สวัสดีครับ ......คุณ....... แต่อยากจะบอกว่าที่คุณคิดน่ะถูก  แต่ถูกเพียงครึ่งเดียว  เหตุผล การติดสุขก็ไม่ควรติดครับ เพราะมักจะเกิดอาการอยากมีสุข  อยากได้สุข และอยากเป็นสุขครับ  (ทุกข์อีกแบบครับ)

อริยสัจจ์สี่  คือความจริงยิ่งใหญ่  ๔ ประการคือ  ทุกข์ สมุทัย  นิโรธ มรรค   เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้มานานแล้ว  ...ผมก็เคยเป็นอาการที่ไม่เข้าใจว่าทำไมโลกนี้ถึงลำเอียง ไม่เคยเห็นใจ คนมีปัญหา มีปัญหาจังเลย.........

พอผมไปบวช  ผมเรียน จน สอบนวกะ ขาดเพียง 18 คะแนนเต็ม  ผมจึงพอเข้าใจ  แต่พอใจเข้าใจครับ ยังไม่ได้แก้ปัญหาอะไรต่าง ๆ นานาเลย.....

2 ปีกับการอยู่การบรรพชิต  และศึกษาธรรมจริง ๆ ผมได้มาแค่นิดเดียวของ ธรรมะ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

แต่ทำให้เข้าใจว่า ทุกข์ เราต้องเข้าใจ สมุทัย ไม่ได้อยู่ที่ใจ แต่อยู่ที่กิเลส(มีกิเลสอย่างหยาบ กิเลสอย่างกลาง และกิเลสอย่างละเอียด ส่วนตัณหามี กามตัญหา(อยากได้สุข) วิภาวตัญหา(ไม่อยากมีไม่อยากเป็น) ภาวตัญหา(อยากมีอยากเป็น)  ต้องใช้วิธี ข่มใจ ลดกิเลส ลดตัญหา /ละกิเลส ละตัญหา ตัดกิเลส  ตัดตัญหา ครับ ถึงจะแก้ได้เป็นบรรเทาทุกข์ครับหรือแก้ทุกข์ (นิโรธ)

แต่สิ่งที่เราต้องเรียนรู้ต่อคือ  มรรค มีองค์แปด เป็นการปฏิบัติเพื่อสู่การพ้นทุกข์ .........

อยากพ้นทุกข์ต้องปฏิบัติมรรคครับ  (ตั้งแต่สัมมาทิฏฐิ,ไปจนถึง  สัมมาสมาธิครับ)  ทำได้ ก็ทุกข์น้อยลงครับ