือโอกาสทักทาย อาจารย์
ด้วยนะครับ…เปลี่ยนเป็นรูปที่ไม่สวม “แว่นดำ” เผยให้เห็นความใสกระจ่างของคืนพระจันทร์เต็มดวงครับ…รอยยิ้มบ่งบอกถึงความปีติสุข…ผนวกกับพลังของ “สีแดง” และผ้าพันคอสีคราม…ทำให้รับรู้ได้ถึง “ความสงบสุขแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังครับ” นี่แลอานิสงของการปฏิบัติธรรมครับ…ขออนุโมทนามา ณ โอกาสนี้…
ทักทายเจ้าบ้าน และสมาชิกวงสนทนาแล้ว ก็ขอเข้าประเด็นเลยนะครับ ประเด็นว่า ทำอย่างไรจึงจะแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นให้กลับเข้ารูปเข้ารอย ซึ่งคุณ
ได้เสนอว่า “The matter is how to destroy the connection between money, power, and position in the organizational hierarchic structure of the Thai civil organization.” ผมค่อนข้างเห็นต่างประมาณว่า “คนละขั้ว” เลยนะครับ ลองพิจารณาดู
คำว่า destroy คำนี้ ในคำไทยน่าจะใช้คำว่า “ทำลายล้าง” โดยการใช้กำลังทางกายภาพ น่าจะใกล้เคียงนะครับ คงไม่เป็นการทำลายล้างโดยให้ “ตายไปเอง” นะครับ ตามความเข้าใจของผม หากเป็นเช่นนั้น ผมที่ได้คงจะเป็นไปในทางกลับกันนะครับคุณ “ไร้นาม” ประวัติศาสตร์แสดงให้เราเห็นอย่างชัดแจ้งว่า “ความพยายามใช้กำลังเข้าทำลายล้างสิ่งใด นอกจากไม่ทำให้สิ่งนั้นล้มสลายไปแล้ว ยังจะทำให้สิ่งนั้นเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่า” ตัวอย่างที่เราเห็นได้ชัดเจนจากประวัติศาสตร์ที่ผมพอจะนึกออกมีสองเรื่องครับ คือ การพยายามล้มล้างระบบทุนนิยมด้วยการใช้กำลังหนึ่ง และการพยายามล้มล้างลัทธิการก่อการร้ายด้วยการใช้กำลังหนึ่ง
ทั้งสองตัวอย่างนี้ให้ผลในทางตรงกันข้ามอย่างชัดเจนครับ โดยตัวอย่างแรก มีผลทำให้ “ระบบตลาด” ยึดครองอำนาจอธิปไตยไปทุกหัวระแหง ตั้งแต่อธิปไตยของรัฐชาติ องค์กร จนถึงอธิปไตยของ พลเมือง เลยทีเดียว ส่วนตัวอย่างที่สอง มีผลทำให้ลัทธิการก่อการร้ายกลายเป็นหนทางการต่อสู้ของการเคลื่อนไหวทางสังคมแบบใหม่ ที่ไม่ได้ต้องการแย่งชิงอำนาจรัฐ แต่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการ “สร้างความหมาย” และ “ความสำคัญ” ของกลุ่มที่เคลื่อนไหวครับ
ในกรณีนี้ ข้อเสนอของผมคือ “ปลุกผู้บริโภคให้ตื่นขึ้น” ด้วยการให้ทักษะในการ “ย่อย” ข้อมูลข่าวสาร ที่ไหลทะลัก (ผมเรียกว่า downloadizatin) ใส่เขาอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีทักษะ “ย่อย” แล้ว ทักษะต่อไปคือ “การจัดการกับข้อมูลข่าวสาร” นั้น จนกระทั่งเขาสามารถแยกแยะออกว่า “อันไหนคือมายาคติ (myth) อันไหนคือความเป็นจริง (reality)” ซึ่งในเรื่องนี้ผมได้อธิบายไว้ค่อนข้างยาวในทฤษฎีที่ผมเสนอว่าด้วยเรื่อง Meaning Spiral ครับ (จงใจใช้ชื่อทฤษฎีเป็นภาษาอังกฤษครับ มันเป็นการก่อการร้ายทางทฤษฎีอีกแบบหนึ่ง)
โดยสรุปข้อเสนอของผมต่อประเด็นนี้คือ “ปลุกผู้บริโภคของระบบตลาดการศึกษาให้ตื่นขึ้น ก่อนที่เขาจะถูกดาวน์โหลดโปรแกรมแปลงคนให้เป็นถ่านไฟฉายสำเร็จ” ครับ ด้วยทักษะสองทักษะในการรับมือกับการทะลักของข้อมูลข่าวสารซึ่งเป็นอาวุธใหม่ของระบบตลาด คือ “ย่อย” แล้ว “จัดการ” มันเสีย ด้วย “ปัญญา” ที่รู้เท่าทันว่าอะไรคือ “มายา” อะไรคือ “ความเป็นจริง”